นักข่าวพลเมือง: แรงงานนอกระบบ คนพิการ ร้องอาหารหมดเกือบอดตาย

แม่บ้าน อบต. พร้อมลูกสามีพิการ ร้องอาหารหมดเกือบอดตายหากกลุ่มแรงงานไม่เข้ามาแจกถุงยังชีพ น้ำยังท่วมเกือบ 3 เมตรไม่สามารถออกไปหากินได้ หวั่นน้ำลดจะเอาเงินไหนซ่อมบ้าน ห่วงลูกไม่มีเงินเรียน

 

แม้น้ำในอยุธยาจะลดลงในบางพื้นที่บางส่วน แต่ในอีกหลายพื้นที่น้ำยังคงสูงอยู่ การเดินทางยังคงยากลำบากต้องใช้เรือโดยสารเพียงอย่างเดียว ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องมีการวางแผนก่อนที่จะออกเดินทางทุกครั้ง เพราะเมื่อออกจากบ้านไปแล้ว ต้องนำเครื่องยังชีพในชีวิตประจำวันกลับมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตเพื่อให้อยู่รอดต่อไป

นางลออ วิไลสงค์ ทำงานเป็นแม่บ้านในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวไม่สามารถที่จะออกไปรับถุงยังชีพตามศูนย์ต่างๆ ได้ ต้องรอคอยจากคนที่จะนำของบริจาคนั่งเรือมาให้ เพราะน้ำท่วมสูงประมาณ 3 เมตร หลังจากบ้านถูกน้ำท่วม ตนเองสามีและลูก 2 คน ต้องออกมาอาศัยโรงเรียนวัดสุคันธาราม

นางลออยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากสามีขาขวาพิการจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ไม่สามารถเดินได้การที่จะออกไปขอความช่วยเหลือจึงยากมาก หรือทำไม่ได้ ในช่วงนี้ไม่มีใครนำถุงยังชีพมาให้เลย เพิ่งมีสหภาพแรงงานเข้ามาแจกถุงยังชีพ รู้สึกขอบคุณมาก เพราะรอคอยความช่วยเหลืออยู่ เพราะน้ำยังท่วมออกไปหากินเองไม่ได้”

นายประยง ไกรสมัคร สามีของนางลออ กล่าวว่า “เนื่องจากเป็นคนพิการมาหลายปีแล้ว ไม่สามารถทำงานได้ มีรายรับเข้ามาทางเดียวจากภรรยา ส่วนลูกยังเรียนหนังสืออยู่ไม่ได้ทำงานภาระเลยตกหนักอยู่ที่ภรรยาคนเดียว ยิ่งช่วงนี้น้ำท่วมบ้านหมดตัวแบบไม่เหลืออะไร แบบนี้ยิ่งทำให้น้ามีความลำบากมากยิ่งขึ้น หลังจากน้ำลดลงไม่รู้ว่าบ้านจะเป็นเสียหายแค่ไหน อาจต้องปลูกสร้าง ซ่อมแซมใหม่ แล้วจะเอาเงินมาจากที่ไหน เพราะคงไม่มีใครรับคนพิการเข้าทำงาน”

นายประยง กล่าวต่อว่า “เมื่อน้ำลดลง คงต้องหาที่อยู่เพื่อพักพิงชั่วคราวใหม่ เพราะโรงเรียนต้องเปิดลูกต้องเรียนหนังสือ ค่าใช้จ่ายนี้จะทำอย่างไรยังไม่รู้เหมือนกัน

นายมุลละ ศรีตระการ เลขาสหภาพแรงงานไทยโทเรย ซินเทติคส์ เป็นหน่วยอาสาลงพื้นที่ (นำถุงยังชีพไปแจกคนงานและชาวบ้าน) กล่าวว่า “ผมได้รับการประสานงานให้มาช่วยที่ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานประสบภัยน้ำท่วมในนามกลุ่มสหภาพแรงงานอยุธยาและใกล้เคียง ผมได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ จากศูนย์ไปแจกให้คนงานและชาวบ้านในพื้นที่ที่น้ำลึก และเข้าออกลำบากแล้ว ความจริงบ้านเช่าผมน้ำไม่ท่วม มีเตียงนุ่มๆ ให้นอนสบาย ไม่ต้องทำงานนี้ก็ได้ แต่เห็นสภาพแวดล้อมที่คนงานและชาวบ้านอาศัยอยู่บนหลังคาบ้าน อยู่ตามโรงเรียน ผมเลยตัดสินใจขอเป็นหน่วยอาสาลงพื้นที่ นำของไปตามพื้นที่ต่างๆ

นายมุลละเล่าอีกว่า หลังจากที่น้ำลดลงแล้วการกู้นิคมต่างๆ จะตามมา และคงมีหลายบริษัทที่มีการเลิกจ้างโดยที่พนักงานทั้งรู้ตัว และไม่รู้ตัว ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ พนักงานเหมาค่าแรงเพราะนายจ้างต้องเลือกที่จะเลิกจ้างก่อนเป็นอันดับแรก ที่สำคัญที่สุดรัฐบาลต้องมีมาตรการในการเยียวยาระยะยาวให้กับคนงาน และต้องไม่จำกัดเฉพาะคนที่ต้องมีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่อย่างเดียวต้องกระจายการเยียวยาให้ครอบคลุมเพราะได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันและไม่ใช่ช่วยแค่ 5,000 บาท ทุกอย่างจบ

รัฐบาลจะทำอย่างไรกับอุทกภัยน้ำท่วมครั้งนี้ จะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร จ่ายหลังละ 5,000 บาท ทุกหลังคาเรือน รัฐบาลจะทำได้จริงไหม และจะมีการพิจารณาอย่างไร ถ้าจ่ายไม่ได้ เกณฑ์การพิจารณาจะวัดจากอะไร ประชาชนรอคอยคำตอบจากรัฐบาลอยู่ นายมุลละกล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์