“กสทช.” แจงกรณีรถประจำตำแหน่ง-ค่าตอบแทน โต้ใช้เงินขาดประสิทธิภาพ

สำนักงาน กสทช. เผยกรณีรถประจำตำแหน่งเทียบเคียงกับมาตรฐานรถประจำตำแหน่งของส่วนราชการ ส่วนอัตราค่าตอบแทน กสทช.เท่า กทช.เดิม เงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งอยู่ที่แสนต้นๆ ยันการใช้จ่ายทำตามกฎหมาย 25 ม.ค.55 - สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกหนังสือแจงการใช้จ่ายเงินของสำนักงาน กสทช. ระบุว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสารมวลชนหลายแห่งว่า สำนักงาน กสทช. มีการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัดและขาดประสิทธิภาพเกี่ยวกับรถประจำตำแหน่งของ กสทช. อัตราค่าตอบแทน กสทช. และการใช้จ่ายอย่างอื่นๆ ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ชี้แจงในเบื้องต้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าการใช้จ่ายเป็นไปโดยประหยัด และมีประสิทธิภาพ สำนักงาน กสทช. ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ดังนี้ 1.การใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง ของ กสทช. เป็นการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ว่าด้วยรถของสำนักงาน พ.ศ.2548 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ กทช. ว่าด้วยรถของสำนักงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นระเบียบที่ กทช. ใช้อยู่เดิมที่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงแก้ไขระเบียบฉบับเดิมตามข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยกำหนดให้ใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งตามขนาดซีซี และราคา โดยเทียบเคียงกับมาตรฐานรถประจำตำแหน่งของส่วนราชการ มิได้มีขนาดและราคาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานรถประจำตำแหน่งที่ส่วนราชการกำหนด 2.อัตราค่าตอบแทนของ กสทช. ปัจจุบันสำนักงาน กสทช. ยังมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเงินค่าตอบแทนของ กสทช. ตามความในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ใช้บังคับ สำนักงาน กสทช. จึงได้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ กสทช. ได้รับค่าตอบแทนตามพระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นของประธานกรรมการและกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และกรรมการร่วม พ.ศ.2548 ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาเงินค่าตอบแทนฯ ใช้บังคับ ดังนั้นอัตราค่าตอบแทนที่ กสทช. ได้รับจึงเท่ากับ กทช. ที่ได้รับอยู่เดิม คือ 2.1 เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเทียบเคียงกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยประธาน กทช. เงินเดือน 64,890 บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,500 บาท รวมเงิน 110,390 บาท ส่วนกทช. เงินเดือน 63,860 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท รวมเงิน 106,360 บาท 2.2 ค่าตอบแทนพิเศษจากผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดหลักเกณฑ์ให้จ่ายค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานสำหรับ กทช. ให้คำนวณจากรายได้ประจำปีในอัตราร้อยละ 0.5 แต่ไม่เกินเดือนละ 300,000 บาท โดยการจ่ายเงินจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อ สตง. ตรวจรับรองงบดุลแล้วเท่านั้น ดังนั้น อัตราค่าตอบแทนของ กสทช. จึงยังมิได้มีการกำหนดอัตราใหม่ยังคงใช้อัตราเดิมไปพลางก่อนจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ใช้บังคับ 3.การใช้จ่ายเงินของสำนักงาน กสทช. ในตลอดเวลาการปฏิบัติงานที่ผ่านมา นับแต่เป็นสำนักงาน กทช. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา สำนักงาน กทช. ได้ใช้จ่ายเงินตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดด้วยความระมัดระวังและใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสำนักงาน กทช. เป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับการตรวจสอบจาก สตง. และปปช. ซึ่งก็ได้ใช้จ่ายงบประมาณปีละร้อยละ 60 ของรายได้ และได้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐร้อยละ 40 ต่อมาเมื่อได้ปรับเปลี่ยนสถานะเป็นสำนักงาน กสทช. พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2555 ได้บัญญัติไว้ให้ใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยนอกจากจะต้องได้รับการตรวจสอบจาก สตง. และ ปปช. แล้ว ยังจะต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานจากคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานที่วุฒิสภาแต่งตั้ง ดังนั้น การใช้จ่ายเงินงบประมาณของสำนักงาน กสทช. จึงต้องดำเนินการตามหลักการที่กฎหมายและระเบียบกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวชี้แจงต่อกรณีเดียวกันนี้ว่า การทำงานของสำนักงาน กสทช.นับตั้งแต่เป็นสำนักงาน กทช.รวมเป็นเวลา 8 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีรายได้ 24,068 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,572 ล้านบาท และนำรายได้ส่งเข้ารัฐ 11,493 ล้านบาท โดยรายได้นั้นมาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในอัตรา 4% ของรายได้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมเลขหมายๆ ละ 2 บาทต่อเดือน ค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ เป็นต้น “ผมขอยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการใช้เงินอย่างประหยัด ไม่ได้ฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด และการใช้เงินงบประมาณนั้นได้ผ่านการรับรองของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นที่เรียบร้อย แต่ถ้าใครยังมีข้อสงสัยก็สามารถตรวจสอบได้ โดยกสทช.จะประกาศการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ผ่านเว็บไซต์ทั้งหมด” นายฐากรกล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์