ประชาไทบันเทิง รอยไหม : ร่องรอยอุดมการณ์รัฐ

นั่งอ่านการตอบโต้กันไปมาหลังจากคณะนิติราษฎร์ออกแถลงการณ์ ชวนให้ปวดตับ ปวดตับตั้งแต่บรรดาอาจารย์ที่ออกมาตั้งคำถามโน่นนี่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะถกเถียงประเด็นทางกฎหมายหรือประเด็นเรื่องอะไรกันแน่ และปวดตับยิ่งไปกว่านั้นคืออ่านอะไรไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ตอนเป็นนักศึกษาไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะบรรดารายชื่ออาจารย์ทั้งหมดที่ออกมาคอมเมนต์แถลงการณ์ของคณะนิติราษฎร์นั้น ล้วนแต่เป็นอาจารย์ที่ดิฉันลงวิชาเรียนด้วยแทบทั้งสิ้น ว่าแล้วจึงปิดคอมพิวเตอร์แล้วเปิดโทรทัศน์ดูละครดีกว่า ตอนนี้คงไม่มีละครเรื่องอะไรจะโด่งดังมากไปกว่าเรื่อง ‘รอยไหม’ อีกแล้ว (ขอความกรุณาอย่าผวนคำ เหมือน ‘อย่าเอาหูหนี’) น้องแอ๊ฟ-ทักษอร งามแต๊ๆ กะเจ้า (ดิฉันใช้คำเมืองผิดไหม? โปรดอภัยด้วยค่ะ) แต่มิวายละครเรื่องดังก็ถูกตั้งคำถามจากบรรดาคนดูเช่นเคย ไล่มาตั้งแต่ประเด็นเรื่องประวัติศาสตร์ล้านนา (ซึ่งหลายความเห็นก็บอกว่าบทประพันธ์ให้ข้อมูลผิดพลาดหลายจุด) การถ่ายทำที่ในเนื้อเรื่องบอกว่าถ่ายที่วัดนี้ พระธาตุนี้ ในเมืองนี้ แต่ภาพที่ปรากฏออกมาเป็นอีกวัดหนึ่ง อีกพระธาตุหนึ่ง ในเขตอีกเมืองหนึ่ง เรื่อยมาจนถึงประเด็นที่ฮอตที่สุดคือ ‘ภาษาเหนือ’ ที่เป็นภาษาหลักที่ใช้ในละครเรื่องนี้ โดยคนเหนือทั้งหลายออกโรงให้ความเห็นว่ามีการใช้ภาษาเหนือผิดๆ ถูกๆ หลายจุด จนเรียกได้ว่าผิดเพี้ยน รวมไปถึงสำเนียงที่ฟังแล้วตลกขบขัน และกาใช้ภาษากลางปนภาษาเหนือ ของตัวละครในเรื่อง ประเด็นชักลุกลามใหญ่โต จนผู้กำกับฯ คุณอ๊อฟ พงพัฒน์ต้องออกมาโรงมาชี้แจงในหน้าหนังสือพิมพ์ \ที่หลายคนพูดถึงคือเรื่องภาษาเหนือ หลายคนจะบอกว่าฟังยาก ก็กำลังปรึกษากันอยู่ว่าเราอาจจะมีซับให้อ่านกัน ซึ่งก็ต้องดูกันเยอะครับ ถ้ามองในแง่เจ้าของภาษา เขาอาจจะคิดว่าทำไมต้องมี ในเมื่อที่พูดกันนั้นมันก็เป็นภาษาไทย\" \"ผมก็พยายามให้นักแสดงพูดเหนือปนกลางแล้วนะ คำไหนที่ฟังยากจริงๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นภาษากลาง จนคนเหนือก็ต่อว่าเหมือนกันนะ ที่ไปทำภาษาเขาเพี้ยน แต่บางครั้งก็จำเป็น เพราะเราต้องทำให้คนทุกภาคในประเทศไทยดูละครแล้วเข้าใจตรงกัน ถือซะว่าใครดูละครเรื่องนี้เหมือนเรียนภาษาเหนือวันละคำไปก็แล้วกันครับ\" จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ดิฉันนั่งดู ‘รอยไหม’ ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาใช้ภาษาเหนือผิดๆ ถูกๆ จะมารู้ก็ด้วยเหล่าคนเหนือทั้งหลายที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การใช้ภาษาในละครเรื่องนี้นั่นแหละ เนื่องด้วยพูดได้ภาษาเดียวคือไทยกลาง (นับเป็นที่อับอายยิ่งนัก แลดูเสียเปรียบมากๆ ถ้าเทียบกับคนภาคอื่นๆ ที่พูดภาษาถิ่นได้แล้วยังพูดภาษาไทยกลางได้อีกด้วย) จะดูลายผ้าก็ดูไม่ออก เพราะไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ผ้า ว่าลายแบบนี้เป็นวัฒนธรรมของอาณาจักรอะไร หรือแม้กระทั่งที่เขาบอกว่าฉากนี้กล่าวถึงพระธาตุเจดีย์นี้แต่ไปถ่ายทำอีกพระธาตุหนึ่ง ดิฉันก็ไม่ได้สังเกตเช่นกัน เพราะไม่เคยไปทั้งสองพระธาตุที่กล่าวอ้าง คนดูที่ไม่ educate และไม่ใช่ active audience อย่างดิฉันคงมีไม่น้อย เพราะหลายคนก็คงรอดูว่าเมื่อไหร่ผีอีเม้ยจะออกมากินไก่ให้ดู อ่านประเด็นที่คุณอ๊อฟพูดเรื่อง ‘ซับไตเติล’ แล้วรู้สึกตาโต โอ้โห ถ้ามีจริง คงจะเป็นมิติใหม่ของละครไทยแน่ๆ เลย แต่หลังจากนั่งอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ในเว็บบอร์ดในประเด็นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจและเห็นใจคุณอ๊อฟ โดยมีความคิดเห็นประมาณว่าละครไม่ใช่สารคดีไม่ต้อง ‘สมจริง’ ทั้งหมดก็ได้

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์