เมื่อ 'สลาวอย ชิเชก' มาเยือนขบวนการ 'ยึดครองวอลล์สตรีท'

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

'สลาวอย ชิเชก' นักปรัชญาฝ่ายซ้ายสายวิพากษ์อย่างถึงราก มาเยือนขบวนการ 'ยึดครองวอลล์สตรีท' กลางกรุงนิวยอร์ก พร้อมปราศรัยกับผู้ชุมนุมนับพัน \...เราไม่ใช่พวกเพ้อฝัน แต่เราคือผู้ตื่นจากฝัน ที่ได้กลายเป็นฝันร้าย\" เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา 'สลาวอย ชิเชก' นักปรัชญาฝ่ายซ้ายสายวิพากษ์อย่างถึงราก ชาวสโลวีเนีย มาเยือนขบวนการ 'ยึดครองวอลล์สตรีท' และปราศรัยกับผู้ชุมนุมนับพันใจกลางกรุงนิวยอร์ก ชวนตั้งคำถามต่อตนเองถึงระบบที่เป็นอยู่และเตือนใจถึงจุดประสงค์ของผู้คนที่มาชุมนุมหน้าวอลล์สตรีท ประชาไท จึงขอนำบทแปลภาษาไทยที่แปลโดยทีมงานของกลุ่มเฟซบุ๊ก \"Newer Left Preview\" มานำเสนอ ดังนี้... 0000 เราทั้งหมดคือผู้แพ้ แต่ผู้แพ้ที่แท้จริงอยู่ตรงวอลล์สตรีทนั่น พวกเขาได้รับการเติมลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้ล้มละลายอย่างนุ่มนวลด้วยเงินเป็นพันล้านของพวกเรา เราถูกเรียกว่าพวกสังคมนิยม แต่มันก็มีสังคมนิยมเฉพาะสำหรับพวกคนรวยเสมอ พวกเขาว่าพวกเราไม่เคารพทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่ในปี 2008 การล่มสลายทางการเงินสร้างความเสียหายมากกว่าไอ้สิ่งที่พวกเราทำๆอยู่ทั้งวันทั้งคืนหลายอาทิตย์ที่นี่เสียอีก พวกเขาบอกว่าพวกเราเป็นพวกเพ้อฝัน แต่พวกที่เพ้อฝันจริงๆ คือพวกที่คิดว่าสิ่งต่างๆมันจะดำเนินไปอย่างที่มันเป็นได้เรื่อยๆ ต่างหาก เราไม่ใช่พวกเพ้อฝัน แต่เราคือผู้ตื่นจากฝันที่กลายเป็นฝันร้าย เราไม่ได้ทำลายอะไรเลย เราแค่เป็นประจักษ์พยานว่าระบบมันทำลายตัวมันเองอย่างไร เราทั้งหมดรู้จักฉากคลาสสิคจากการ์ตูนกันดี ฉากที่แมวเดินมาถึงหน้าผาแล้วยังเดินต่อไปโดยไม่สนใจว่าไม่มีอะไรรองรับอยู่ใต้เท้า และกว่ามันจะได้มองลงไปและสังเกตเห็น มันก็ร่วงลงไปเสียแล้ว นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ เรากำลังบอกผู้คนในวอลล์สตรีทว่า “เฮ้ยมองลงข้างล่างสิ” ในกลางเดือนเมษายน 2011 รัฐบาลจีนแบนทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับโลกคู่ขนานและการเดินทางข้ามเวลา ทั้งในทีวีภาพยนตร์ และวรรณกรรม นี่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับจีน ผู้คนเหล่านี้ยังคงฝันถึงทางเลือกอื่นๆ คุณก็เลยต้องห้ามเขาฝัน ที่นี่เราไม่ต้องการการห้ามใดๆทั้งสิ้น เพราะระบบที่ครอบงำเราอยู่กดกระทั่งศักยภาพในการฝันของเราเอาไว้ ดูหนังที่เราดูกันตลอดเวลานี่สิ มันง่ายที่จะจินตนาการถึงจุดจบของโลกอย่างอุกกาบาตพุ่งชนโลกอะไรพวกนี้ แต่คุณไม่สามารถจินตนาการถึงจุดจบของทุนนิยมได้เลย แล้วเรามาทำอะไรกันที่นี่? ผมขอเล่าเรื่องตลกเรื่องเยี่ยมเก่าๆ จากสมัยคอมมิวนิสต์ ชายคนหนึ่งถูกส่งจากเยอรมันตะวันออกไปทำงานที่ไซบีเรีย เขารู้ว่าจดหมายของเขาที่ส่งกลับมาบ้านกิดจะถูกอ่านและเซ็นเซอร์ เขาเลยบอกเพื่อนเขาว่า “มาตั้งรหัสกันดีกว่าว่ะ ถ้ามึงได้จดหมายจากกูแล้วหมึกเป็นสีน้ำเงินแสดงว่าสิ่งที่กูพูดเป็นความจริง แต่ถ้าหมึกเป็นสีแดงก็แสดงว่ามันไม่จริง” หลังจากนั้นหนึ่งเดือนเพื่อนเขาก็ได้จดหมายฉบับแรกหมึกเป็นสีน้ำเงินทั้งหมด มีข้อความว่า “ทุกอย่างที่นี่เยี่ยมยอดเลยเพื่อน ร้านอาหารอร่อยๆ เพียบเลยว่ะ โรงหนังก็มีหนังดีๆ จากตะวันตกฉายเต็มไปหมด อพาร์ตเมนต์ที่กูอยู่ก็ใหญ่โตหรูหรา แต่สิ่งที่กูหาซื้อไม่ได้เลยคือหมึกสีแดง” นี่คือสภาวะที่เราอยู่ เรามีเสรีภาพทุกอย่างที่เราต้องการแต่เราไม่มีหมึกสีแดง เราไม่มีภาษาที่จะใช้พูดถึงความไม่มีเสรีภาพของเรา วิธีที่เราได้รับการสั่งสอนให้พูดถึงเสรีภาพอย่างการพูดถึงสงครามก่อการร้าย และเรื่องอื่นๆ ล้วนทำให้เสรีภาพเป็นเรื่องหลอกลวงและนี่คือสิ่งที่พวกคุณทำ กันอยู่ที่นี่ พวกคุณกำลังมอบหมึกสีแดงให้กับพวกเราทั้งหมด มันมีความอันตราย พวกคุณอย่าได้หลงรักตัวเองไปกับเวลาดีๆ ที่พวกคุณมีที่นี่ งานคาร์นิวาลอย่างนี้น่ะได้มาไม่ยากหรอก สิ่งที่เป็นประเด็นมันคือหลังจากนี้เมื่อเรากลับไปมีชีวิตปกติ ว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมั้ย? ผมไม่อยากให้พวกคุณจำวันเหล่านี้ในทำนองว่า “โอเรายังเป็นหนุ่มสาวและมันช่างเป็นวันที่งดงาม” จงจำไว้ว่าสารเบื้องต้นของเราคือ “เราสามารถคิดถึงทางเลือกอื่นๆได้” เมื่อกฎได้พังไปแล้ว เราไม่ได้อยู่ในโลกที่ดีที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้หรอก แต่หนทางข้างหน้าก็ยังอีกยาว เรายังต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ยากจริงๆ อีกมากมาย เรารู้ว่าเราไม่ต้องการอะไร แต่เราต้องการอะไรล่ะ? ระเบียบสังคมแบบไหนที่จะมาแทนที่ทุนนิยม? เราต้องการผู้นำใหม่แบบไหน? จงจำไว้ว่า ปัญหาไม่ใช่การคอร์รัปชั่นหรือความละโมบ ปัญหามันคือระบบ มันทำให้คุณจำต้องคอร์รัปชั่นถึงจะอยู่รอด จงระวังไม่ใช่แค่ศัตรู แต่ระวังพวกมิตรเทียมๆ ที่กำลังทำให้กระบวนการประท้วงนี้เจือจางลง เช่นเดียวกับที่คุณมีกาแฟที่ไร้คาเฟอีน เบียร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ ไอศกรีมไม่มีไขมัน พวกเขากำลังจะเปลี่ยนการประท้วงของพวกคุณให้กลายเป็นการประท้วงทางศีลธรรมที่ไร้พิษภัย มันคือกระบวนการสกัดคาเฟอีน แต่เหตุผลที่เราอยู่ที่นี่คือเราพอแล้วกับโลก ที่เรารู้สึกดีกับการรีไซเคิลกระป๋องโค้ก การบริจาคเงินสองสามเหรียญกับการกุศล หรือการซื้อคาปุชชิโนของสตาร์บัคที่เงิน 1 เปอร์เซ็นต์ของเราจะไปสู่เด็กหิวโหยในโลกที่สามและทำให้เรารู้สึกดีเหนือคณานับ หลังจากที่เราโอนถ่ายให้คนอื่นทำงานแทนและการทรมานนักโทษแทนเรามาแล้ว หลังจากที่เราโดนถ่ายชีวิตรักของเราให้บริษัทหาคู่จัดการแทนมาแล้ว ตอนนี้เราประจักษ์แล้วว่า เราได้ถ่ายโอนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเราให้คนอื่นมานานแล้ว และเราต้องการมันกลับมา เราไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ถ้าคอมมิวนิสต์หมายถึงระบบที่ล่มไปในปี 1990 จงจำไว้ว่าวันนี้พวกคอมมิวนิสต์เหล่านั้นแหละที่เป็นนายทุนที่มีประสิทธิภาพที่สุด และเหี้ยมโหด ในจีนทุกวันนี้เรามีทุนนิยมที่มีพลวัตยิ่งกว่าทุนนิยมอเมริกัน แต่ก็ไม่ต้องการประชาธิปไตยด้วยซ้ำ นี่หมายความว่า เมื่อคุณวิจารณ์ทุนนิยมคุณก็อย่าไปกลัวการถูกแบล็คเมล์ว่าคุณต่อต้านประชาธิปไตย การสมรสของประชาธิปไตยและทุนนิยมมันจบแล้ว การเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นได้ ทุกวันนี้เรามองว่าอะไรเป็นไปได้บ้าง? ลองมาดูในสื่อสิ ในมิติเทคโนโลยีและเพศทุกอย่างดูจะเป็นไปได้ คุณเดินทางไปดวงจันทร์ได้ คุณเป็นอมตะได้ด้วยไบโอเจเนติกส์ คุณร่วมเพศกับสัตว์หรืออะไรก็ได้ แต่คุณลองกลับมาดูในมิติสังคมและเศรษฐกิจสิ คุณจะเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นไปได้เลย คุณอยากจะเพิ่มภาษีพวกคนรวยนิดหน่อยพวกเขาก็จะบอกคุณว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราจะเสียศักยภาพในการแข่งขัน คุณต้องการเงินด้านสาธาณสุขมากขึ้นพวกเขาก็จะบอกคุณว่า “เป็นไปไม่ได้มันหมายถึงรัฐเผด็จการ” มันมีอะไรผิดพลาดในโลกใบนี้ที่มันสัญญากับคุณว่าคุณจะเป็นอมตะ แต่คุณไม่สามารถเพิ่มงบประมาณอีกนิดๆ หน่อยๆ เพื่อการบริการสุขภาพของประชาชน เราอาจจะต้องจัดลำดับก่อนหลังของความต้องการเราอย่างตรงไปตรงมาตรงนี้ เราไม่ได้ต้องการมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น แต่เราต้องการมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ความหมายเดียวของการเป็นคอมมิวนิสต์ของเราในตอนนี้คือเราใส่ใจสิ่งที่เป็นของส่วนรวม ธรรมชาติของส่วนรวม ทรัพย์สินทางปัญญาของส่วนรวม ไบโอเจเนติกส์ของส่วนรวม เราควรจะสู้เพื่อสิ่งเหล่านี้ และโดยเฉพาะสิ่งเหล่านี้เท่านั้น ลัทธิคอมมิวนิสม์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่ปัญหาของทรัพย์สินส่วนรวมยังอยู่กับเรา พวกเขาบอกว่าพวกเราไม่ใช่คนอเมริกัน แต่พวกอนุรักษ์นิยมรากฐานนิยมที่อ้างว่าตัวเองเป็นอเมริกันต้องถูกเตือนในบางอย่าง อะไรคือความเป็นคริสเตียน? มันคือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์? อะไรคือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์? มันคือชุมชนที่เท่าเทียมกันของผู้มีศรัทธาซึ่งเชื่อมกันด้วยความรักต่อกัน และมีเสรีภาพและความรับผิดชอบที่จะทำแบบนั้น ในแง่นี้ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่กับเราที่นี่ และที่วอลล์สตรีทนั่นมันก็มีพวกนอกรีตที่บูชารูปเคารพอันน่าดูหมิ่น ดังนั้นพวกเราจึงต้องการความอดทนในการต่อสู้ สิ่งเดียวที่ผมกลัวก็คือว่า สักวันพวกเราจะกลับบ้านกันไป และจะเจอกันปีละครั้ง กินเบียร์กันและนึกโหยหาอดีตว่า “เราช่างมีวันคืนที่ดีเหลือเกินในช่วงที่เราอยู่ที่นี่” จงสัญญากับตัวเองว่ามันจะไม่เป็นแบบนี้ เรารู้ว่าเรามักจะปรารถนาในสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการมันจริงๆ แต่จงอย่ากลัวที่จะปรารถนาในสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ขอบคุณครับ หมายเหตุ: สลาวอย ชิเชก เป็นปัญญาชนแนวหน้าของฝ่ายซ้ายถึงราก (Radical leftist) ซึ่งเขียนงานวิพากษ์ทุนนิยม อุดมการณ์ทางการเมือง ศาสนา โลกาภิวัฒน์ ฯลฯ ในแนวจิตวิเคราะห์ และมาร์กซิสม์ ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์และบรรยายในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในยุโรปและสหรัฐ ต้นฉบับของคำปราศรัย อ่านได้ที่ http://www.criticallegalthinking.com/?p=4415#more-4415 คลิปการปราศรัยของ Zizek http://youtu.be/eu9BWlcRwPQ และ http://youtu.be/7UpmUly9It4 ที่มา: เฟซบุ๊กกลุ่ม Newer Left Preview. \"...เราไม่ใช่พวกเพ้อฝัน แต่เราคือผู้ตื่นจากฝันที่กลายเป็นฝันร้าย\" Zizek กล่าวกับผู้ชุมนุม Occupy Wall Street. 15/10/54"

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์