ขอคืน “พิพิธภัณฑ์” เปลี่ยนเป็น “บ้านพัก” ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ฯ

 

เผยพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่” ซึ่งปรับปรุงจาก “บ้านพักศึกษาธิการจังหวัด” จะต้องกลับไปเป็นบ้านพักของ “ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1” ซึ่งจะเดินทางมารับตำแหน่ง 6 ต.ค. นี้ หลังทำหนังสือ “ขอคืนพื้นที่” ด้าน “มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง” วอนราชการทบทวนเพราะภาคสังคมใช้งบหลายล้านซ่อมแซม-ปรับปรุงบ้านเก่าให้กลับมาใช้ทำกิจกรรม-นิทรรศการ ที่ผ่านมาเยาวชน-ชุมชนได้ใช้ประโยชน์หลายด้าน

 

“ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” อาจถูกปรับปรุงกลายเป็นบ้านพักของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 (สพท.ชม.1) ซึ่งมารับตำแหน่งแทนผู้อำนวยการคนเก่าซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเข้ามาปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่มาของภาพ: Facebook/ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ (Creative Urban Solutions Center)

"บ้านดินกลางเวียง" ภายใน “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” สร้างขึ้นหลังจากได้รับมอบพื้นที่จาก สพท.ชม.1 เมื่อกุมภาพันธ์ปี 2553 โดยสร้างจากขยะรีไซเคิลซึ่งรวบรวมและสร้างโดยอาสาสมัครและมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองตั้งแต่ 12 เมษายน 2553

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกลุ่มศึกษาเมืองและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยสังคม และภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ที่มาของภาพ: Facebook/ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ (Creative Urban Solutions Center)

 

(3 ต.ค. 54) ตามที่ประชาไท เคยนำเสนอข่าวเรื่อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 (สพท.ชม.1) ได้อนุญาตให้มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง ใช้พื้นที่บ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ มุมถนนราชวิถีตัดกับถนนราชภาคินัย ซึ่งไม่ได้มีการใช้งานเป็นเวลานานมาปรับปรุงเป็น “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” ซึ่งมีรูปแบบเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนแห่งใหม่ และสนับสนุนการศึกษานอกระบบที่เกี่ยวกับวิชาท้องถิ่น เช่น เรื่องผังเมือง สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การสืบทอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 นั้น (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

 

แจ้งขอพื้นที่คืน-เปลี่ยนเป็นบ้านพัก ผอ.สพท.เชียงใหม่ เขต 1

หนังสือ ศธ.04047/6291 ลงวันที่ 30 ก.ย. 54 ถึงเลขาธิการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเรื่อง “ขอคืนพื้นที่และอาคารบ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (เดิม)”

ล่าสุดเมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 โดยว่าที่ ร.ต. อาทิตย์ เรืองวุฒิ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ได้ทำหนังสือที่ ศธ.04047/6291 ถึงเลขาธิการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเรื่อง “ขอคืนพื้นที่และอาคารบ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (เดิม)”

โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคำสั่งแต่งตั้งและโยกย้าย นายชุมพล รัตน์เลิศลบ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 แทนนายโกศล ปราคำ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 คนเดิมซึ่งเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. โดยหนังสือระบุว่า “เป็นสิทธิในการเข้าพักอาศัยบ้านพักดังกล่าวเป็นสิทธิตามมาตรา 7 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1”

ท้ายหนังสือยังระบุว่า ผอ.สพท.เชียงใหม่ เขต 1 จะเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 6 ต.ค. นี้ และจะนำสัมภาระส่วนตัวมาเก็บไว้ในบ้านพักดังกล่าว

 

มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองทำหนังสือขอให้ สพท.ชม.1 ทบทวนการขอคืนพื้นที่

ต่อมาเมื่อ 2 ต.ค. 54 นายศุภวัตร ภูวกุล ประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) ได้ทำหนังสือถึง รองผู้อำนวยการ สพท.ชม. 1 “เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนเรื่องการขอคืนพื้นที่และอาคารบ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (เดิม)” ในหนังสือระบุว่า “คณะกรรมการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ได้จัดการประชุมกันในวันที่ 2 ตุลาคม 2554 และมีมติว่า ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาทบทวนการขอคืนพื้นที่ดังกล่าว" โดยให้เหตุผลว่า

“หนึ่ง อาคารนี้ไม่เหมาะสมเป็นที่อยู่อีกแล้ว เนื่องจากได้มีการดัดแปลงให้เป็นอาคารสำหรับการจัดนิทรรศการ และห้องแสดงต่างๆ ตลอดจนห้องและลานกิจกรรมเพื่อการศึกษา

สอง มูลนิธิฯ ได้ใช้เงินปรับปรุงอาคารสถานที่เป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท

สาม มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และสร้างสรรค์ของเยาวชนและบุคคลทั่วไป เพื่อพัฒนาเมือง ชุมชน และสังคมให้เป็นเมืองสีเขียว มีคุณภาพ และมีความน่าอยู่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เห็นความสำคัญของแหล่งเรียนรู้นี้ จึงได้มอบงบประมาณให้สร้างบ้านดินจากขยะ และวัสดุเหลือใช้กลายเป็นบ้านดินจากเศษขยะหลังเดียวที่มีคนจากทั่วประเทศมาศึกษาดูงานสมควรที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่

สี่ ในช่วงเวลาปีเศษที่ผ่านมา ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ ณ พื้นที่และอาคารนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่สถาบันการศึกษาต่างๆ จัดส่งนักเรียนนักศึกษามาเรียนรู้ ทำกิจกรรม และฝึกงานอย่างต่อเนื่องทั้งในช่วงเวลาเรียนและวันหยุดสุดสัปดาห์ จนเป็นที่รู้จักคุ้นเคยและสร้างชื่อเสียงแก่สำนักงานของท่านที่สนับสนุนกิจกรรมการศึกษาแก่ส่วนรวม

กิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาได้สนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนและบุคคลทั่วไปซึ่งเป็นไปตามภารกิจของสำนักงานของท่าน และเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดตั้งแต่แรกเริ่มที่สำนักงานของท่านอนุญาตให้มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองเชียงใหม่ใช้พื้นที่และอาคารแห่งนี้

การยุติการใช้พื้นที่บ้านพักศึกษาธิการจังหวัด (เดิม) แห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฯ โดยที่มูลนิธิฯ ไม่มีสถานที่อื่นรองรับ เท่ากับว่าเมืองเชียงใหม่จะสูญเสียแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับเมืองและชุมชนและย่อมเกิดคำถาม ตลอดจนสร้างความเสื่อมเสียแก่หน่วยราชการที่รับผิดชอบด้านการบริหารการศึกษา โดยเฉพาะชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสำนักงานของท่าน

มูลนิธิฯ ขอขอบพระคุณที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้กรุณาให้มูลนิธิฯ ได้ใช้พื้นที่และอาคารแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 และหวังว่าจะได้รับความกรุณาพิจารณาทบทวนการขอคืนพื้นที่และอาคารฯ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา”

 

หารือล่าสุดยังไม่ได้ข้อสรุป ผอ.ยึดระเบียบมีบ้านพักข้าราชการต้องเข้าอยู่

ล่าสุด (3 ต.ค.) ที่อาคารศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ฯ มีการหารือกันระหว่างคณะกรรมการของมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง กับนายชุมพล รัตน์เลิศลบ ผู้อำนวยการ สพท.ชม.1 โดยทางคณะกรรมการของมูลนิธิหลายคนได้ชี้แจงต่อนายชุมพล ถึงความสำคัญของการมี “ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ฯ” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนและเยาวชน ซึ่งมีเยาวชนเข้ามาดูงานอยู่ตลอด

และที่ผ่านมาผู้บริหาร สพท.ชม.1 คนก่อนได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อดำเนินการ ต่อมาจึงมีการใช้งบประมาณของมูลนิธิและภาคสังคมใน จ.เชียงใหม่ หลายล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารบ้านพักศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม ให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ทางสาธารณะได้ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจากโครงการเชียงใหม่เอี่ยม ได้สนับสนุนให้สร้างบ้านดินซึ่งทำจากขยะ โดยสร้างในพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ฯ ดังกล่าวเพื่อแหล่งศึกษาด้านการจัดการขยะ

ขณะที่นายชุมพล ได้ชี้แจงที่ประชุมว่ามีความเห็นใจในการทำหน้าที่ของทางมูลนิธิ แต่เขาเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากคำสั่งย้ายด่วนจาก จ.พะเยา และแม้จะมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน คงไม่สามารถเดินทางไปกลับเพื่อมาทำงานที่เชียงใหม่ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบราชการถ้ามีบ้านพักให้อยู่ต้องย้ายเข้าไปอยู่ หากไม่เข้าพักและหันไปเช่าบ้านก็เกินกำลังเนื่องจากค่าเช่าบ้านใน จ.เชียงใหม่สูงมากเดือนละกว่าสองหมื่นบาทซึ่งเบิกราชการไม่ได้ ดังนั้นเงินเดือนข้าราชการคงไม่สามารถเช่าได้ นอกจากนี้ตนมีครอบครัว มีแม่และภรรยาที่ต้องดูแล และมีสัตว์เลี้ยงจำนวนหนึ่งด้วย โดยในวันที่ 6 ต.ค. นี้จะต้องย้ายสิ่งของประมาณ 3 คันรถบรรทุก 6 ล้อเข้ามาในบริเวณดังกล่าว

ผอ.สพท.ชม.1 ยังแนะนำให้ทางมูลนิธิไปขอใช้อาคารศาลแขวงเชียงใหม่ หรือศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่หลังเก่าเป็นสถานที่ของศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ฯ แทนพื้นที่บ้านพักศึกษาธิการจังหวัด เพราะเป็นสถานที่ซึ่งถูกทิ้งไว้ ทำให้กรรมการมูลนิธิบางคนชี้แจงว่าทั้งอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถูกปรับปรุงเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ดำเนินการโดยเทศบาลนครเชียงใหม่ ส่วนอาคารศาลแขวงกำลังถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

อย่างไรก็ตามการหารือระหว่างผู้บริหาร สพท.ชม.1 และกรรมการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมืองในวันนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยทางมูลนิธิจะแจ้งผลการหารือไปยังนายชุมพลอีกครั้ง โดยนายชุมพลกล่าวว่าขอให้เป็นคำตอบที่ชัดเจนเพราะเขาเองยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

บ้านเรานี่ พวก "ข้า-ราชการ"

บ้านเรานี่ พวก "ข้า-ราชการ" (แปลว่า ข้าทาสที่ทำงานราชการ)
(ข้าทาส)จะเอาสมองที่ไหนมาคิด

ประวัติศาสตร์ จึงเป็นเพียงเรื่องของประวัติศาสตร์ (เฉย ๆ )
ซึ่งแท้จริงแล้ว "คุณค่าของประวติศาสตร์" อยู่ที่การเอาเรื่องราว (บทเรียน) ของประวัติศาสตร์
มาร้อยต่อกับปัจุบัน แล้วเชื่อมโยงไปถึงอนาคต !!!

ไปหาหอพักเช่าอยู่ ก้ไม่เลวนะ

ไปหาหอพักเช่าอยู่ ก้ไม่เลวนะ จะได้เรียนรู้ชีวิตนักศึกษา เก็บเป็นข้อมูลนำมาใช้ในการบริหาร แก้ปัญหาให้เด็กๆ ที่แห่งนี้มอบให้ชุมชนเขาไปเถอะ ....หอพักถูกๆในเชียงใหม่มีเยอะแยะ คงหาไม่ยาก ยกเว้นว่า ยึดติดกับหัวโขน ตำแหน่งนี้ ต้องที่นี่ ....คงเป็นอย่างความเห็นข้างบน

เฮ่ย...ผีกั่นเน่อบ่า

เฮ่ย...ผีกั่นเน่อบ่า ไผจะมาอยู่ล่ะวังอายุสั้นเน่อจ่าบอกหื้อ.... มันเป็นบ้านบ่าเก่าฮู้ไว้เน่อ...ฮิบ่มาค้าบ่ขึ้นเน่อ
ไปเสาะอยู่ท่ีบ้านจัดสรรใหม่ๆป่าเลอะ กาว่าใหญ่เต็มทีกา อยู่อพาร์ตเม้นท์ก่อได้ลู มาลู่อยู่หยังหั้น

เมื่อมีอยูไม่บำรุงเหลียวแล

เมื่อมีอยูไม่บำรุงเหลียวแล พอเขาแก้ไขแล้วจะขอคืน.....

จากริมปิงไปถึงศูนย์ฯ ก็ประมาณ 31-32 km เองนะครับท่านผอ.
ขับรถไปทำงานถ้ากลัวรถติดก็เผื่อเวลาไว้สักชั่วโมงครึ่งก็น่าจะพอนะครับ
สมัยเด็กๆ ผอ.รร.มัธยมบ้านนอกของผมยังต้องขับรถสี่ห้าสิบกิโลก็ไม่เห็นเืดือดร้อนอะไร
นี่ยังไม่รวมถึงความลำบากของครูบนดอย ณ บัดนาวที่น่าจะมากกว่าครูในเมืองหลายเท่า

อย่าทำให้เกลียด "ส่วนกลาง"

อย่าทำให้เกลียด "ส่วนกลาง" ไปมากกว่านี้เลย
ส่วนท้องถิ่นก็อยู่อย่างนี้ โดนกดทับมาตลอด
อย่าทำลายสิ่งที่คนท้องถิ่นในทุกจังหวัดร่วมกันสร้างขี้นมา
ถ้ามันจะมีอะไร "เปลี่ยนแปลง" ก็อย่ามาโทษก็แล้วกัน

พิพิธภัณฑ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของก

พิพิธภัณฑ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า ข้าราชการมาอยู่ไม่นานแล้วก็ไป ยิ่งสังกัดกระทรวงศึกษาควรมีความคิดในด้านนี้อย่างมากๆ

ถ้าดูสภาพบ้านแล้ว

ถ้าดูสภาพบ้านแล้ว จะเห็นว่าไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยครับ แล้วก็เชื่อว่าท่านผอ.เองก็คงไม่อยากอยู่สภาพบ้านแบบนี้หรอกครับ ด้วยใจจริงเลย ให้พื้นที่เค้าไปทำประโยชน์ให้กับสังคมเถอะครับ

บ้านเช่าเยอะแยะ ทำไมไม่ไปเช่า

บ้านเช่าเยอะแยะ ทำไมไม่ไปเช่า ก็เบิกได้ไม่ใช่หรือ ไปหาเช่าเอาสิ เขาใช้งบปรับปรุงซ่อมแซมไม่ใช่น้อยๆ ให้เป็นวิทยาทานกับเด็กหลายร้อยหลายพัน ดีกว่าเอาไปประเคนให้คนๆ เดียว ความคิดใครเนี่ย หืมมม...อ้ายแดง....

บ้านเช่าเยอะแยะ ทำไมไม่ไปเช่า

บ้านเช่าเยอะแยะ ทำไมไม่ไปเช่า ก็เบิกได้ไม่ใช่หรือ ไปหาเช่าเอาสิ เขาใช้งบปรับปรุงซ่อมแซมไม่ใช่น้อยๆ ให้เป็นวิทยาทานกับเด็กหลายร้อยหลายพัน ดีกว่าเอาไปประเคนให้คนๆ เดียว ความคิดใครเนี่ย หืมมม...อ้ายแดง....

เมื่อขอใช้ชั่วคราว

เมื่อขอใช้ชั่วคราว แต่เมื่อเจ้าของขอคืน จะมายึดเอาไปเฉยๆ คงไม่ถูกต้อง บ้านเมืองมีขื่อมีแป.มีกฎหมาย ระเบียบ ท่านต้องปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ใช่ปฏบัติตามใจตนเอง. ลองหาแนวทางสมานฉันท์น่าจะดีกว่าทะเละกัน..พี่น้องเอ๋ย...

คนการศึกษาตำแหน่งสูง ..

คนการศึกษาตำแหน่งสูง .. ควรคำนึงถึงประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ของเยาวชนเป็นสำคัญ .. ปัีญหาเรื่องบ้านพักราชการหรือสิทธิ์การเช่าบ้านพักตามระเบียบราชการ..หารือไปที่ศธ.ก้อน่าจะจบ

บางคนที่มารับตำแหน่งก้ไม่ใช้ค

บางคนที่มารับตำแหน่งก้ไม่ใช้คนในพื้นที่ ตอนให้ยืมใช้ก็ไม่คิดถึงคนข้างหลัง ฝ่ายไอ้คนยืมก็กะจะยึด นี่หนอมนุษย์โลก

บ้านหลังนี้

บ้านหลังนี้ ไม่มีคนอยู่มานานมากๆ
ผุ ทรุดโทรม เอียงกะเท่เร่
มูลนิธิฯ จึงขอเข้าไปใช้พื้นที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ
มีสำนึกในสังคมที่นับวันก็แย่ลง
แม้กระทรวงศึกษา ยังช่วยไม่ได้เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก
งบของพวกเขา ก็ไม่ไใช่ของหลวง
เป็นงบเล็กน้อยจากเพื่อนมูลนิธิฯอื่นๆ
แต่ผู้ดูแลมูลนิธิฯ เป็นผู้มีความสามารถอย่างยิ่ง
ดร ดวงจันทร์
นร ทุน Fulbright จาก สถาปัตย์จุฬาฯ U of Pennsylvania U of Tokyo
และมูลนิธิฯเคยได้รับรางวัล และ ดร ดวงจันทร์ ได้รับเลือก เป็นคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ มาแล้ว
บ้านพักท่าน ผอ ก็มี ไม่ไกลเลย แค่ลำพูน
น่าจะเห็นแก่เยาวชนของชาติ
คุณคงอยู่เพียงไม่กี่ปี
น่าที่จะเสียสละให้กับการเรียนรู้ของเยาวชน

คนที่จะมาเป็นผู้พัฒนาการศึกษา

คนที่จะมาเป็นผู้พัฒนาการศึกษาและต้องดูแลเด็กในจังหวัดเชียงใหม่ มีสมองคิดได้แค่นี้เองหรือ ปัญญาที่จะหาบ้านอยู่เองแค่นี้ก็ไม่มีน่าเศร้า อนาคดของชาติจะได้คนเห็นแก่ตัวมาดูแล รมต.ศึกษาอยู่ไหน ปล่อยให้คนอย่างนี้เป็นผู้นำในเมืองใหญ่ได้ยังไง ก่อนที่จะคิดทำอย่างนี้ สมองซึกไหนสั่งการ รวมท้้งไอ้คนทำหนังสือขอคืนพื้นที่ด้วย ราชการคงไม่ได้คิดขอคืนหรอกแต่เป็นความอยากของคนเห็นแก่ตัว และเป็นความอยากได้หน้าของพวกชอบเลียที่นำเสนอคนเป็นนายก็ไม่ไตร่ตรองลืมตัวไปเพราะความอยาก น่าเศร้า ....อุบลไม่น่าอยู่หรอกต้องไปโน่นนราธิวาส บ้านพักหรูๆ สำหรับพออยู่ถึงเกษียณคงมีไว้รับรองท่านอยู่หลายที่มีที่ีวิ่งเล่นให้คุณหมาๆ ท่านด้วย

ค่อยๆคุยกัน

ค่อยๆคุยกัน คงหาทางออกได้ครับ
น่าเห็นใจ คนใหม่ที่มาก็ออกภูมิลำเนา ย้ายที่ปฏิบัติงานมาเป็นสิบแห่ง
ทรัพย์สิ่งของต่างๆก็คงมากมาย .. ไหนจะสัตว์เลี้ยง (เดี๋ยวก็มีคนมาออกความเห็นว่าไม่จำเป็นอีก) ไหนจะของสะสม
เห็นว่าก็หาทางออกเองได้แล้วนี่ครับ เช่าบ้านหมื่นกว่า เบิกได้สี่พัน แต่ก็คงจะยอมๆ เพราะเห็นแก่ส่วนรวม
อย่าซ้ำเติมด้วยความมันกันเลย ให้คนดีมีฝีมือ ได้ทำสิ่งที่ดีกว่าให้กับเมืองเชียงใหม่ดีกว่าครับ ทุกฝ่ายก็เจตนาดีด้วยกัน
เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายครับ.. อยากให้ร่วมมือกัน เพื่อเมืองเชียงใหม่เรา

เรื่องนี้ควรหันหน้ามาคุยกันคร

เรื่องนี้ควรหันหน้ามาคุยกันครับ ขอผู้ที่เป็นคนกลางมาชี้แนะด้วยมิเช่นนั้นจะกลายเป็นความขัดแย้งได้ เห็นใจทั้งสองฝ่ายครับเมื่อก่อนบ้านชำรุดรกร้างเสี่ยงต่อภัยต่าง ๆ ผอ.ท่านเดิมไม้มีความจำเป็นเรื่องที่พัก และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีก็อนุญาตให้ใช้ แต่ท่านใหม่มาอยู่ไม่มีที่พักจำเป็นต้องเข้าอญุ่เข้าไม่ได้ ต้องไปเช่าบ้านแทน บ้านเราค่าเช่าแพงมากเห็นใจครับ ฝ่ายมูลนิธิต้องการทำเพื่อประโยชน์เป็นเรื่องดี คนมาใหม่เดือดร้อนเพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านเองลำบาก ทำอย่างไรจะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้คิดว่าพ่อเมืองเชียงใหม่น่าจะเป็นคนกล่งเจรจานะครับ