นัดสืบพยานเดือน ก.ย. โปรแกรมเมอร์ผู้ถูกกล่าวหาสร้างเพจหมิ่นในเฟซบุ๊ค

30 ม.ค.55 ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลอาญา ถนนรัชดา ศาลนัดพร้อมคดีหมายเลขดำที่ 4357/2554 ที่นายสุรภักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 สำนักงานอัยการสูงสุด ฟ้องในความผิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำเลยซึ่งถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.54 ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล พร้อมด้วยทนายความ รวมถึงพี่ชายและมารดาจำเลยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยในวันนี้จำเลยได้ให้การปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่ใช่เจ้าของอีเมล์และเพจดัง กล่าว รวมทั้งไม่ใช่ผู้นำเข้าข้อความตามฟ้อง และขอต่อสู้คดี

ศาลนัดวันสืบพยานต่อเนื่องสำหรับพยานโจทก์ 12 ปาก และพยานจำเลย 5 ปาก โดยนัดหมายให้สืบพยานโจทก์ในวันที่ 18-20 ก.ย.55 สืบพยานจำเลยในวันที่ 21, 25 ก.ย.55

อานนท์ นำภา ทนายจำเลย ระบุว่า พยานโจทก์ปากแรกคือผู้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรภักดิ์ โดยบุคคลดังกล่าวปรากฏชื่ออยู่ในผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อนประชาธิปไตย (พธม.) ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51

ทั้งนี้ คำฟ้องระบุว่า จำเลยเป็นเจ้าของอีเมล์  dorkao@hotmail.com ซึ่งจัดทำเพจในเฟซบุ๊กชื่อว่า “เราจะ.......โดยทำรัฐประหาร” และกระทำการโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550  มาตรา 3,14,17  

คำฟ้องระบุว่า จำเลยทำการโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายความผิดดังกล่าวในวันที่ 4 พ.ค.54, 18 มิ.ย.54, 22 มิ.ย.54, 16 ส.ค.54  ในเฟซบุ๊ก และในวันที่ 2 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวจำเลยได้พร้อม คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง แอร์การ์ด 1 อัน ซิมการ์ดทรูมูฟ 2 อัน ซิมการร์วันทูคอล 1 อัน แผ่นซีดี บรรจุในกระเป๋าซีดี จำนวน 52 แผ่น โมเดมเร้าเตอร์ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง แผงวงจรไฟฟ้า 1 ตัว จึงได้ยึดเป็นของกลาง ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างสอบสวน จำเลยถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ถูกจับตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ในตอนท้ายคำฟ้องยังระบุเหตุผลคัดค้านการขอประกันตัวของจำเลย ด้วยว่า “อนึ่ง จำเลยเป็นคนไทย อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อชาติบ้านเมือง และพสกนิกรเป็นล้นพ้น จำเลยนอกจากไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทรงมีต่อพสกนิกรเสมอมาแล้ว ยังบังอาจแสดงความอาฆาตมาดร้าย มุ่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ประชาชนชาวไทยไม่อาจยอมรับได้ พฤติกรรมของจำเลยไม่มีเหตุอันควรปราณี ไม่ว่าในทางใด สมควรได้รับโทษสถานหนัก จำเลยกระทำผิดร้ายแรง อันเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หากจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว อาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อภัยในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลย”

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์