สัมภาษณ์ ‘ธิวาภรณ์ พะคะ’ เราจะสู้เพื่อชุมชนจนกว่าชีวิตจะหาไม่!

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงตัวเล็กๆ ของชุมชนที่มีข่าวว่าเขาจะมาสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิง ซึ่่งทำให้ชุมชนที่เคยสุข สงบ สันติต้องเปลี่ยนไปกลายเป็นชุมชนที่ต้องขัดแย้ง หวาดระแวง จนต้องตั้งป้อมจัดเวรยามปกป้องแผ่นดินถิ่นเกิดของตนอยู่ทุกวันคืนในขณะนี้ ‘ธิวาภรณ์ พะคะ’ เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งของชุมชนหมู่บ้านโป่งอาง ชุมชนที่มีข่าวว่าเขาจะมาสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิง ภายใต้ชื่อ ‘โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่’ ของกรมชลประทาน ซึ่งเธอบอกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการของรัฐที่เข้ามาแล้วทำให้ชุมชนที่เคยสุข สงบ สันติต้องเปลี่ยนไปกลายเป็นชุมชนที่ต้องขัดแย้ง ระหวาดระแวง จนต้องตั้งป้อมจัดเวรยามปกป้องแผ่นดินถิ่นเกิดของตนอยู่ทุกวันคืนในขณะนี้ คุณเป็นคนเกิดและเติบโตที่โป่งอางเลยใช่ไหม--สภาพชีวิตความเป็นอยู่แต่ก่อนนั้นเป็นยังไงบ้าง? ใช่ค่ะ ดิฉันเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านโป่งอางแห่งนี้ ถ้าพูดถึงสภาพโดยรวมหมู่บ้านโป่งอางเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชาวบ้านอยู่กันแบบพี่แบบน้อง มีความรักสมานฉันท์ มีความสามัคคี อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และนอกจากนี้หมู่บ้านโป่งอางยังมีความอุดมสมบูรณ์เกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะัเป็นด้าน วัฒนธรรม ประเพณี ความเืชื่อ ชาวบ้านได้ถือปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณีของหมู่บ้านมาโดยตลอด ทั้งทางด้านศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ ถึงแม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่เราชาวหมู่บ้านโป่งอางก็อยู่กันอย่างสงบสุข และนอกจากนี้หมู่บ้านโป่งอางถือว่าเป็นหมู่บ้านที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากในด้านของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าเทียบแล้วทั้งตำบลเมืองนะ หมู่บ้านโป่งอางถือว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้ว มีทั้งทรัพยากรทางน้ำและทางบก ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้ถือว่าเป็นแหล่งหากินของชาวบ้าน หรือตลาดของชาวบ้านก็ว่าได้ แต่ ณ ปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้กำลังเริ่มจะเลื่อนลาง และจางหายไปจากพี่น้องหมู่บ้านโป่งอางแล้ว และอาจจะกลายเป็นอดีตหรือเป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น สาเหตุก็มาจากโครงอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบนนี้แหละ แล้วคุณมองว่าชุมชนโป่งอางเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไร? ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 พี่น้องหมู่บ้านโป่งอางเริ่มมีความแตกแยกขึ้น เมื่อทราบข่าวว่ามีทีมเข้ามาทำการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการอ่าง (เขื่อน) เก็บน้ำแม่ปิงตอนบน ทำให้ชาวบ้านมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยเลยกับโครงการนี้ และอีกกลุ่มหนึ่งยังไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงและยังสบสนอยู่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แล้วทำไมชาวบ้านถึงต้องลุกขึ้นมาคัดค้านไม่เอาเขื่อน ไม่เอาโครงการนี้? สาเหตุที่ชาวบ้านโป่งอางได้ลุกขึ้นมาคัดค้าน ก็เพราะว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่มาก ทำให้ชาวบ้านวิตกกังวลถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคต ว่าจะอยู่กันอย่างไร ถ้าเกิดว่าโครงการนี้สำเร็จ เพราะจุดสร้างเขื่อนแห่งนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้าน เพียงแค่ 1 กิโลเดียวเท่านั้น ถึงยังไงชาวบ้านหมู่บ้านโป่งอางต้องได้รับผลกระทบอย่่างแน่นอน เพราะไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าชาวบ้านจะไม่ได้รับผลกระทบ และถ้าโครงการนี้สำเร็จชาวบ้านต้องได้ย้ายถิ่นฐานอย่างแน่นอน ทำไมถึงเชื่อว่าชาวบ้านจะได้รับผลกระทบเช่นนั้น? ก็เพราะชาวบ้านได้ทราบและเจอจากประสบการณ์มาหลายๆ พื้นที่ที่มีการสร้างเขื่อน คุณมีความเห็นอย่างไร ที่ทางกรมชลฯ-ทีมศึกษาฯ เพิ่งออกโต้แย้งความเห็นคัดค้านของชาวบ้านผ่านเวบไซต์กรมชลประทานในขณะนี้ ที่ผ่านมาการคัดค้านโครงการนี้อาจจะไม่มีการรับทราบอย่างทั่วถึง แต่หลังจากเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่และโด่งดังไปทั่ว เกี่ยวกับที่มาของโครงการนี้อย่างไม่โปร่งใส จึงทำให้กรมชลฯและทีมศึกษาต้องออกมาแก้ตัว และชี้แจง เพื่อปกป้องตัวเองและำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลังจากที่ชาวบ้านได้อ่านคำชี้แจงดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นคำชี้แจงที่เห็นแก่ตัวมาก คำชี้แจงไม่ได้เป็นจริงอย่างที่กล่าวมาเลย บางประเด็นตรงกันข้ามกับคำที่กล่่าวมาด้วยซ้ำ ยิ่งกรมชลประทานและทีมศึกษาออกมาชี้แจงอย่างเห็นแก่ตัวแบบนี้แล้ว ยิ่งทำให้ชาวบ้านเห็นท่าทีที่แท้จริงของทีมศึกษาอย่างชัดเจนและัไม่ไว้ใจในโครงการนี้มากขึ้น เช่น ในประเด็นคำชี้แจงในคำถามที่ว่า กระบวนการมีส่วนร่วมและการตัดสินใจไม่ได้เกิดขึ้นจากคนในชุมชนอย่างแท้จริง เพราะคนในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการสร้างเขื่อน ซึ่งจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่มีการดึงเอาหน่วยงานราชการ ชุมชนนอกพื้นที่ มาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาโครงการเป็นหลัก ทีมศึกษาได้ชี้แจงว่า ได้มีการจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือในลักษณะ Focus Group ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ได้เชิญผู้นำชุมชนและคนในชุมชนเข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ ชาวบ้้านโป่งอางมีประชากรรวมทั้งหมด จำนวน 546 คน แต่ได้มีการเชิญผู้เข้าร่วมประชุมเพียงแค่ 13 คน เท่านั้น ผู้เข้าร่วมเพียงแค่ 13 คน ไม่ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมและตัดสินใจได้อย่างเพียงพอต่อจำนวนประชากรทั้งหมดที่มีอยู่ ในการตัดสินใจอย่างแท้จริง และในประเด็นที่กล่าวว่า มีชาวบ้านได้สมัครเข้าร่วมเป็นอาสาท้องถิ่น ในการสำรวจในด้านแหล่งท่องเที่ยว สัตว์ป่า ป่าไม้ คุณภาพน้ำ นิเวศทางน้ำ การประมง เป็นต้น และที่ได้ชี้แจงว่ามีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างอาสาท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญนั้น เมื่อได้มีการซักถามชาวบ้านที่เป็นอาสาสมัครท้องถิ่น ได้กล่าวว่า ไม่มีการกล่าวถึงที่มาของศึกษานี้เลยว่าเข้ามาศึกษาเพื่ออะไร และมีวัตถุประสงค์อะไรในการเข้ามาศึกษาเรื่องต่าง ๆดังที่กล่าวข้างต้นเลย อยากถามว่าอาสาสมัครจำนวน 8 คนที่กล่าวมานั้น ได้รวมถึงเด็กอายุประมาณ 13 ขวบด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้ารวมถึงเด็กเหล่านี้แล้ว เด็กเหล่านี้ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มีบางคนได้กล่าวว่าได้กรอกใบสมัครเป็นอาสาสมัครอยู่แต่ไม่รู้ว่าเป็นใบอาสาสมัครอะไร และยังมีบางคนกล่าวว่ามีผู้มาว่าจ้างให้นำทางไปศึกษาธรรมชาติเท่านั้น และได้ค่าตอบแทนที่เยอะด้วย เด็กได้รับค่าตอบแทนคนละ 200 บาท ผู้ใหญ่ได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จากที่กล่าวมาทั้งหมดชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างที่ท่านได้ชี้แจงมาเลย เพราะอาสาสมัครที่ท่านว่าเป็นอาสาสมัครนั้นไม่ได้เกิดจากความสมัครใจที่แท้จริงแต่ประการใด มาถึงตอนนี้ ชาวบ้านและชุมชนมีความตื่นตัวและได้รับประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวต่อสู้อย่างไรบ้าง ? ตอนนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้รับข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับโครงการนี้เพิ่มมากขึ้นและเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น และเฝ้าดูอยู่ตลอด จากทีมศึกษาของโครงการนี้ ที่ผ่านมาตั้งแต่ชาวบ้านตื่นตัว ก็ทำให้ชาวบ้านได้รับประสบการณ์จากการมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินทางไปยื่นหนังสือให้แก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง การร่วมตัวกันเพื่อเรียกร้องถึงสิทธิชุมชน การชุมนุมเพื่อคัดค้านเวทีการประชุมของทีมศึกษาและกรมชลฯ การเเลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการสร้างเขื่อนของพี่น้องฮอด เป็นต้น ซึ่งประสบการณ์การที่ชาวบ้านได้รับในครั้งนี้จะอยู่ในความทรงจำของพี่น้องบ้านโป่งอางตลอดไปตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ และพี่น้องชาวบ้านโป่งอางจะขอยืนยันและขอแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะต่อสู้ต่อไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่!!

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์