ประชาชนเป็นจำนวนมากแห่เข้าร่วมเทศกาลหนังในย่างกุ้ง

มีประชาชนกว่า 7 พันคนเข้าร่วมชมเทศกาลหนัง “The Art of Freedom film festival” ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 1 – 3 มกราคมที่ผ่านมา โดยเทศกาลหนังครั้งนี้ มีนางอองซาน ซูจี และซาร์กานาร์ รวมไปถึงผู้กำกับชาวพม่าคนอื่นๆร่วมจัดงานและให้การสนับสนุนหลัก

ทั้งนี้ มีหนังจำนวน 54 ที่ผ่านเข้ารอบตัดสิน จากทั้งหมด 188 เรื่องที่ส่งเข้าประกวด “ผมเชื่อว่า หนังทั้งหมดได้บอกเล่าถึงเสรีภาพผ่านทางผลงานศิลปะและเทคโนโลยีที่ผู้ทำหนัง ใช้” มิน ติน โก โก จี หนึ่งในผู้กำกับชาวพม่าและเป็นคณะกรรมการตัดสินในครั้งนี้กล่าว
 
ขณะที่หนังที่เข้าฉายในเทศกาลครั้งนี้ ไม่ได้ถูกเซ็นเซอร์จากทางการพม่าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหนังบางส่วนที่เข้าฉายในเทศกาลครั้งนี้ มีเนื้อหาโจมตีรัฐบาลทหารพม่าชุดเก่า ขณะที่บางคนกล่าวว่า อุตสาหกรรมหนังพม่าอาจกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หากเสรีภาพกลับคืนสู่พม่า
 
“แสดงให้เห็นชัดแล้วว่า ประชาชนในพม่าไม่ยอมรับการเซ็นเซอร์และเหตุผลที่จะนำไปสู่การเซ็นเซอร์ ” หนึ่งในผู้กำกับที่ส่งหนังเข้าประกวดกล่าว

ทั้งนี้ หนังเรื่อง “Rope” โดยมิน ไต้ก คว้ารางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมไปครอง ส่วนหนังเรื่อง “Freedom and Unity” กำกับโดย ซอ โบ โบ ฮิง คว้ารางวัลหนังแอนิเมชันยอดเยี่ยม ส่วนหนังที่ได้รับรางวัลจากการโหวตจากผู้ชมมากที่สุดคือหนังเรื่อง “Cut this Scene” นอกจากนี้ยังมีรางวัลสารคดียอดเยี่ยม ซึ่งตกเป็นของสารคดีเรื่อง “Click in Fear” โดยจายจ่อข่าย ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวช่างภาพชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งที่เขาได้บันทึกภาพ เหตุการณ์ประท้วงใหญ่เมื่อปี 2550 มีรายงานว่า หนัง 3 เรื่องที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปแข่งขันในเทศกาลหนังนานาชาติต่อไป
 
ขณะที่หนึ่งในผู้ส่งหนังเข้าประกวด จายจ่อข่าย ผู้กำกับชาวไทใหญ่กล่าวว่า เขาไม่ได้คาดหวังกับรางวัลมาก่อน การส่งหนังเข้าประกวดครั้งนี้เพียงหวังให้ประชาชนได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิด ขึ้นในพม่า โดยยังกล่าวว่า หนังของเขานั้นมอบใหักับคนที่รักความยุติธรรมและอิสรภาพ
 
ด้านซาร์กานาร์กล่าวถึงงานที่จัดขึ้นว่า “นี่เป็นการแสดงออกอย่างเสรีภาพ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของทิศทางที่ถูกต้อง และเราไม่กลัว เราไม่เคยกลัว”เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ซาร์กานาร์กล่าวบน Facebook ของเขาว่า รู้สึกผิดหวังกับจำนวนตัวเลขนักโทษการเมืองที่ได้รับการปล่อยตัว
 
“ตอนแรกผมคาดหวังว่า ผมจะฉลองเทศกาลหนังครั้งนี้พร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่ได้รับการปล่อยตัวจาก คุก ตอนนี้ผมอยากเปลี่ยนชื่องานครั้งนี้เป็น เทศกาลแห่งการถูกจองจำ ”เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ศิลปินเป็นจำนวนมากต่างให้กำลังใจกับผู้จัดงานและหวังให้มีการจัดเทศกาลหนัง เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในครั้งต่อๆไป
แปลแลเรียบเรียบจาก Mizzima/ Irrawaddy/www.myanmarcelebrity.com 6 มกราคม 55

SSA – ใต้ ถูกเชิญไปเจรจาสันติภาพที่เนปีดอว์

มี รายงานว่า ทางรัฐบาลพม่าได้เชิญเจ้ายอดศึกและตัวแทนกองทัพรัฐฉานใต้ (Shan State Army-South) หรือ SSA – ใต้ไปกรุงเนปีดอว์ เพื่อเจรจาสันติภาพในช่วงวันที่ 15 – 20 ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่า จะมีตัวแทนจาก SSA – ใต้ราว 10 คน ที่จะเข้าร่วมพบเจรจากับฝ่ายรัฐบาลพม่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เจ้ายอดศึกจะเดินทางไปเนปีดอว์ด้วยหรือไม่

ด้านโฆษกของ SSA – ใต้ จายหลาวแสงกล่าวว่า การเจรจาที่จะมีขึ้น จะเป็นการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงของเขตแดนของ SSA – ใต้และกองทัพพม่าเป็นหลัก
 
“เราอยากให้รัฐบาลพม่าให้รายละเอียดเกี่ยวกับเขตแดนและพื้นที่ควบคุม พื้นที่ไหนที่เราควรจะเปิดสำนักงาน จากนั้นเราจะเริ่มย้ายครอบครัวของเราไปพื้นที่นั้นๆ เราจำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในเรื่องการเคลื่อนกำลังพลของเรา เช่นเดียวกับที่เราจำเป็นต้องรู้ว่า รัฐบาลจะสั่งทหารของพวกเขาประจำการที่ไหนในอนาคต” ทั้งนี้ จายหลาวแสงกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะตกลงทำสัญญาหยุดยิงชั่วคราว แต่จนถึงขณะนี้ทหารพม่าก็ยังไม่ถอนกำลังออกจากรัฐฉานแต่อย่างใด
 
ทั้งนี้ จายหลาวแสงกล่าวว่า การหารือที่จะมีขึ้นจะไม่มุ่งไปยังประเด็นทางการเมืองเป็นหลัก เนื่องจากเห็นว่า การเจรจาทางการเมืองนั้น ตัวแทนจากชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มควรที่จะมีส่วนร่วมด้วย “เราไม่สามารถพูดถึงประเด็นทางการเมืองได้เพียงลำพัง เราจำเป็นต้องรอจนกว่าชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มเข้าร่วม”ขณะที่รัฐบาลพม่าและ SSA – ใต้ ได้เจรจาสันติภาพกันแล้วหลายรอบก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยที่จะมีการหยุดยิงกันชั่วคราว
 
อย่างไรก็ตาม ทาง SSA – ใต้ วางแผนที่จะเปิดสำนักงานในเมืองตองจี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐฉาน รวมถึงเมืองเชียงตุง เมืองสาด เมืองโขหลำ และพื้นที่อื่นๆของรัฐฉาน ขณะที่อีกด้านหนึ่งในรัฐคะฉื่น ซึ่งเป็นรัฐที่ติดกับรัฐฉานกลับมีสถานการณ์ที่แตกต่าง เนื่องจากการสู้รบกันระหว่างทหารพม่า และทหารคะฉิ่น KIA(Kachin Independence Army) ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าเกิดเหตุการณ์ปะทะกันจำนวน 160 ครั้งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยยังพบว่า หลังวันที่ 10 ธันวันคม นับตั้งแต่ประธานาธิบดีเต็งเส่งออกคำสั่งให้กองทัพพม่าหยุดโจมตีรัฐคะฉิ่น ก็ยังคงพบการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่ายถึง 90 ครั้ง
 
Irrawaddy 5 มกราคม 55

แปล และเรียบเรียงโดย สาละวินโพสต์ "สื่อทางเลือกเพื่อแบ่งปันความเข้าใจสู่เพื่อนบ้าน"อ่านข่าวและบท ความอื่นๆ อีกมากมายได้ที่เว็บไซต์ www.salweennews.org เฟซบุ๊คhttp://www.facebook.com/Salweenpost ทวิตเตอร์ http://twitter.com/salweenpost

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์