หลายเสียงสะท้อนถึง “คอป.” ผลสะเทือนจากวาทะ “เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน”

สัมภาษณ์นางวรานิษฐ์ อัศวสิริมั่นคง ภรรยานายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง 
ถึงการเข้าประชุมกับนายโคฟี อันนัน และบทบาทของ คอป.

27 ก.พ.55 พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะทำงานศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายสมชาย หอมลออ ในหนังสือพิมพ์มติชนเรื่อง "สมชาย หอมลออ"แย้มผลสอบสลายชุมนุมพฤษภา′53 ผัวเมียทะเลาะกัน... ผิดทั้งคู่ ว่า หากความเห็นของสมชายกลายมาเป็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก เพราะ คอป.ใช้ภาษีของประชาชนไปหลายสิบล้านบาท แต่กลับได้ข้อสรุปที่ไม่ได้อิงกับหลักการอะไรเลย การเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่รัฐใช้กระสุนจริง 1.2 แสนนัด อาวุธหนักอื่นอีกจำนวนมาก และกำลังทหารหลายพันคน จนส่งผลให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 93 คน บาดเจ็บอีกนับพัน ไม่มีวันเท่ากับเรื่องผัวเมียทะเลาะกันโดยเด็ดขาด

“ดิฉันอยากบอกคุณสม ชายว่า ในโลกสมัยใหม่ เวลาที่ผัวเมียทะเลาะกัน ไม่ว่าใครจะเริ่มด่าใครก่อน แต่ถ้าผัวเริ่มใช้กำลังทำร้ายเมีย คนเป็นเมียก็สามารถเอาผัวเข้าคุกได้ หรือคุณสมชายยังหลงอยู่ในโลกยุคหินที่อนุญาตให้ผัวทำร้ายเมียแค่ไหนก็ได้โดย ไม่ผิด และอนุญาตให้อำนาจรัฐฆ่าประชาชนของตนเองยังไงก็ได้หากประชาชนลุกขึ้นมา ท้าทายอำนาจนั้น ดิฉันเชื่อว่าคุณสมชาย ซึ่งทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนมาครึ่งค่อนชีวิต ย่อมรู้ดีว่า ในโลกสมัยใหม่ เรามีหลักสิทธิมนุษยชนและหลักที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังเกินกว่า เหตุ คอยกำกับควบคุมการทำงานของรัฐ นี่เป็นหลักการที่มุ่งปกป้องชีวิตของพลเมือง ไม่ใช่เพื่อปกป้องอำนาจรัฐ แม้ว่ารัฐคือผู้ผูกขาดการใช้ความรุนแรงโดยมีกฎหมายรองรับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่ต้องรับผิดชอบ ดิฉันอยากถามว่าหลักการเหล่านี้ได้ถูกนำมาพิจารณาในงานของคอป.บ้างหรือเปล่า ณ วันนี้ คอป. จะตอบอย่างไรกับหลายกรณีที่คนตายและบาดเจ็บไม่มีอาวุธอยู่ข้างกาย”  พวงทองกล่าว

พวงทองกล่าวต่อว่า ในบทสัมภาษณ์ที่ดังกล่าว สมชายยังบอกว่าไม่เห็นด้วยกับพล็อตเรื่องทั้ง 2 แบบที่อธิบายสาเหตุของความรุนแรง แบบที่ 1 คือ เรื่องชายชุดดำแฝงตัวเข้าในผู้ชุมนุม เพื่อยั่วยุให้ทหารยิงตอบโต้ เพื่อหวังปีนกองเลือดประชาชนไปสู่ชัยชนะ กับแบบที่ 2 ที่ว่าชนชั้นสูงต้องการปราบชนชั้นล่างให้ราบคาบ จึงให้รัฐบาลปราบประชาชน แต่ดิฉันกลับคิดว่าพล็อตเรื่องผัวเมียทะเลาะกันมันเข้ากันได้ดีกับเรื่องชาย ชุดดำ และเรื่องเผาบ้านเผาเมือง เพราะนี่เป็นคำอธิบายหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้มาโดยตลอด เป็นคำอธิบายที่ให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลปชป. หรือ “ผัว” ปราบประชาชนหรือ “เมีย” ให้เด็ดขาดนั่นเอง

ส่วนความเห็นต่อการทำงานที่ผ่านมาของ คอป. พวงทองกล่าวว่า ถ้าดูชื่อเต็มของ คอป. “คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ” จะเห็นว่าภาระหน้าที่หลักของ คอป. มี 2 อย่าง หนึ่งคือ การค้นหาความจริง สองคือ การแสวงหาแนวทางปรองดอง ในช่วงที่ก่อตั้ง คอป.ใหม่ๆ คนใน คอป.มักย้ำเรื่อง การปรองดอง ไม่ค่อยพูดเรื่องการแสวงหาความจริงเท่าไร ทำราวกับว่าเราสามารถกระโดดไปหาการปรองดองได้ โดยไม่ต้องหาความจริงก่อนว่าใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบกับความสูญเสียที่เกิด ขึ้น แต่ในระยะหลัง คอป.เริ่มพูดเรื่องการแสวงหาความจริงมากขึ้น ซึ่งก็ตั้งตารอดูความจริงฉบับ คอป.อยู่

ส่วนกรณีที่ คอป.เชิญอดีตเลขาธิการยูเอ็น นายโคฟี่ อันนัน และอดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์ นายมาร์ตติ อาห์ติซารี  มานั้น พวงทองกล่าวว่า  เรียนตามตรงว่าเสียดายเงิน เท่าที่หนังสือพิมพ์รายงานคำพูดของทั้งสองคนก็ไม่เห็นว่าเราจะได้อะไรใหม่ ๆ ทั้งสองคนก็ย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องพูดความจริง ตรงไปตรงมา อะลุ้มอล่วย ประนีประนอม ซึ่งเราก็ได้ยินคำพวกนี้มาตลอด ปัญหาคือ ทั้งนายอันนัน และอาห์ติซารี ไม่ได้มีความรู้เรื่องความขัดแย้งในสังคมไทยเพียงพอที่จะพูด อะไรได้ลึกซึ้งมากไปกว่าตอกย้ำคีย์เวิร์ดที่พวกเขาท่องจำกันจนขึ้นใจ จริง ๆ อย่างไรก็ตาม คอป.อาจจะพอใจที่ได้แสดงภาพลักษณ์ความเป็นอินเตอร์ของตนให้คนในประเทศไทยได้ เห็นก็เป็นได้  แต่ครอบครัวของคนที่มีคนเจ็บคนตาย คงไม่สนใจกับเรื่องนี้ เขาอยากรู้มากกว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา คอป. ค้นพบความจริงอะไรบ้าง ที่จะคืนความยุติธรรมให้กับเขาได้

 

ลงพื้นที่น้อย ชาวบ้านโอดผ่านไปนานเพิ่งเก็บข้อมูลเบื้องต้น

ขณะ ที่ นีรนุช เนียมทรัพย์ เจ้าหน้าที่ภาคสนามของ ศปช. กล่าวถึงการทำงานของ คอป.ว่า นายสมชาย หอมลออ เคยนำทีมงานลงพื้นที่ภาคอีสานเมื่อต้นปี 55 จัดเวทีประชุมร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ซึ่งเป็นญาติพี่น้องของ ผู้เสียชีวิต ผู้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุมรวมญาติของทุกจังหวัดในภาคอีสาน โดยใช้เวลาประชุมเพียงครึ่งวัน และเป็นเพียงการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นของปัญหาในแต่ละจังหวัด กระทั่งทำให้อดีตผู้ต้องขังในคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลุกขึ้นมาต่อว่าว่าเวลาผ่านมากว่าปี คอป.ทำไมจึงยังคงมาถามข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลคดี ขณะที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ก็ตั้งคำถามว่าทำไม คอป.จึงไม่ลงไปทำเวทีในแต่ละจังหวัดเลย เพราะชาวบ้านเดินทางมาอย่างยากลำบาก และค่ารถที่ให้ก็ไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่ ศปช.กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการของ คอป. นั้นล่าช้ามาก และไม่มีฐานข้อมูลในมือ ซึ่งส่งผลต่อข้อเสนอของ คอป. ที่แม้ว่าจะมีกรอบการมองปัญหาที่ถูกต้อง เช่นการพยายามอธิบายถึงมูลเหตุจูงใจทางการเมืองของผู้ต้องหาเสื้อแดงซึ่งไม่ เหมือนคดีอาญาทั่วไป แต่ข้อเสนอรูปธรรมก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่นที่ คอป.เสนอให้ชะลอคดีไว้ก่อน ทั้งที่ส่วนใหญ่คดีตัดสินไปแล้ว ติดคุกไปแล้ว นอกจากนี้ยังไม่มีข้อเสนอต่อการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมแม้แต่น้อย

“ข้อ เสนอคอป.ทั้งหมดมุ่งสู่รัฐบาล โดยละเลยส่วนที่สำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งคือ กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะปัญหาการซ้อมผู้ต้องหา การหลอกล่อให้รับสารภาพ แล้วศาลก็ใช้หลักฐานเหล่านั้น ...งานเยียวยาเป็นแค่เพียงเรื่องเฉพาะหน้าเท่านั้น” นีรนุชกล่าว

 

ภรรยาผู้เสียชีวิตเผย คอป.เชิญประชุมโคฟี อันนัน แค่ให้นั่งฟังปาฐกถา

ส่วน นางวรานิษฐ์ อัศวสิริมั่นคง ภรรยานายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดหลังถูกยิงบริเวณถนนพระราม 4 บ่อนไก่ในช่วงการสลายการชุมนุม ปี 2553 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าพบนายโคฟี อันนัน และอดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์ว่า ทางคอป.ได้เชิญเข้าร่วมด้วย แต่มีเวลาให้เพียงแนะนำตัวเท่านั้น แทบไม่ได้เล่าเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นเลย เวลาส่วนใหญ่เป็นการนั่งฟังทั้งสองคนเล่าถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับนายสมชาย หอมลออ ด้วยถึงการให้สัมภาษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการให้เงินชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ผู้เสียหายควรจะได้รับเพื่อเยียวยาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม นายสมชายได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าว (ชมสัมภาษณ์เต็มจากคลิปด้านบน)