เปิดแถลงการณ์ ฝั่งหนุน VS ต้าน กรณีเงินเยียวยาตาม มติ ครม.

ชวนอ่านแถลงการณ์ ระบุเหตุผลและข้อเรีกยร้องของสองกลุ่ม นักกิจกรรมเสื้อแดง VS กลุ่มหมอตุลย์ ซึ่งไปทำกิจกรรมหน้าทำเนียบรัฐบาลวันนี้ เพื่อต่อต้าน-สนับสนุน มติครม.เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง 000 เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มประกายไฟ 17 มกราคม 2555 เรื่อง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งและขยายกรอบการเยียวยา เร่งสืบหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์แต่ละกรณีการสลายการชุมนุม ลดงบประมาณกองทัพและนำเอาข้อเสนอเรื่องแก้ ม.112 ของ คอป.และนิติราษฎร์มาพิจารณา เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจ่ายเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ถึงเมษา-พฤษภาปี 2553 โดยการชดเชยเยียวยาให้ครอบคลุมถึงคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ทุกเหตุการณ์ นับแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 เหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทั้งปี 2552 มาจนถึงเหตุความรุนแรงเมษา-พฤษภาปี 2553 รวมวงเงิน 2 พันล้านบาท โดยไม่รวมถึงความเสียหายจากเหตุการณ์อื่นๆ อาทิ กรณีตากใบหรือกรือเซะ นั้น ทางเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มประกายไฟเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เนื่องจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้คุณค่าของชีวิตมนุษย์ในสังคมนี้ และเป็นบทเรียนแก่ผู้กุมอำนาจและสังคมที่จะไม่ปล่อยให้มีการเข่นฆ่าประชาชนเกิดขึ้นอีกต่อไป จริงอยู่ที่เงินเพืยงไม่กี่แสนหรือล้านจะไม่สามารถชดเชยคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด แต่มติ ครม.นี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตและผู้บาด เจ็บจะต้องได้รับการเยียวยาเป็นการเบื้องต้นจากความสูญเสียที่ไม่ควรที่จะ เกิดขึ้นนี้ โดยมาตรฐานเหล่านี้ถือได้ว่าจะเป็นคุณูปการของประชาชนในสังคมไทยในอนาคตอีกด้วย ในขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.54 ที่ผ่านมาคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ได้เสนอแนะรัฐบาล ว่าควรผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เช่นเดียวกับคณะนิติราษฎร์ที่เสนอให้มีการปรับแก้กฎหมายมาตรานี้ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรเพิกเฉยควรนำมาพิจารณา พร้อมทั้งเปิดให้สังคมได้มีการแลกเปลี่ยนถกเถียงประชาพิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้น ทางเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มประกายไฟ จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้ 1. เร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ถึงเมษา-พฤษภาปี 2553 ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา 2. ขยายวงเงินในการเยียวยาในกรณีต่างๆ 3. ปล่อยนักโทษทางการเมืองในทุกกรณี หรืออย่างน้อยให้สิทธิในการประกันตัวเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการต่อสู้คดี พร้อมทั้งเยียวยากลุ่มคนเหล่านั้น รวมทั้งคู่กรณีที่เป็นคดีความกับรัฐทุกกรณีต้องได้รับสิทธิการประกันตัวเพื่อสู้คดีโดยกรมการคุ้มครองสิทธิเเละเสรีภาพ 4. ขยายกรอบการเยียวยาให้ครอบคลุมกรณีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยรัฐอื่นๆด้วย เช่น กรณีความเสียหายที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เสียหายจากกระบวนการตาม พรก. ฉุกเฉิน ในจังหวัดชายแดนใต้ กรณีความรุนแรงทางการเมืองในอดีตอย่าง พ.ค.35, 6 ตุลา 19 และ 14 ตุลา 16 รวมถึงกรณีที่คนงานหรือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำโดยรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณค่าความเป็นมนุษย์ของพลเมืองในสังคมนี้ 5. ต้องประกาศต่อสังคมถึงกำหนดระยะเวลาและกรอบการทำงานเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์แต่ละกรณี และแถลงความคืบหน้าเป็นระยะ มากกว่าจะรอให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบตามกดดันเรียกร้องอย่างเช่นทุกวันนี้ [1] 6. รวมถึงเร่งสืบหาข้อเท็จจริงกรณีอื่นๆที่คลุมเครือว่าเกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมืองอย่างกรณี เมื่อ เมษายน 52 ที่นายนัฐพงษ์ หรือแก๊บ ปองดี และนายชัยพร หรือโจ กันทัง[2] ที่ถูกพบเป็นศพลอยน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 14 เมษายน 52 โดยที่ทั้ง 2 ศพ ที่ปากมีผ้าขนหนูสีขาวมัดทับด้วยผ้าสีเหลืองปิดไว้แน่น มือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกไนล่อนสีน้ำเงิน นอกจากนี้ ตามลำตัว แขน และใบหน้ามีรอยปูดบวมเขียวช้ำ ซึ่งคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุม หรือกรณี วันที่ 9 ธ.ค.51 ที่พบศพนิรนาม[3] ที่สนามบินดอนเมือง ที่ก่อนหน้านั้นมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมอยู่ และกรณีอื่นๆ เป็นต้น 7. ให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอแนะในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เสนอโดย คอป. และคณะนิติราษฎร์ 8. จัดให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างขวางขวางเพื่อนำไปสู่กระบวนการในการทำประชามติในการปรับปรุงแก้ไข ยกเลิกหรือดำรงสภาพเดิมต่อไป โดยให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพให้อภิปรายหรือตั้งกรรมาการศึกษาเเละทำประชาพิจารณ์ตามสำดับ 9. พิจารณาปรับลดงบประมาณกองทัพเพื่อนำเงินส่วนที่ลดมาใช้ในการเยียวยาในทุกกรณีความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยไม่จำกัดว่าฝ่ายการเมืองสีอะไร พร้อมทั้งตั้งงบประมาณทหารอย่างมีส่วนร่วมจากประชาชนเเละผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ลดงบประมาณเพื่อสะสมกำลังอาวุธและเพิ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคลากรให้เคารพหลักสิทธิมนุษยชนและการรักษาสันติภาพ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา ขอแสดงความนับถือ เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย(คกป.) Activists for Democracy Network(ADN.) กลุ่มประกายไฟ(Iskra Group) ------ อ้างอิง [1] ตามที่นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อน้องเฌอ สมาพันธ์ ศรีเทพ ผู้ถูกยิงตาย 15 พ.ค.53 ได้กล่าวไว้ ดู มติชนออนไลน์, 13 มกราคม พ.ศ. 2555, มุมมอง \วรกร จาติกวณิช-พ่อน้องเฌอ\" กรณีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงทางการเมือง(ออนไลน์) www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326464978 [2] มติชนออนไลน์ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์