ผู้ว่าสงขลาเล็งทำโครงการประกันผู้ต้องหาคดีป่วนใต้

ผู้ว่าสงขลาเยี่ยมคุกคดีความมั่นคง เล็งทำโครงการประกันผู้ต้องหาคดีป่วนใต้ ใช้ผู้นำสี่เสาหลักและตำแหน่งผู้ว่ารับรอง เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ธันวาคม 2554 ที่ห้องประชุม 1 เรือนจำกลางสงขลา นายกฤษฏา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เดินทางเข้าไปพบปะกับผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ นาทวี เทพาและสะบ้าย้อย จำนวนประมาณ 20 คน ที่อยู่ระหว่างการฝากขังในเรือนจำกลางสงขลา ระว่างพบปะนายกฤษฎา ได้พูดคุยกับผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวถึงนโยบายในการสร้างสันติสุขและแนวทางการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลให้ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงฟัง นายกฤษฎา เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม 2555 นี้ตนจะเรียกประชุมนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและโต๊ะอีหม่ามในพื้นที่ 4 อำเภอดังกล่าว เพื่อแจ้งว่า ตนจะขยายโครงการศูนย์ยะลาสันติสุข หรือโครงการประกันตัวผู้ต้องหาคดีความมั่นคงโดยให้ผู้นำชุมชนและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับรอง มาดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสงขลาด้วย นายกฤษฎา เปิดเผยต่อไปว่า ผู้ต้องหาที่จะเข้าโครงการนี้ได้ ต้องมีเงื่อนไข คือ 1.ต้องมีความจริงใจต่อกัน โดยหากได้รับประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนี 2.การดำเนินคดีต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งหากศาลพิพากษาลงโทษก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และ 3.ต้องให้ผู้นำชุมชนหรือผู้นำสี่เสาหลัก ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โต๊ะอีหม่ามและผู้นำตามธรรมชาติ หมายถึง บุคคลที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือในชุมชน เป็นผู้รับรองก่อน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะรับรองตามไปด้วย เพื่อรับรองว่า ผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวตามโครงการนี้ จะไม่ทำความผิดอื่นๆ อีกหลังจากได้รับการประกันตัวแล้วและจะไม่หลบหนี “ระหว่างนี้ให้ผู้ต้องหาทุกคนได้ปรึกษาหารือกับครอบครัวก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้” นายกฤษฎา กล่าว นายอุดม คุ่ยณรา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสงขลา กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงนี้เพราะนายกฤษฎา เคยทำมาแล้วเมื่อครั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลามาก่อนหน้านี้ ที่จังหวัดยะลาและประสบความสำเร็จดี นายอุดม กล่าวว่า โครงการนี้สามารถช่วยให้ผู้ต้องขังได้กลับอยู่กับครอบครัวและชุมชนที่เขาเคยอยู่ และสามารถพิสูจน์ความจริงใจของผู้ต้องหาได้ โครงการนี้อาจตอบโจทก์ความไม่เป็นธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในมิติหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลไปถึงการแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้ ผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงรายหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการฝากขังในเรือนจำกลางสงขลา กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะเข้าโครงการนี้ดีหรือไม่ เพราะหากได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว จะได้รับความปลอดภัยหรือไม่ เพราะเคยมีผู้ต้องหาที่ได้การประกันตัวออกไปแล้ว ถูกทำร้ายร่างกาย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์