ถ้าจะไม่ล้มระบบบัตรทอง รมว.วิทยา ต้องตอบสังคม 8 เรื่อง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบทฉบับที่ 3 ถ้าจะไม่ล้มระบบบัตรทอง รมว.วิทยา ต้องตอบสังคม 8 เรื่อง ตามที่กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายผู้ป่วยและชมรมแพทย์ชนบทได้เปิดโปงแผนล้มระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสี่ขั้นตอน ของกลุ่มแพทย์พาณิชย์ ที่กลัวว่าระบบ สปสช.จะทำให้เสียราคา กลุ่มผู้บริหารบางคนของกระทรวงสาธารณสุขที่กลัวการสูญเสียอำนาจของตน กลุ่มบริษัทยาข้ามชาติที่หวังผูกขาดราคายาและกลุ่มการเมืองในกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ระยะสั้นจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และต่อมานายวิทยา บูรณศิริ รมว.สาธารณสุขได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 27 มกราคมนี้ว่า ฝ่ายการเมืองไม่มีนโยบายหรือแผนที่จะล้มระบบบัตรทองมีแต่จะพัฒนาให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น ถ้าคำชี้แจงดังกล่าวเป็นความจริงใจที่ต้องการสานต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจริง รมว.วิทยา ต้องตอบคำถามสังคมในสิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบ สปสช. ในขณะนี้ดังนี้ 1. รมว.วิทยาจะดำเนินการอย่างไรกับกรณี นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ผู้แทนสมาคม รพ.เอกชนในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติชุดปัจจุบัน ที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติชุดที่แล้วมีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ถอดถอนเพราะมีความพฤติเสื่อมเสียตามมาตรา 16 (6) พรบ.ประกันสุขภาพแห่งชาติ พศ.2545 เพราะใช้อำนาจหน้าที่ออกหนังสือชักชวนให้ รพ.ในสังกัดสมาคมรพ.เอกชนไม่ให้เข้าร่วมบริการผู้ป่วยไตวายในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพราะทำให้เสียราคาที่ระบบสวัสดิการข้าราชการให้ไว้สูงกว่า 2. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไรกรณีการฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนการสรรหาและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำเนินการโดยมิชอบตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ 2545 และผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวไม่มีประวัติหรือผลงานเชี่ยวชาญตามที่กฎหมายกำหนด อาทิเช่น 2.1 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเดคคอร์มาร์ท จำกัด นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เครือแสนสิริและบอร์ดการบินไทย(โควตาพรรคเพื่อไทย??) ไม่มีประวัติหรือผลงานที่เกี่ยวกับแพทย์แผนไทยต่างจากผู้ทรงคุณวุฒิเดิม คือ ภญ.สำลี ใจดี ประธานกรรมการมูลนิธิการแพทย์แผนไทยและนักวิชาการด้านแพทย์แผนไทย 2.2 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ทางเลือก นพ.พินิจ หิรัญโชค อดีตผู้อำนวยการ รพ.นครปฐมและหุ้นส่วนเจ้าของ รพ.สนามจันทร์ ไม่มีประวัติและผลงานที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ทางเลือกต่างจากผู้ทรงคุณวุฒิเดิมคือ นพ.ชวลิต สันติกิจรุ่งเรือง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนจีนและแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์ 2.3 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม นอ.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ รพ.ภูมิพล และที่ปรึกษากรรมมาธิการหลายคณะใน สส.และสว. ไม่มีประวัติและผลงานที่เกี่ยวข้องกับสังคม ต่างจากผู้ทรงคุณวุฒิเดิมคือ นพ.ยุทธ โพธารามิก เลขาธิการมูลนิธิ พอ.สว. 3. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไรกรณีทำผิดมติคณะกก.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ตนเองเป็นผู้เสนอให้ นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์และปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้สรรหาอนุกรรมการชุดต่างๆ โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้สรรหาจะต้องไม่เป็นอนุกรรมการเสียเอง แต่กลับใช้อำนาจกลับมติมอบให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานคณะอนุกรรมการที่สำคัญถึงสองคณะ 4. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไรกรณีแต่งตั้งให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ และประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการของ สปสช. รวมทั้งแต่งตั้งผู้บริหารจำนวนมากของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอนุกรรมการทั้งสองคณะเป็นการทำผิดเจตนารมณ์ของพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พศ.2545 ที่ต้องแยก สปสช. ในฐานะตัวแทนผู้ซื้อบริการออกจากกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นผู้ดูแลหน่วยบริการ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง และทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนถูกจำกัดเหมือนในอดีต 5. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไร กรณีกำหนดให้อธิบดีและผู้บริหารจำนวนมากของกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกเป็นประธานและอนุกรรมการด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ของสปสช. รวมทั้งให้อธิบดีและผู้บริหารจำนวนมากของกรมควบคุมโรคเป็นประธานและอนุกรรมการพัฒนาและ บริการผู้เชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ของ สปสช. เป็นรูปธรรมของการต้องการดึงการบริหารงบประมาณของกองทุนการแพทย์แผนไทยและกองทุนเอดส์กลับเข้าสู่กระทรวงสาธารณสุข 6. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไรกรณีจะเก็บ 30 บาทกับผู้ป่วยแล้วคุณภาพการให้บริการจะดีขึ้น เพราะการเก็บ 30 บาทจะได้เงินเพิ่มเติมเพียง 2,000 ล้านบาทหรือเพียงร้อยละ1.5 ของงบเหมาจ่ายรายหัวปีละ 1,200,000 ล้านบาท และคุณภาพการให้บริการขึ้นอยู่กับการลงทุนระยะยาวรวมทั้งการแก้ปัญหากำลังคนด้านสาธารณสุขที่ขาดแคลนจากการไหลเข้าสู่ตัวเมืองและหน่วยบริการเอกชน 7. รมว.วิทยาจะอธิบายสังคมได้อย่างไร กรณีที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา41 พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ 2545 เพื่อขยายเอาเงินกองทุน สปสช.ซึ่งมีอยู่จำกัดและได้รับจัดสรรต่ำกว่ากองทุนอื่นอยู่แล้วไปชดเชยความเสียหายให้กับผู้ป่วยในระบบประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการและ รพ.เอกชน โดยรพ.เอกชนไม่ต้องร่วมรับผิดชอบจ่ายสมทบเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดจาการทำธุรกิจค้ากำไรทางการแพทย์ของตน 8. รมว.วิทยาจะรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไรที่ปล่อยให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ร่วมกับภาคประชาชนภายใต้การสนับสนุนของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยรักไทย ได้เริ่มต้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา10 ปี จนเป็นที่ยอมรับทั้งภายในและภายนอกประเทศ จะต้องถดถอยและล่มสลายในที่สุดจากกลุ่มแพทย์พาณิชย์ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคตั้งแต่ต้น และจากกลุ่มบริษัทยาข้ามชาติ กลุ่มผู้บริหารเก่าของกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งกลุ่มการเมืองนายทุนพรรค

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์