เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯลั่นต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไข พรบ.สิทธิบัตร

จี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้คู่มือตรวจสอบสิทธิบัตรสกัด evergreening หรือสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด (12 ก.ย.54/กรุงเทพฯ) ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ ประเทศไทยจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 50 คนได้มาร่วมประชุมเพื่อกำหนดท่าที “พ.ร.บ.สิทธิบัตร...การแก้ไข...ใคร (ควร) ได้ประโยชน์?” (ปล่อยผีสิทธิบัตร ผูกขาดไม่สิ้นสุด ใคร...ตายก่อน) จากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าว นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพัฒนากฎหมายสิทธิบัตร แต่ไม่มีตัวแทนของผู้ป่วยหรือผู้บริโภคเลย ขณะที่มีตัวแทนของผู้ทรงสิทธิเป็นส่วนใหญ่ และยังมีนักกฎหมายที่ปรึกษาบริษัทยาข้ามชาติอยู่ถึง 3 บริษัท “จากการเจรจาภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญารับปากที่จะแต่งตั้งตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยเข้าไปเพิ่มเติม ซึ่งทางเราได้เสนอชื่อ นายอนันต์ เมืองมูลไชย กรรมการมูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ อย่างไรก็ตาม เราต้องการให้คณะอนุกรรมการฯนำเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.สิทธิบัตร ฉบับภาคประชาชนเป็นตัวตั้งในการพิจารณาแก้ไขด้วย เพราะเนื้อหาที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยหยิบยกขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขกฎหมายที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ซึ่งจะสร้างภาระกับประเทศและส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชน โดยเฉพาะการตัดสิทธิการคัดค้านก่อนการออกสิทธิบัตร (Pre-grant Opposition) ที่จะยิ่งทำให้สิทธิบัตรด้อยคุณภาพได้ผูกขาดทำกำไรเกินควร” นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า วันนี้ ทางเครือข่ายคนทำงานด้านเอดส์และเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯได้เชิญนักวิจัยมานำเสนอเรื่องสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด (Evergreening Patent) แล้ว ค่อนข้างตกใจกับข้อค้นพบที่ว่า มีคำขอรับสิทธิบัตรในรอบ 10 ที่ผ่านเข้าข่ายสิทธิบัตรไม่มีที่สิ้นสุดถึง 96% ยิ่งรวมกับความพยายามของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะตัดกลไกคัดค้านก่อนการออกสิทธิบัตรออกไป นั่นเท่ากับว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการผูกขาดของอุตสาหกรรมยาข้ามชาติที่หนักหน่วงที่สุด ดังนั้น ในการหารือกับอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาในวันพรุ่งนี้ (13) เราจะขอให้ทางกรมฯ รับคู่มือที่นักวิจัยพัฒนาขึ้นไปปฏิบัติเพื่อป้องกันสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด, ในการแก้ พ.ร.บ.จะต้องขยายเวลาการคัดค้านไปเป็น 1 ปีจาก 90 วันแทนกฎหมายเดิม, ต้องมีตัวแทน อย. หรือ สปสช.เข้าไปอยู่ในคณะอนุกรรมการเคมี ในคณะกรรมการสิทธิบัตรเพื่อช่วยพิจารณาการให้สิทธิบัตร และที่สำคัญคือ การพัฒนาฐานข้อมูลสิทธิบัตรเพื่อให้สามารถสืบค้นได้ง่าย “ขณะนี้มีงานวิชาการยืนยันชัดเจนถึงปัญหาของสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด กรมทรัพย์สินฯต้องตอบให้ได้ว่า คู่มือที่กำลังจะประกาศใช้จะแก้ปัญหา evergreening เช่นนี้อย่างไร มีประสิทธิภาพแค่ไหนโดยเฉพาะคำขอเรื่องการใช้และข้อบ่งใช้ที่ 2, สูตรตำรับและส่วนประกอบ, ตำรับยาสูตรผสม และขนาด/ปริมาณการใช้ หากทางกรมฯให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ หรือยังยืนยันจะปล่อยให้เป็นวินิจฉัยของผู้ตรวจสอบเช่นที่ผ่านมา เราคงต้องขอหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ทั้งนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยสิทธิบัตรยาที่จัดเป็นสิทธิบัตรไม่มีที่สิ้นสุด ในประเทศไทยและการคาดประมาณผลกระทบที่เกิดขึ้น คณะผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ทางยา ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2543-2553 จำนวน 2,034 ฉบับ พบว่า มีคำขอรับสิทธิบัตร ร้อยละ96 ที่มีลักษณะอยู่ในเงื่อนไขที่เป็น evergreening patent โดยพบว่าปัญหาส่วนใหญ่คือ คำขอรับสิทธิบัตร \ข้อบ่งใช้/การใช้\" ร้อยละ 73.7 สูตรตำรับและส่วนประกอบ ร้อยละ 36.4 และ Markush Claim ร้อยละ 34.7 ซึ่งทางสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขได้ทำหนังสือถึงกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อนำเสนอผลการวิจัยในฐานะที่เป้นองค์กรร่วมสนับสนุนการวิจัย และมีข้อเสนอแนะให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรจะพิจารณาคู่มือที่คณะผู้วิจัยพัฒนาขึ้นนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรซึ่งกรมฯกำลังดำเนินการพัฒนาระบบอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการพัฒนาแก้ไข พรบ.สิทธิบัตรให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ"