นักศึกษา มมส. ถูกยกเลิกการจัดเสวนาเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ อีกหลังคณะศิลปกรรมศาสตร์ไม่อนุมัติให้ใช้ห้อง

นายโอภาส สินธุโคตร ตัวแทนศิษย์เก่า-ปัจจุบันในนามกลุ่มพลเมืองเสรีเปิดเผยกับประชาไทว่า ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มนักศึกษาที่เตรียมจัดงานเสวนา ทางวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์” ในวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 โดยได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของวิทยาลัยการเมืองการปกครองบางส่วน แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง จนทางกลุ่มฯได้เลื่อนกำหนดจัดเสวนาฯ ดังกล่าวเป็นวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 แต่ล่าสุด ทางคณศิลปศาสต์ได้ปฏิเสธไม่ให้ใช้ห้อง โดยมีประกาศจากคณะลงนามโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรพงศ์ เสนไสย) คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ระบุว่า “ตามที่ได้มีกระแสข่าวเคลื่อนทางสังคมในปัจจุบันทั้งภายในและภายนอกสถานบันการศึกษา เรื่องการขอยกเลิกกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์เล็งเห็นว่าการกระทาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบอีกหลายประการตามมาในภายหลัง จึงขอประกาศงดใช้พื้นที่บริเวณภายในและภายนอกอาคารเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” การปฏิเสธให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว ทำให้กิจกรรมเสวนาวิชาการต้องยกเลิกไปเนื่องจากไม่สามารถหาสถานที่จัดเสวนาได้ แถลงการณ์กลุ่มพลเมืองเสรี คัดค้านการปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตามที่กลุ่มพลเมืองเสรีซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคณาจารย์บางส่วนของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีการกำหนดจัดเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์” ในวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 โดยได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของวิทยาลัยการเมืองการปกครองบางส่วน แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องของวิทยาลัยการเมืองการปกครอง จนทางกลุ่มฯได้เลื่อนกำหนดจัดเสวนาฯ ดังกล่าวเป็นวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 โดยได้รับอนุมัติให้ใช้ห้อง FA-101 อาคารคณะศิลปกรรมศาสตร์ จากสำนักศึกษาทั่วไปซึ่งเป็นผู้ดูแลห้องในส่วนนี้ในวันอังคารที่ 31 มกราคม 2555 แต่ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ทางสำนักศึกษาทั่วไปได้โทรศัพท์มาแจ้งยังผู้จัดงานเพื่อยกเลิกการอนุญาตให้ใช้ห้องดังกล่าว พร้อมกันนั้นคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้ออกประกาศคณะศิลปกรรมศาสตร์งดใช้พื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป โดยอ้างว่ามีการเคลื่อนไหวเพื่อให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์) ต่อข้ออ้างในประกาศของคณะศิลปกรรมศาสตร์ดังกล่าวนั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้เป็นการรณรงค์เพื่อขอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้โดยได้รับการคุ้มครองและเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 163 บัญญัติ นอกจากนั้นงานเสวนาฯที่ทางกลุ่มฯกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 นั้นก็เป็นการจัดเสวนาทางวิชาการที่ทุกภาคส่วนสามารถที่จะเข้าร่วมได้ จากปรากฏการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยมหาสารคามอันเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งต้องพึ่งเงินงบประมาณจากภาษีของประชาชนและต้องมีหน้าที่ในการรับใช้สังคมจึงแสดงให้เห็นถึงการปิดกั้น ย่ำยี และหยามเหยียดเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในสังคมประชาธิปไตย โดยเพียงเพราะเหตุผลเบื้องลึกเป็นเรื่องของความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือการยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย ต้องอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นของฝ่ายเสียงข้างน้อยที่มีต่อเสียงข้างมาก การยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างและมีขันติธรรมต่อกันในการถกเถียงด้วยเหตุด้วยผลนี้จะทำให้สังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตยที่เจริญงอกงามและยั่งยืน ยิ่งกว่านั้นสิ่งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการยึดมั่นในความเชื่อพื้นฐานของประชาธิปไตย นั่นคือ การเชื่อว่ามนุษย์นั้นมีสติปัญญามีเหตุผล ซึ่งเมื่อเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นแล้ว ทุกคนก็สามารถที่จะร่วมกันตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวมด้วยเหตุผลและสติปัญญาได้ การปิดกั้นการจัดเสวนาทางวิชาการของกลุ่มฯที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นจึงเป็นการปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นการดูถูกในสติปัญญาและความมีเหตุผลของประชาชน และเป็นการละเลยต่อบทบาทของการเป็นมหาวิทยาลัยที่ต้องเป็น “พื้นที่ทางปัญญา พื้นที่ในการเสริมสร้างปัญญาของสังคม” ทางกลุ่มฯรู้สึกเสียใจต่อท่าทีในการดูถูกประชาชนของสถาบันการศึกษาที่ได้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัย” และขอคัดค้านการปิดกั้น ย่ำยี และหยามเหยียดเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยที่กระทำด้วยวิธีการต่างๆ “ขอไว้อาลัยแด่เสรีภาพที่ถูกปิดกั้น ย่ำยี และหยามเหยียด” กลุ่มพลเมืองเสรี ศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ณ พื้นที่แห่งเสรีภาพอันลวงตา

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์