‘ประชา’ แจงร่างฯอภัยโทษทุกครั้งต้อง ‘ลับ’ ยันทักษิณไม่ได้ประโยชน์

20 พ.ย. ศปภ. ASTV ผู้จัดการออนไลน์ รายงานการแถลงของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษว่า การเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราชทุกครั้งเป็นการดำเนินการในทางลับมาโดยตลอด แต่เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์และทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจ โดยที่ผ่านมา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง โดยคำสั่งของกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2554 คำสั่งที่ 67/2554 ว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการพระราชทานอภัยโทษ มีคณะบุคคลได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา 20 คน ประกอบด้วยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน รองปลัดกระทรวงยุติธรรมหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นรองประธาน และมีกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ราชเลขาธิการ หรือผู้แทน หรือเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม หรือผู้แทน อธิบดีกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น จากนั้นคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอหลักเกณฑ์การพระราชทานอภัยโทษต่อนายพีระพันธ์ ซึ่งได้มีความเห็นชอบในหลักการ โดยมีเนื้อหาสำคัญ 2 ประการ คือ1. ให้ขอพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวให้แก่นักโทษเด็ดขาดซึ่งมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป โดยไม่มีเงื่อนไข เว้นคดีต้องโทษประหารชีวิตและคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ 2. ขอพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีอายุตั้งแต่ 60-69 ปี โดยยกเลิกหรือผ่อนคลายเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ เท่าที่จะกระทำได้ เว้นแต่คดีซึ่งต้องโทษประหารชีวิตความผิดร้ายแรง และมีกำหนดโทษสูง และคดีอาเสพติดให้โทษ ซึ่งเดิมการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาพ.ศ. 2553 เงื่อนไขเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ในบัญชีความผิดท้ายพรฎ.ก็ยังมีอยู่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวด้วยว่า เงื่อนไขที่นายพีระพันธ์เห็นชอบนี้ ตนก็ได้เห็นชอบตามนั้น ไม่มีการหักล้างอะไร และได้เซ็นรับทราบ เห็นควรดำเนินการต่อไป เมื่อ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา เรื่องจึงกลับไปคณะกรรมการและร่างฯ เพื่อเสนอตนอีกครั้ง จากนั้นจึงได้แทงเรื่องไปให้กรมราชทัณฑ์ นำร่างไปหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เป็นไปตามกฎหมาย ป.วิอาญา แล้วนำกลับเสนอตนอีกครั้งว่ามีการหารือและกฤษฎีกามีความเห็นอย่างไร ซึ่งก็ได้เห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีที่มีการถามต่อมาว่าร่างฯนี้เอื้อประโยชน์ให้คนใดคนหนึ่งหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา ชี้แจงว่า “ตอบด้วยความสัตย์จริงว่า ไม่มี คนต้องโทษการทุจริต ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ก็ยังอยู่ในบัญชีแนบท้าย ผู้ต้องหาเกี่ยวกับยาเสพติดก็ยังอยู่ ไม่ได้ขาดหายไปไหน การวิพากษ์วิจารณ์อาจทำให้ประชาชนสับสน จึงต้องเรียนให้ชัดเจนและไม่น่าห่วงอะไร เพราะเป็นร่างฯ ที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีส่วนใดขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแต่อย่างใด และที่ห่วงทำประโยชน์คนใดคนหนึ่งก็ยืนยันว่าไม่มี” เว็บไซต์เอเอสทีวีรายงานการถามของผู้สื่อข่าวที่ถามย้ำว่า โทษทุจริตมีการตัดออกหรือไม่ คนที่ไม่ได้รับโทษหรือคนที่หนีคดีมีโอกาสได้รับประโยชน์จากร่าง พรฎ.นี้หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวยืนยันว่า “ไม่มีครับ” เมื่อถามต่อว่า ยืนยันว่าต้องเป็นนักโทษที่ติดคุกมาก่อน พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า “ถูกต้องครับ” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ตอบให้ชัดได้เลยหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ฎ.นี้ พล.ต.อ.ประชา หยุดคิดแล้วย้อนถามว่า “จะให้ตอบเลยเหรอครับ ถูกต้องครับไม่ได้ประโยชน์” “ผมในฐานะผู้รับผิดชอบก็เรียนชี้แจง ถ้าผมพอมีเกียรติอยู่บ้าง ก็คงจะได้รับความเชื่อถือบ้างในข้อมูลนี้ การมาชี้แจงไม่ได้ช้าเกินไป เพราะเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องลับอยู่\ พล.ต.อ.ประชา กล่าว เมื่อถามว่า เหตุใดก่อนหน้านี้ไม่มาชี้แจงว่าทักษิณ ไม่ได้ประโยชน์จาก พ.ร.ฎ.นี้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า มันพูดไม่ได้ เป็นเรื่องความลับ เมื่อถามว่า หากสุดท้ายทักษิณได้รับการอภัยโทษ จะทำอย่างไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า “ผมก็ไม่อยู่” พร้อมกับหัวเราะ \"แก้วสรร\" แนะรัฐเผยร่าง กม.อภัยโทษ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ยังได้สัมภาษณ์นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ กล่าวถึงคำแถลงในจดหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะไม่ขอรับการอภัยโทษ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถแสดงเจตนาที่จะรับ หรือไม่รับอภัยโทษได้ เนื่องจากกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องรัฐบาลที่ออกกฎหมายให้มีผลตามพระราชกฤษฎีกา หากจะให้เรื่องนี้ยุติ รัฐบาลควรเปิดเผยร่างดังกล่าว ให้สาธารณชนได้รับทราบ หากเนื้อหาไม่เข้าข่าย ถือว่าเรื่องนี้เป็นข้อยุติ ที่มา: เรียบเรียงจากผู้จัดการ เอเอสทีวีออนไลน์

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์