ศาลไม่ให้ประกัน ‘อริสมันต์’ หลังเข้ามอบตัว

7 ธ.ค.54 เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์รายงานว่า ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายตามหมายจับ ได้รับการประกันตัวชั่วคราว หลังพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) คุมตัวส่งให้กับพนักงานอัยการในวันนี้และส่งตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาต่อใน ทันที โดยนายอริสมันต์ได้นำเงินสด จำนวน 1,200,000 บาท ใช้เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นขอประกันตัวสู้คดี ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งยังมีหมายจับอีกหลายคดีที่เป็นความผิดร้ายแรงมีอัตราโทษสูง ซึ่งต้องพิจารณา ประกอบกับหลบหนีหมายจับกุมไปเป็นเวลานาน จึงไม่อนุญาตตามคำร้องขอให้ปล่อย ตัว ทันทีที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายอริสมันต์ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ด้านทนายความของนายอริมันต์ เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในวันที่ 8ธ.ค.พร้อมเพิ่มวงเงินหลักทรัพย์เป็นจำนวน2ล้านบาท ขณะที่เดลินิวส์รายงานว่า นายอริสมันต์ กล่าวถึงการกลับมาต่อสู้คดีในประเทศไทยว่า ที่หลบหนีไปต่างประเทศนานร่วมปีนั้น เพราะไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรมในขณะนั้นที่มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่บุกไป ที่ห้องพักโรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยมีอาวุธต่างๆ ซึ่งเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อย่างไรก็ตามตนไม่คิดที่จะฟ้องกลับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ตนยึดหลักการให้อภัย ไม่อาฆาต โดยการกลับมาสู้คดีเวลานี้ก็เห็นว่าสถานการณ์คลี่คลาย และรัฐบาลใหม่มีแนวทางปรองดองสมานฉันท์ ทำให้มั่นใจกระบวนการยิ่งขึ้น และการกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เข้าไปดำรงตำแหน่งหรือทำงานทางการ เมือง เพราะคงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเวลานี้ หลังจากนี้คงใช้เวลาในการต่อสู้ทางกฎหมายมากกว่า เรื่องอื่นๆคงต้องหยุดไว้ก่อน โดยตนมั่นใจในการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ผ่านมาว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้คิดร้ายหรือทำให้เกิดมี ความรุนแรง ส่วนที่ปรากฏภาพถือน้ำมันแล้วกล่าวหาตน ก็ยืนยันว่าตนมีคลิปที่จะนำมาใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานต่อสู้ในศาล เพราะคลิปต่างๆ ที่ปรากฏออกมาเป็นเพียงบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งตนกระทำเพื่อลักษณะป้องปรามมากกว่า ไม่ใช่ก่อเหตุรุนแรง ด้านนายนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวย้ำว่า การทำสำนวนคดีอัยการ พิจารณาด้วยความเป็นธรรมสำหรับผู้ต้องหาทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องที่รอตัวมาพิจารณาสำนวนคดี มีหลายคน อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์กระทำนอกราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าคดีที่ยื่นฟ้องก่อการร้ายกลุ่ม 19 แกนนำ นปช. และนายนอริสมันต์ จะพิจารณาเสร็จสิ้นและมีคำพิพากษาได้ก่อนที่จะได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีในภายหลังก็ไม่มีปัญหา เราก็ทำคดีตามกันพยานหลักฐานที่ปรากฏ ทั้งอัยการก็ไม่ได้คัดค้านการประกันนายอริสมันต์ เนื่องจากนายอริสมันต์เข้ามอบตัวเอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ทั้งนี้ อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.พ. – พ.ค. 2553 ต่อเนื่องกัน จำเลยร่วมกับนาย วีระกานต์ มุสิกพงศ์ นาย จตุพร พรหมพันธุ์ นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ. เหวง โตจิราการ นาย ก่อแก้ว พิกุลทอง นาย ขวัญชัย สาระคำ หรือไพรพนา นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก ชูกล่อม นาย นิสิต สินธุไพร นายการุณ หรือเก่ง โหสกุล นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท กับพวกรวม 19 คน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ของศาลนี้ และจำเลยอีก 5 คนในความผิดฐานเดียวกันของศาลนี้ ได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ร่วมกันกับพวก ยุยง ปลุกปั่นประชาชนทั่วราชอาณาจักรไทยให้เข้าร่วมชุมนุมและทำกิจกรรม โดยมีความมุ่งหมายที่จะต่อต้านรัฐบาลและบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยจำเลยกับพวกจัดให้มีการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงหลายหมื่นคนที่บริเวณสะพาน ผ่านฟ้าลีลาศ ตามแนวถนนราชดำเนินไปจนถึงสี่แยกคอกวัว และแยกราชประสงค์ มีการเดินขบวนและเคลื่อนย้ายประชาชนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รัฐสภา กรมทหารราบที่ 22 และบ้านพักของนายกรัฐมนตรี และมีการใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน เพื่อสร้างความปั่นป่วนก่อให้เกิดความเสียหายแก่การคมนาคมและทำให้ประชาชน ส่วนใหญ่เดือดร้อนเกรงกลัวอันตรายที่จะก่อให้เกิดขึ้นต่อชีวิตและร่างและ ทรัพย์สิน ขัดขวางการใช้ชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังใช้เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ยิงใส่กระทรวงกลาโหม ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม. 79 ยิงใส่กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรี ยิงใส่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รมน.) มีทหารได้รับบาดเจ็บ บุกตรวจค้น รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยอ้างว่ามีทหารแอบซ่อนอยู่ ทำให้แพทย์ พยาบาลไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยได้ รวมทั้งสถานที่อื่นๆหลายแห่ง ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้โจทก์ไม่ขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากจำเลยเข้ามอบตัวกับเจ้าพนักงานเอง ศาลรับคำฟ้องคดีไว้พิจารณาเป็นคดีดำที่ อ.4958/2554 โดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้วสอบถามปรากฏว่านายอริสมันต์ แถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี และจัดเตรียมทนายความไว้พร้อมแล้ว ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 6 ก.พ. ศกหน้า เวลา 13.30 น.

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์