‘แผนผังล้มเจ้า’ ยังตามหลอนวิทยุชุมชน ‘ดีเจหนึ่ง’ ถูกคุกคามต่อเนื่อง

อ้าง “ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคเหนือ” ส่งจดหมายคุกคาม ป้ายเรื่อง “บ่อนทำลายสถาบันฯ” เจ้าตัวยันถ้าหมิ่นจริงโดนปิดไปนานแล้ว เตรียมยื่นหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถามหาหน่วยงานและบุคคลในจดหมายมีตัวตนจริงหรือไม่สัปดาห์หน้า ตัวอย่างจดหมายคุกคามผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานี 22 พ.ย. 54 – นายจักรพันธ์ บริรักษ์ หรือดีเจหนึ่ง เปิดเผยว่าหลังจากที่สถานีวิทยุสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ ดำเนินการทดลองออกอากาศมาได้เกือบจะหนึ่งปีแล้วนั้น ในช่วงที่ผ่านมาทั้งในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จนมาถึงรัฐบาลนี้ ตนและผู้เกี่ยวข้องของสถานียังคงถูกคุกคามอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งจดหมายคุกคามไปยังผู้ที่ร่วมทำกิจกรรมกับทางสถานี และส่งจดหมายข่มขู่ไปยังญาติพี่น้องของผู้ที่มาร่วมทำกิจกรรมกับสถานี โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงาน “ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคเหนือ” หรือ “ศตน.” นายจักรพันธ์ระบุว่าตนเองได้รับจดหมายและบัตรสนเท่ห์ข่มขู่มาตลอดระยะเวลาของการทำสถานี รวมถึงคนที่มาทำกิจกรรมกับสถานี ไม่เว้นแม้แต่นักศึกษาที่มาร่วมจัดรายการ ก็ยังมีจดหมายอ้างหน่วยงาน ศตน. ส่งไปให้ผู้ปกครองที่ต่างจังหวัด ซึ่งได้สร้างความไม่สบายใจให้กับคนทำกิจกรรม “ส่วนตนโดนจดหมายทำนองนี้มาเยอะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่พอเป็นการคุกคามคนที่มาช่วยจัดรายการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานี หุ้นส่วนร้านกาแฟ ก็มีการส่งจดหมายไปยังที่ทำงาน ส่งจดหมายไปให้ญาติพี่น้อง การกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสมสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก” ทั้งซองจดหมาย แสตมป์ ดูเหมือนไม่ใช่ของหน่วยงานรัฐ นายจักรพันธ์ระบุต่อไปว่าส่วนตนแล้วในเบื้องต้นคิดว่าไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นการปลอมแปลงเอกสารขึ้นมาเพราะมีจุดสังเกตหลายอย่าง อย่างตาครุฑ ข้อความการเขียน และซองจดหมายที่ดูเหมือนไม่ใช่ของหน่วยราชการ แต่เพื่อความสบายใจของทั้งตนเอง ผู้ร่วมกิจกรรมของสถานี และคนฟังสถานี ตนเองจะไปแสดงตัวและสอบถามกับหน่วยงานของรัฐ “เพื่อให้เกิดความชัดเจน จะได้ขจัดความระแวงต่อหน่วยงานความมั่นคง คิดว่าจะไปขอความชัดเจนว่าจดหมายเหล่านี้เป็นของจริงหรือไม่ ถ้าเป็นของจริงก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าจะให้ทำอะไรต่อไป เพราะเราไม่มีเนื้อหาถ้อยความหมิ่นสถาบันแน่นอน ตรวจสอบหรือเฝ้าฟังเราได้ คงต้องขอความเป็นธรรมกันหน่อย แต่ถ้าเป็นเอกสารปลอมแปลง ก็คงไม่ดำเนินการแจ้งความใดๆ ในเบื้องต้นอยากไปทำความเข้าใจกับฝ่ายความมั่นคงก่อนเท่านั้นว่าเราบริสุทธิ์ใจจริงๆ ซึ่งตอนนี้คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มการเมืองอื่นๆ ปลอมแปลงเอกสารขึ้นมาโจมตี ก็คงเป็นเพราะภาพของผมมันติดตราบาปจากแผนผังล้มเจ้า” นายจักรพันธ์กล่าว นายจักรพันธ์ระบุว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่ตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานีกำลังเผชิญอยู่นี้ก็เป็นเพราะที่ตนได้ไปติดอยู่ในแผนผังล้มเจ้า ในช่วงที่การเมืองไทยเกิดวิกฤตเมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ภาพของตนเองกลายเป็นพวกเป็นภัยต่อความมั่นคง และทั้งๆ ที่มีการออกมาสารภาพแล้วว่าแผนผังนั้นเป็นเพียงการวิเคราะห์อย่างมีอคติต่อคนเสื้อแดง แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะคนที่ต้องติดตราบาปไปทั้งชีวิตอย่างตนเอง ใครจะรับผิดชอบได้ แผนผังที่นำไปสู่การล้อมปราบคนเสื้อแดงด้วยข้อหาหมิ่นเจ้า และสร้างตราบาปติดตัวให้กับคนหลายต่อหลายคน กับคำถามที่ว่าใครเล่าจะรับผิดชอบ “พอไก่อู (พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด) ออกมาบอกว่าเป็นแค่แผนผังวิเคราะห์ แล้วให้จบเรื่อง .. อ่าว แล้วนี่ล่ะ ผมล่ะ โดนผลกระทบมาถึงทุกวันนี้ จะไปสมัครงานทำมาหากินที่ไหนก็ไม่ได้แล้ว มาขายกาแฟจัดรายการวิทยุก็ยังโดนจดหมายคุกคาม และมันยังเป็นแผนผังบัดซบที่ปูทางไปให้เกิดการฆ่าคนเกือบร้อย ความรับผิดชอบมันอยู่ตรงไหน การเล่นการเมืองสกปรกแบบนี้ถ้ามีอีกในอนาคตแล้วมันเกิดความเสียหายอีกจะทำยังไง จะสร้างความปรองดองต้องสร้างมาตรฐานที่ถูกต้องก่อน คือขอให้หยุดเถอะในการนำประเด็นสถาบันมาโจมตีคนอื่นแบบนี้ ..และมันจะหยุดได้ก็ต่อเมื่อต้องมีคนออกมารับผิดชอบและถูกลงโทษ ต่อการออกแผนผังชุ่ยๆ นี้หรือการป้ายสีแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในอดีต” เมื่อถามว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองเสื้อแดงด้วยกันหรือเปล่า นายจักรพันธ์ระบุว่า ส่วนตนตนเองไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะตนเองไม่ได้ทำมวลชน ตนทำแต่สื่อ และคนเสื้อแดงย่อมไม่มีความคิดคับแคบแบบนี้ กลัวว่าจะเป็นคนที่มีทัศนะคติด้านลบกับคนเสื้อแดงมากกว่าที่ออกมาโจมตีสถานีอย่างเป็นระบบแบบนี้ “วิทยุชุมชนในเชียงใหม่มีทั้งเหลืองทั้งแดง การทำสื่อแบบผมอาจถูกเขม่น แต่ผมยังยอมรับนับถือและศรัทธาในน้ำใจคนเสื้อแดงที่เราผ่านเรื่องร้ายๆ มามาก ย่อมมีสปริตรรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก และเราต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ที่ก้าวหน้าที่สุดในขบวนการต่างๆ ที่มีอยู่ในไทยตอนนี้คงไม่ทำอะไรที่ล้าหลังแบบนี้ แต่กลุ่มคนที่ยังคงติดกรอบว่าพวกเสื้อแดงเป็นพวกล้มเจ้า ควรเปิดใจเป็นธรรม สำรวจรับฟังข้อมูลจากพวกเราอย่างใจเป็นธรรมบ้าง ในส่วนสถานีของตนก็เปิดมาฟังได้เลยที่คลื่น 99.15 MHz (เฉพาะบางพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ และสามารถฟังออนไลน์ได้ที่ http://fm9915cm.blogspot.com/)” สำหรับจดหมายคุกคามดังกล่าว ในเบื้องต้นได้ตรวจสอบชื่อหน่วยงาน (ศูนย์ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคเหนือ: ศตน.) และชื่อผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้อำนวยการของหน่วยงานนี้ (นายอารยะ วิริยะรุ่งเรือง) จากอินเตอร์เน็ต พบว่าไม่ปรากฏชื่อหน่วยงานและบุคคลดังกล่าว แต่ทั้งนี้นายจักรพันธ์ ระบุว่าตนจะเดินทางไปแสดงตนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอความชัดเจนจากหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ภายในสัปดาห์หน้า “ไม่อยากให้คนทำสื่อสีใดๆ ก็ตามโดนคุกคามแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากหน่วยงานรัฐหรือกลุ่มการเมืองที่มีความเห็นแตกต่างกัน เพราะทุกวันนี้เนื้อหาของสถานีก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่มีเรื่องหมิ่นสถาบันเพราะถ้ามีคงโดนจับโดนปิดไปนานแล้ว เราเผยแพร่ความคิดที่ย่อยมาจากข่าวสารเหตุการณ์บ้านเมืองในที่ต่างๆ และวงเสวนาของปัญญาชนให้ชาวบ้านฟัง ถ้าจะผิดกฎหมายคงผิดตั้งแต่ตัวข่าวและปัญญาชนเหล่านั้นแล้ว เราทำหน้าที่ส่งผ่านไปให้ชาวบ้านที่ฟังวิทยุชุมชน รวมถึงไม่เคยมีการจัดมวลชนมาเคลื่อนไหวด้านการเมือง เราขีดเส้นชัดเจนว่าทำแต่สื่อเท่านั้น เราถนัดทำตรงนี้ เราไม่ถนัดทำมวลชนไปนั่นไปนี่ ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของสถานีเรา เราทำงานทางความคิดกับชาวบ้านอย่างเดียว” นายจักรพันธ์กล่าว อ่านเพิ่มเติม: เปิดอกดีเจสถานีวิทยุชุมชนเชียงใหม่ ผู้มีชื่อในแผนผังล้มเจ้า (มติชนออนไลน์, 6 พ.ย. 2553)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น