ประเทศนี้จำเป็นต้องมี “เรกูเลเตอร์” หรือไม่?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

“เราจำเป็นต้องออกใบอนุญาตในการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าให้บัวสมหมาย ไม่เช่นนั้นเขาจะฟ้องเรา” คำพูดเพียงประโยคเดียวที่ทั้งหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระ อย่างสำนักอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี กรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน ใช้อ้างกับชาวบ้านอำเภอสว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ที่คัดค้านการออกใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าของบริษัทบัวสมหมายไบโอแมส จำกัด ตลอดเวลาที่ต่อสู้ตั้งแต่ปี 2551 จนกระทั่งเมื่อปลายปี 2554 คนจากหน่วยงานดังกล่าวก็ยังพูดได้อยู่ประโยคนี้ประโยคเดียว ประโยคที่เป็นคำกล่าวของอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี กรมโรงงานอุตสาหกรรม พอเข้าใจได้ เพราะเป็นข้าราชการที่ต้องก้มหน้าก้มตาปฏิบัติงานตามที่ฝ่ายนโยบายและฝ่ายการเมืองกำหนด โดยมิอาจปริปาก แม้จะรู้และเห็นว่า ผลของการปฏิบัติงานนั้นจะสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านและชุมชนเพียงใด ทั้งนี้ เพราะคนประเภทที่เรียกว่า “ข้าราชการประจำ” ต้องตอบสนอง “นาย” ทุกอย่าง ต้องท่องจำคำเหล่านี้ให้แม่น “ได้ครับพี่ ดีครับท่าน” เพื่อความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน หรือ “เรกูเลเตอร์” ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ได้รับการก่อตั้งขึ้นมาก็เพื่อให้คานอำนาจฝ่ายนโยบายและการเมือง เพื่อทำให้ทุกอย่างโปร่งใส แต่กลับทำตัวเยี่ยงเดียวกับผู้ไร้อิสระ ไร้หัวใจและไร้วิญญาณอย่างข้าราชการ ไม่มีอิสระสมกับวิสัยทัศน์และพันธกิจที่อวดอ้างต่อสาธารณะแม้แต่น้อยนิด คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ “เรกูเลเตอร์” (Regulator) เป็นหน่วยงานอิสระ วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งก็เพื่อให้เป็นองค์กรอิสระจากฝ่ายนโยบายและฝ่ายการเมือง เพื่อช่วยให้กระบวนการตัดสินใจมีความโปร่งใสและประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น อีกบทบาทหนึ่ง คือ เป็นองค์กรที่คอยถ่วงดุลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น นักลงทุนกับผู้บริโภค และ “เรกูเลเตอร์” ยังมีอำนาจให้คุณให้โทษภายใต้ขอบเขตของกฎหมายได้อีกด้วย “เรกูเลเตอร์” มีหน้าที่ดูแลการประกอบกิจการไฟฟ้าให้มีความมั่นคง กำกับดูแลราคาและคุณภาพบริการให้มีความเหมาะสม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และประสานงานให้มีการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งดูแลความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ และคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับคุณภาพบริการที่ดี “เรกูเลเตอร์” ภายใต้การนำของ นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธาน กกพ. แจ้งแก่สาธารณะถึงแนวทางของการดำเนินงาน ดังนี้ วิสัยทัศน์ขององค์กร กกพ. เป็นองค์กรหลักในการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานอย่างโปร่งใส เพื่อความมั่นคงของกิจการพลังงานไทย สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน มีความเชื่อถือได้ โดยมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พันธกิจขององค์กร กำกับ ดูแลการประกอบกิจการพลังงานให้มีระบบการบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้ และผู้ประกอบกิจการพลังงาน ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม 4 ปีที่ผ่านไป นับแต่วันที่ก่อตั้ง “เรกูเลเตอร์” ทำได้เพียงเป็นตราประทับให้กรมโรงงาน โดยอนุมัติการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าตามความเห็นชอบของกรมโรงงาน โดยไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส ความเป็นธรรม ไม่เคยคำนึงถึงวัตถุประสงค์การก่อตั้งองค์กร วิสัยทัศน์ และพันธกิจอันสวยหรู ดังจะเห็นได้จากกรณี บ้านคำสร้างไชย หมู่บ้านอันเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด ที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน แม้ชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจะได้ต่อสู้คัดค้าน และทั้งยังยื่นคัดค้านกระบวนการออกใบอนุญาตว่า ไม่มีความโปร่งใส ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๗ พร้อมยื่นเจตจำนงขอมีส่วนร่วม โดยเสนอให้มีการศึกผลกระทบ และให้นำผลการศึกษาไปประกอบการพิจารณา แต่ กกพ. ที่อ้างแสดงวิสัยทัศน์และพันธกิจสุดหรู กลับเพิกเฉยเสีย โดยให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แก่บริษัทฯ โดยไม่รอผลการศึกษาของชาวบ้านที่ทำการศึกษาวิจัยตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านศึกษาผลกระทบเบื้องต้นตามมติที่ประชุมของคณะทำงานชี้แจงข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (แกลบ) ของบริษัท บัวสมหมายไบโอแมส จำกัด ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 “เรกูเลเตอร์” อ้างกับชาวบ้านอย่างหน้าตาเฉยว่า “กรมโรงงานให้ความเห็นว่า ได้มีการศึกษาแล้ว ...ไม่มีคนคัดค้าน” พร้อมยืนยันว่าจะไม่เพิกถอนใบอนุญาต แล้วก็ท่องบทอาขยานยอดนิยม “เราจำเป็นต้องออกใบอนุญาตในการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าให้บัวสมหมาย ไม่เช่นนั้นเขาจะฟ้องเรา” ประโยคยอดฮิตเป็นคำกล่าวที่แสดงถึงความอ่อนด้อยของผู้ที่ได้ชื่อว่า “เรกูเลเตอร์” หรือผู้คุมกฎ ผู้ที่พึงถูกคาดหมายว่า จะมีภูมิรู้ในทุกมิติ แม้ในด้านกฎหมาย เพื่อกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม หากการตัดสินใจของหน่วยงานราชการขัดต่อความเป็นธรรมต่อชาวบ้านผู้ที่คัดค้านเพราะเกรงจะได้รับผลกระทบ ซึ่งผลกระทบที่บริษัทฯ ก่อขึ้นก็มีให้เห็นอยู่เต็มตา อีกทั้งผลการศึกษาก็บ่งชี้ว่า ชาวบ้านเองก็มีความสูญเสียทางเศรษฐกิจไม่แพ้บริษัทฯ เช่นกัน การตัดสินใจให้ใบอนุญาตแก่บริษัทฯ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเพียงการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย ซึ่ง “เรกูเลเตอร์” จะต้องเข้าไป ... กำกับ ดูแลให้มีระบบการบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้ และผู้ประกอบกิจการพลังงาน ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมและโปร่งใส... แล้ว “ผู้คุมกฎ” ยังเอาการตัดสินใจของกรมโรงงานมาค้ำคอตัวเองให้ต้องคล้อยตาม นำเอาการอนุญาตของหน่วยงานรัฐมาเป็นข้อจำกัดของตัวเอง ซ้ำยังกระวีกระวาดเอาคอขึ้นเขียง ด้วยการอนุญาตซ้ำเข้าไปอีก เพื่อเพิ่มน้ำหนักของการเดินหน้าทำประโยชน์ให้แก่บริษัทฯ และบีบรัดตัวเอง ทำเป็นว่า ... ไม่ได้ ไม่ได้ อนุญาตไปแล้ว ขืนถอนใบอนุญาต เดี๋ยว บริษัทฯ ฟ้องตาย... หรือนี่คือพันธกิจของ กกพ. ที่ว่า ... การกำกับ ดูแลให้มีระบบการบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้ และผู้ประกอบกิจการพลังงาน ... การต่อสู้เพื่อความสงบสุขและสุขภาพที่ดีของชุมชนกว่า 10 หมู่บ้าน 2 ตำบล ซึ่งได้ประจักษ์แล้วว่า โรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้ก่อมลภาวะตำตาที่จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้ลุกขึ้นปกป้อง และต่อสู้กับหน่วยงานราชการที่เกรงแต่ “ผู้ประกอบการ” จะสูญเสียผลประโยชน์ เพราะ “เขาได้ลงทุนไปมากแล้ว” เมื่อมี กกพ. หรือ “เรกูเลเตอร์” เป็นผู้คุมกฎ ชาวบ้านก็หวังจะได้พึ่งพิงบ้าง แต่ “เรกูเลเตอร์” กลับยิ่งเกรง “ผู้ประกอบการ” จะย่อยยับอับจนจากการที่ไม่ได้ก่อกรรมทำเข็ญกับชาวบ้านหนักยิ่งกว่าหน่วยราชการเสียอีก ถ้าอย่างนี้ สู้ให้มีเพียงหน่วยงานรัฐ จะไม่ดีกว่าหรือ เพราะการมี “เรกูเลเตอร์” เท่ากับเพิ่มฝ่ายผู้ประกอบการขึ้นอีกหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เพิ่มฝ่ายตรงข้ามกับชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อชุมชน เพื่อความโปร่งใส และเป็นธรรมอีกหนึ่ง แล้ว... ประเทศนี้ยังจำเป็นต้องมี “เรกูเลเตอร์” อยู่อีกหรือ?

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์