TCIJ: สรุปบทเรียน “เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด” ย้ำ “โฉนดชุมชน” เกิดโดยชุมชน

 

นำเสนองานวิจัยโฉนดชุมชน ชาวบ้านทีมวิจัยชี้โฉนดชุมชนไม่ใช่แค่ดิน แต่หมายรวมถึงการอยู่ร่วมกันของชุมชน ด้านอาจารย์นักวิจัยหลัก เผยการทำงานวิจัยทำให้คนในชุมชนได้ทบทวนเนื้อแท้ของคำว่าโฉนดชุมชนร่วมกัน

 
 
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2555 เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) จัดเวที “สรุปบทเรียนโฉนดชุมชนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด: สร้างสิทธิชุมชนภายใต้ธรรมนูญชุมชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม และเป็นสุข” ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยมีผู้เข้าร่วม 220 คน ประกอบด้วย สมาชิกเครือข่ายฯ ในพื้นที่ จ.ตรัง พัทลุง และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งองค์กรเพื่อนมิตร ได้แก่ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี สหกรณ์คลองโยง จ.นครปฐม ตลอดจนนักวิชาการ และนักพัฒนาเอกชน
 
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อนำเสนองานวิจัยศึกษาโครงสร้างการถือครองที่ดินกับความเป็นธรรมทางสังคม หรืองานวิจัยโฉนดชุมชน ซึ่งได้มีการจัดทำในพื้นที่ คปบ. 2 ชุมชน ได้แก่ บ้านตระ ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง และบ้านทับเขือ-ปลักหมู ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง และ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
 
 
กำหนดการในช่วงเช้า นายบุญ แซ่จุ่ง ผู้ประสานงาน คปบ.บอกเล่าที่มาของงานวิจัยโฉนดชุมชน และนำเสนอผลการศึกษาวิจัย 6 ประเด็น ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 2.การผลักดันนโยบาย 3.การรณรงค์สร้างพื้นที่สังคม 4.การสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน/เครือข่าย 5.การจัดการทรัพยากรในพื้นที่ 6.การลดความตึงเครียดในการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ และภาพรวมงานวิจัย
 
นายบุญ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของงานวิจัยโฉนดชุมชน คือการนำข้อค้นพบจากวิจัยมาพัฒนายุทธศาสตร์การทำงานของเครือข่ายฯ และองค์กรชุมชนให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของเครือข่ายฯ คือ การสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเป็นสุข มีภราดรภาพ ไม่ใช่สังคมเสรีนิยม
 
 
ส่วนช่วงบ่ายมีการเปิดเวทีเพื่อให้ความเห็นต่อผลการวิจัย จาก รศ.ดร.สุธี ประศาสน์เศรษฐ, ดร.กฤษฎา บุญชัย, ศยามล ไกยูรวงศ์ และวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ต่อด้วยการอภิปรายเรื่อง “จากผลการศึกษาวิจัยโฉนดชุมชนสู่ยุทธศาสตร์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด” โดยตัวแทนองค์กรสมาชิก คปบ. 14 องค์กรชุมชน
 
นายสมนึก พุฒนวล นักวิจัยชาวบ้าน กล่าวว่า โฉนดชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาล แต่เกิดขึ้นจากการร่วมกันสร้างขึ้นของสมาชิกชุมชน โฉนดชุมชนไม่ได้หมายถึงที่ดินอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงหลายเรื่อง หมายถึงการอยู่ร่วมกันของชุมชน การมีวิถีชีวิตร่วมกัน การมีสังคม วัฒนธรรมที่เป็นสุข เป็นสังคมที่ดีงาม เป็นประชาธิปไตย คนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้การศึกษาซึ่งกันและกัน มีการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความคิดระหว่างกัน
 
ด้านนายวิทยา อาภรณ์ อาจารย์ประจำสำนักศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นนักวิจัยหลัก กล่าวว่า โฉนดชุมชนคือเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสิทธิชุมชน โฉนดชุมชนเปลี่ยนแปลงหน้าตาได้แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนเลย คือโฉนดชุมชนสร้างคนที่มีจิตสาธารณะ สร้างการอยู่ร่วมกันภายในชุมชน
 
“การทำงานวิจัยทำให้คนในชุมชนได้ทบทวนเนื้อแท้ของคำว่าโฉนดชุมชนร่วมกัน และทำให้เครือข่ายสามารถเปิดเผยตัวตนให้กับสังคมได้รู้จักมากขึ้น สังคมได้เรียนรู้เครือข่าย และเครือข่ายก็ได้เรียนรู้สังคมเช่นกัน” นายวิทยากล่าว
 
ด้านนายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี คณะทำงานเครือข่ายติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ให้ความเห็นว่า งานวิจัยควรบอกว่าการรวมกลุ่มมีข้อค้นพบอย่างไร หลังจากทำโฉนดชุมชนแล้วมีชีวิตดีขึ้นไหม พืชผักสมบูรณ์ขึ้นไหม การถูกไล่ที่ ถูกจับกุม ถูกฟ้องร้องลดลงไหม คนในเมืองที่เคยดูแคลนให้เกียรติมากขึ้นไหม งานวิจัยควรบอกถึงคุณค่าของเราจากการทำเกษตร และการรักษาทรัพยากรด้วย ถ้าทำโฉนดชุมชนแล้วครอบครัว สังคมดีขึ้นก็ให้มั่นใจ และทำต่อไป
 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์