ยูนิเซฟ-องค์การอนามัยโลก-ศูนย์นมแม่ฯ เรียกร้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในภาวะน้ำท่วม ชี้ใช้นมผงเสี่ยงท้องร่วง

(4 พ.ย.54) องค์การยูนิเซฟ องค์การอนามัยโลก และศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เรียกร้องให้สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงดูทารกและเด็กเล็กในภาวะน้ำท่วม และยังเตือนให้ระวังการรับบริจาคนมผสมและอาหารทดแทนนมแม่อื่นๆ รวมถึงอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กเล็กในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ด้วย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดในการให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าสูงสุด และจะช่วยป้องกันเด็กๆ จากการติดเชื้อในภาวะน้ำท่วม ซึ่งเป็นภาวะที่สุขอนามัยไม่ได้มาตรฐานและการเข้าถึงน้ำสะอาดเป็นไปอย่างลำบาก ในภาวะภัยพิบัติเช่นนี้มักพบว่าอัตราการตายและการเจ็บป่วยของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบมักจะสูงกว่าเด็กในช่วงอายุอื่นๆ เนื่องจากเด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงต่อโรคระบาดต่างๆ เช่น ท้องร่วง อย่างไรก็ตามยังมีความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกตัวอย่างเช่น หลายคนเข้าใจผิดว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน แม่ไม่สามารถให้นมลูกอย่างเพียงพอได้เนื่องจากความเครียด และโภชนาการที่ไม่เหมาะสม แต่ในความเป็นจริงแล้วความเครียดอาจมีผลชั่วคราวต่อการไหลของน้ำนมแม่ แต่จะไม่ส่งผลต่อการผลิตน้ำนมของแม่หากแม่และทารกยังอยู่ด้วยกันและได้รับการสนับสนุนให้กระตุ้นและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าแม่บางคนจะไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติในภาวะน้ำท่วมก็ยังจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องจัดหาน้ำดื่มที่สะอาดและอาหารที่มีประโยชน์ให้กับแม่ เพื่อจะช่วยปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับแม่และลูกได้ องค์การยูนิเซฟ องค์การอนามัยโลก และศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยมีหลักการเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการให้นมผงและอาหารทดแทนนมแม่ในช่วงภาวะน้ำท่วม ดังนี้ การรับบริจาคและการจัดหานมผสม อาหารทดแทนนมแม่และผลิตภัณฑ์นมต่างๆ ตามระเบียบและข้อปฏิบัตินานาชาติที่ได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาสุขภาพโลก ไม่ควรมีการบริจาคนมสำหรับทารก ขวด จุกนม และผลิตภัณฑ์นมต่างๆ ทั้งแบบผงและแบบน้ำ ประสบการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผ่านมาในบางประเทศ แสดงให้เห็นว่าการที่ของเหล่านี้มีจำนวนมากเกินความต้องการทำให้มีการใช้เกินความจำเป็นซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับสุขภาพของทารกได้ การแจกจ่ายและการใช้ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับทารกและเด็กเล็กในภาวะเช่นนี้ ควรได้รับการประเมินถึงความต้องการอย่างละเอียด และควรมีการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้แจกจ่ายให้ทารกที่มีความต้องการและจำเป็นจริงๆ ในกรณีทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่ไม่ได้ทานนมแม่แล้ว ในกรณีที่หยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้ว แม่ควรได้รับการสนับสนุนให้กลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ใหม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากไม่สามารถทำได้ การเลี้ยงทารกด้วยนมผสมก็สามารถทำได้ภายใต้คำปรึกษาและการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรทางสาธารณสุข และต้องควบคู่ไปกับการให้ความรู้ในการเตรียมนมผสมอย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ หากจำเป็นต้องใช้นมผสมจริงๆ แม่ต้องสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด หากจะให้ดีควรเป็นน้ำต้มหรือน้ำดื่มแบบบรรจุขวด และต้องมีอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ทั้งนี้ขอแนะนำให้ใช้แก้วใส่นมผสมและป้อนทารกแทนการใช้ขวดหรือจุกนมที่ไม่ได้ผ่านการนึ่งหรือฆ่าเชื้อก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกด้วยนมผสมในภาวะภัยพิบัติมีความเสี่ยงอย่างมาก และควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย หลังจากพิจารณาทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่าอย่างเต็มที่แล้ว เช่นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้อาหารตามวัยกับเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน เมื่อเด็กมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เด็กควรได้รับอาหารอื่นๆตามวัย ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมกับช่วงอายุ และสะอาดปลอดภัย นอกเหนือจากการดื่มนมแม่ ควรให้ความสำคัญกับอาหารที่หาซื้อได้ง่ายในพื้นที่ เหมาะสมกับวัฒนธรรมประจำถิ่น มีโภชนาการที่เพียงพอ และเหมาะสมกับอายุของเด็กด้วย องค์การยูนิเซฟ องค์การอนามัยโลก และศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการวางแผนและปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในประเทศไทยครั้งนี้ ป้องกันความเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตของเด็กเล็กที่เกิดจากการให้อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และควรส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้อาหารตามวัยที่เหมาะสม และป้องกันการแจกจ่ายหรือการใช้นมผสมที่ปราศจากการควบคุม ทั้งนี้สื่อมวลชนมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สาธารณชน และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมผสมอย่างปลอดภัย ภาพประกอบจาก: creativesam (CC BY-NC 2.0)

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์