มัลลิกาแจงผ่านเพจFBอีกรอบ ย้ำแบนเว็บเป็นทางเลือกสุดท้ายหาก รมต.หมดปัญญา

http://www.facebook.com/pages/Mallika-Boonmeetrakool/137530553003555 (28 พ.ย.54) สืบเนื่องจากที่ มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงข้อเสนอให้รัฐบาลจัดการเพจหมิ่น โดยระบุว่ามาตรการสุดท้ายคือการแบนเว็บดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ล่าสุด (28 พ.ย.) มัลลิกาชี้แจงเพิ่มเติมผ่านเพจส่วนตัวในเฟซบุ๊กว่า จุดยืนไม่ใช่เรื่องให้ไปปิดยูทูปหรือเฟซบุ๊ก แต่เป็นมาตรการขู่ที่ผู้นำประเทศต้องนำไปใช้เพื่อต่อรอง หากไม่สำเร็จจึงแบน โดยให้เป็นทางเลือกสุดท้ายหากรัฐมนตรีบอกว่ายากและหมดปัญญา แถลงชี้แจงกรณีหมิ่นและแบนยูทุปและเฟสบุค \กลุ่มไม่หวังดีตัดต่อประเด็นแถลงของมัลลิกาสร้างกระแสต่อต้านการสู้เพื่อขจัดเว็บผิดกฎหมายโดยเฉพาะเว็บหมิ่นในโซเชียลเน็ตเวิค ย้ำจุดยืนไม่ใช่ให้ปิดยูทุปและเฟสบุค แต่มาตรการขู่และต่อรองหากรัฐมนตรีหมดปัญญาแล้วอ้างว่ายาก\" นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าชมรมนักรบไซเบอร์ ที่เปิดตัวเป็นที่รับเรื่องร้องเรียนคู่ขนานกับการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงไอซีทีในการขจัดเว็บผิดกฎหมายนั้น แถลงว่า เนื่องจากกลุ่มคนไม่หวังดีตัดต่อตัดแปะข้อความแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน2554 แล้วนำไปใช้สร้างกระแสต่อต้านการรุกเรื่องนี้ของนางสาวมัลลิกา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เบื้องต้นได้อธิบายผ่านทวิตเตอร์@MallikaBoonและเฟสบุคส่วนตัวเนื่องจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิคที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายนำไปตกแต่งสร้างเรื่องให้คนเข้าใจไม่ครบถ้วน ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกความเห็น แต่ก่อนที่ใครจะแสดงออกกรุณาอ่านให้ครบทุกข้อความของทวิต10ข้อ10ทวิตใน@mallikaBoon และถ้าจะรีทวิตส่งต่อให้ใช้ลิงค์นี้ fb.me/UEMxhbtI กรณีของการข้อความ \"force แล้วถ้าไม่จบจึง ban ผู้นำต้องคิด\" นั่นเป็นมาตรการต่อรองสำหรับผู้นำที่อ้างว่า\"ยาก\"และ\"หมดปัญญา\"ซึ่งทางแห่งความเป็นจริงนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ในเนื้อข่าวที่แถลงและทวิตกับเฟสบุคของมัลลิกา ใช้คำว่าถ้ารัฐมนตรีไอซีที น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อ้างว่ายากและหมดปัญญาเช่นนั้นคุณก็ใช้ยาแรง banเว็บหากเขาไม่ให้ความร่วมมือคุณ การที่ผู้นำเต็มไปด้วยข้ออ้างแต่แท้จริงแล้วข้างหลังผู้นำมีมือโพสต์หมิ่นยืนประกบอยู่ข้างหลังตามที่เปิดประเด็นไปนั้นสิ่งใดที่จะทำให้ผู้นำหาข้ออ้างไม่ได้ \"จุดยืนไม่ใช่เรื่องให้ไปปิดยูทุป เฟสบุค แต่เป็นมาตรการขู่ที่ผู้นำประเทศต้องนำไปใช้เพื่อต่อรองนั้นคือforceถ้าไม่จบจึงban ผู้นำต้องคิด เป็นทางเลือกสุดท้ายหากรัฐมนตรีบอกว่ายากและหมดปัญญา\" นางสาวมัลลิกากล่าว โดยรายละเอียดตามทวิตเตอร์@MallikaBoon มีลำดับเป็นข้อๆดังนี้คือ 1.การใช้มาตรการแต่ละระดับ คือกลยุทธผู้นำในการจริงจังต่อการแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาเว็บหมิ่นต้องรู้ต้นตอแห่งปัญหาต้นตอมีแค่ 2 อย่าง 2.ต้นตอ2อย่างคือ คนตั้งใจทำลายกับช่องทางการใช้ทำลาย เมื่อเจอตอเจอเชื้อโรคแล้วก็ต้องหายามารักษาหรือหามาตรการมาแต่ละระดับ 3.การเป็นผู้นำคนผู้นำประเทศต้องใช้ทักษะเป็นกลยุทธเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ขอแค่คุณตั้งเป้าหมายไว้หรือยัง?มีเป้าหมายหรือไม่ว่าจะขจัดปัญหา 4.ถ้าเป้ามายคือการขจัดออกให้สำเร็จ คุณต้องกำหนดกรอบและระยะเวลาเพื่อคนทำงานซึ่งคือราชการจะได้เดินหน้าตามเป้าหมายในคำสั่งนั้น! 5.ไล่ตั้งแต่สืบค้น ตรวจจับ ส่งสำนวนสู่ศาล นี่สำหรับบุคคลกระทำผิด!ส่วนผู้ให้บริการ(บริษัท)เว็บนั้นๆต้องเชิญมาประชุมขอความร่วมมือและเซนเซอร์ 6.หากผู้ให้บริการขาดจริยธรรมปล่อยให้เพจหรือURLของคุณละเมิดและผิดกติกากับกฎหมายก็ส่งหลักฐานเสนอชั้นศาลปิดไป อยู่ในสังคมก็ต้องเคารพกติกา 7.ทีนี้สำหรับกรณีที่ผู้นำหมดปัญญา นั่นคืออ้างว่ามันยากเพราะเจ้าของเว็บอยู่ต่างประเทศซึ่งหมายถึงยูทรูปกับเฟสบุคที่ระบาดหนักช่วง3เดือนนี้ 8.เช่นนั้นแล้วมาตรการคือ ผู้นำต้องประสานผู้นำประเทศเขาแล้วเอาผู้ให้บริการประเทศนั้นเข้ามาร่วมองค์เจรจา ขอความร่วมมือระหว่างกันให้เหตุผลไป 9.มันยากและไม่สำเร็จใช่ไหม? ก็มาตรการสุดท้ายให้ยาแรงคือมาตรการต่อรองแลกเปลี่ยนก่อนการยื่นจาก force แล้วไม่จบจึง ban ผู้นำต้องคิดและนำไปขู่เขา 10.อย่าดัดจริต ถ้าคิดจะเด็ดขาด!! ขบวนการทำลายไปไกลขนาดใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีจนฝรั่งงง! อย่าเอ่ยคำว่า\"รักท่าน\"แล้วใช้คำว่า\"ยาก\" !! ทั้งหมดจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร และรัฐมนตรีไอซีที น.อ.อนุดิษฐ์นาครทรรพ วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2554 ต่อการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ในโซเชียลเน็ตเวิคชื่อดังๆระบาดหนักช่วงหลังการเปลี่ยนรัฐบาลตั้งแต่สิงหาคมถึงปัจจุบัน โดยนางสาวมัลลิกาจะนำเสนอพร้อมข้อมูลลิงค์หรือเพจ(URL)ของเว็บผิดกฎหมายประมาณ 200 URL ที่รับเรื่องร้องเรียนมาจากกลุ่มผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิคที่อ้างว่าไม่มั่นใจต่อการแก้ไขปัญหานี้ของรัฐบาล นอกจากนี้ นางสาวมัลลิกายังย้ำว่าจะไม่หยุดต่อสู้เรื่องนี้แม้จะถูกกลุ่มคนที่น่าจะเป็นขบวนการส่งเสริมการลบหลู่ จาบจ้วง สถาบัน ตั้งทวิตเตอร์และเพสบุคชื่อปลอมๆจำนวนมากโดยคนหนึ่งใช้ไอแพดเครื่องเดียวแต่มีเป็น4-5ชื่อที่ใช้เล่นทวิตเตอร์และเฟสบุค มาก่อกวนด่าหยาบคายในทสิตเตอร์และเฟสบุคของเธอ รวมทั้งโทรศัพท์ก่อกวนที่เข้ามามากขึ้นทุกวันแต่ประเภทโทรมาด่าแล้ววาง ดังนั้นชมรมนักรบไซเบอร์ จะเดินหน้าต่อไปเมื่อเจอใครเว็บหมิ่นเว็บผิดกฎหมายให้ทำตามขั้นตอนนี้ คือ 1)โทรแจ้ง ICT ที่เบอร์1212 หรือ 2)แจ้งผ่านเว็บไซต์ของ ICT mict.go.th (แต่ถ้าไม่ได้เรื่ิองทำข้อ3) 3)ถ้าเว็บนั้นยังอยู่ค่อยแจ้ง FightBadWeb@gmail.com เพื่อให้มัลลกาติดตามต่อโดยที่ไม่ต้องเอาลิงค์มาใส่ในเพจของ ทุกแห่ง ทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร และชมรมได้เปิดเฟสบุคFightBadWebเป็นเพจหนึ่งในเฟสบุคของมัลลิกามีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงซึ่งเป็นเจ้าพนักงานคอมพิวเตอร์ช่วยรับเรื่องและนำไปดำเนินตามกระบวนการของกฎหมาย ข้อมูลประกอบที่สำคัญคือ พรบ.คอมพิวเตอร์ การกระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ คือ กรณีที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ ทุกรูปแบบ โซเชียลเน็ตเวิคทุกรูปแบบ เป็นเครื่องมือไปกระทำความผิด 4 ประการหลักคือ 1) ด้านความมั่นคงของชาติ เข่น การโพสต์ปล่อยข่าวที่ทำให้ประเทศเสียหาย เสี่ยงต่อความมั่นคง 2) ด้านยาเสพติด การพนัน เข่น การขายยาผิดกฎหมาย การยุยงเล่นเลข หวย บ่อน แทงบอล 3) ด้านลามก อนาจาร เช่น ไปส่งต่อเผยแพร่ภาพโป๊ คลิปลามก หนังลามก 4) ด้านหมิ่นสถาบันของชาติ พระบรมเดชานุภาพ เช่น ที่ตัดต่อคลิป ภาพ เพลง จาบจ้วง ล่วงละเมิด ทั้งหมดเป็นฐานความผิดที่เจ้าพนักงานตามพรบ.คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่รมต.ไอซีที เจ้าหน้าที่แต่งตั้งตามกฏหมาย มีทั้งข้าราชการไอซีที ทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ พลเรือนที่เชี่ยวชาญ จะมีบัตรเจ้าพนักงานสามารถเข้าไปตรวจค้น จับกุม ใครที่กระทำผิดกฎหมายนี้ได้ แล้วทำสำนวนผ่านกระบวนการกฎหมาย ส่งฟ้องศาลมีโทษจำคุกหนักเบาแตกต่างกันไป ขณะเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ชื่อ Korn Chatikavanij ในเว็บไซต์เฟสบุคได้โพสต์ข้อความโปรโมทโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ คือ FightBadWeb โดยระบุข้อความต่อสาธารณะว่า ระยะหลังนี้มี \"เว็บที่ไม่เหมาะสม\" เพึ่มขึ้นมากและไม่มีท่าทีที่จะมีการดำเนินการใดๆโดยรัฐบาล ดังนั้นทางพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้สร้างช่องทางการติดตามกดดันให้ทางรัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่มากขึ้น ด้วยการสร้างFB Page http://facebook.com/FightBadWeb ขึ้นมา ใครเจอ เว็บที่ผิดกฏหมาย ขอให้เข้าไปดูวิธีการร้องเรียนผ่าน Page นี้ได้ครับ พรรคประชาธิปัตย์โดย สส.ศิริโชค โสภา ในฐานะ รมว.ICT เงา และ รองโฆษกฯ มัลลิกา บุญมีตระกูล อดีตที่ปรึกษารมว.ICT จะเป็นผู้คอยติดตามว่า...กระทรวง ICT มีการดำเนินการอย่างเต็มที่หรือไม่ ? \" รัฐมนตรีอนุดิษฐ์ งานเข้าแน่ครับ เพราะ... สังคมข้องใจอยู่แล้ว ว่าทำไม \"ผู้เคยถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดีหมิ่น\" ถึงได้มาคอยเดินติดตามท่านตลอด และสิ่งนี้ เป็นเหตุให้มีเว็บหมิ่นแพร่หลายไปทั่ว ใช่หรือไม่ ..ปล.วิธีแรกที่ FightBadWeb บอกคือ ..อย่าเอาลิงค์เว็บ หรือเพจหมิ่นมาแชร์ตอบใน Comment นะครับ.\" นายกรณ์โพสต์ไว้ในเฟสบุค รายงานจากหน้าเพจ FightBadWeb จัดตั้งขึ้นเพื่อให้คำแนะนำสำหรับ ผู้ที่ต้องการจะร้องเรียน รายงาน เว็บ หรือเพจหมิ่นฯ รวมทั้งเว็บที่ผิดกฏหมายต่างๆ ในการเปิดเพจนี้เพียงแค่วันเดียวปรากฎผู้เห็นด้วยกดชอบหรือlikeจำนวน 3

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์