สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ค้านแนวคิดยุบศาลปกครอง-ศาลรัฐธรรมนูญ

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนระบุแนวคิดยุบศาลปกครอง-ศาลรัฐธรรมนูญ โดยนักการเมืองล้าหลัง คาดน่าจะมีเป้าหมายทำลายกระบวนการยุติธรรม-ระบบนิติรัฐ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาแสดงพลังขับไล่ วันนี้ (29 ก.พ.55) สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์เรื่อง คัดค้านแนวคิดยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ระบุคัดค้าน กรณีมีนักการเมืองเสนอการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไว้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา โดยให้ความเห็นว่าเป็นแนวคิดที่ล้าหลัง และน่าจะมีเป้าหมายทำลายกระบวนการยุติธรรมหรือระบบนิติรัฐ “นักการเมืองที่เสนอยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ จึงน่าจะมิใช่นักการเมืองตามความหมายในทางรัฐศาสตร์ หรือนักการเมืองในอุตมรัฐของสังคม แต่น่าที่จะเป็นนักกินเมืองที่ชอบที่จะหาหนทางที่จะไซฟ่อนหรือบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรมให้อ่อนแอ เพราะตนและพวกไม่สามารถครอบงำได้ เพื่อที่ตนและพวกพ้องจะได้ใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแทรกแซง ครอบงำระบบของสังคม เพื่อหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ หรือคอรัปชั่นทางอำนาจ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง ผ่านโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ บนคราบน้ำตาประชาชน” แถลงการณ์ระบุ นอกจากนั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยังเชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาแสดงพลังขับไล่นักการเมืองและพรรคการเมืองที่เสนอแนวคิดดังกล่าว โดยไม่เลือกบุคคลและพรรคการเมืองที่มีแนวคิดหรือสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นนักการเมืองที่มุ่งทำลายหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพทางศาลและองค์กรอิสระที่เป็นระบบคุ้มครองสิทธิของประชาชน ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้ แถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เรื่อง คัดค้านแนวคิดยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีนักการเมืองบางคนเสนอการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ไว้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกานั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ที่ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐและนักการเมืองชั่ว ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และขอต่อต้านจนถึงที่สุด เพราะถือเป็นแนวคิดล้าหลังถอยหลังเข้าคลอง และน่าจะมีเป้าหมายทำลายกระบวนการยุติธรรมหรือระบบนิติรัฐ ที่ตนไม่สามารถครอบงำได้ เพื่อเสริมพวกชอบใช้เผด็จการทางอำนาจของนักการเมืองและฝ่ายปกครอง ที่ถือเสียงข้างมากหรือพวกมากลากไป ที่ชอบใช้อำนาจเหนือประชาชน ทั้งๆ ที่ควรเป็นผู้รับใช้ประชาชน ทั้งนี้ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเป็นระบบศาลคู่ คือ ศาลยุติธรรม (ศาลแพ่ง ศาลอาญา ฯลฯ) และศาลปกครอง ซี่งมีกระบวนวิธีพิจารณาคดีที่แตกต่างกัน เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรมที่แตกต่างกัน โดยที่ศาลยุติธรรมใช้ “ระบบกล่าวหา” นั่นคือ ผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นต้องนำสืบ โดยมีทนายความหรืออัยการเป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีทางศาลให้กับคู่ความ ส่วนศาลปกครอง เป็น “ระบบไต่สวน” ซึ่งศาลสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงได้ด้วยวิธีของศาลเอง เพราะตุลาการจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญที่กว้างขวาง ช่วยลดภาระและความแตกต่างเชิงอำนาจระหว่างประชาชนผู้ถูกกระทำกับหน่วยงานของรัฐ ที่มีทั้งอำนาจ ข้อมูล บุคลากรและงบประมาณ ที่อยู่เหนือประชาชนทุกช่องทางได้ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ คือ องค์กรสูงสุดในการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทหรือความชอบของบทบัญญัติทางรัฐธรรมนูญ ที่ต้องอยู่เหนือการครอบงำของนักการเมือง มิใช่ปล่อยให้นักการเมืองเข้ามาเป็นตุลาการเหมือนในอดีต เพราะคำวินิจฉัยจะต้องผู้พันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ เพราะถือเป็นกฎหมายแม่บทสูงสุดของประเทศ ดังนั้น นักการเมืองที่เสนอยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ จึงน่าจะมิใช่นักการเมืองตามความหมายในทางรัฐศาสตร์ หรือนักการเมืองในอุตมรัฐของสังคม แต่น่าที่จะเป็นนักกินเมืองที่ชอบที่จะหาหนทางที่จะไซฟ่อนหรือบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรมให้อ่อนแอ เพราะตนและพวกไม่สามารถครอบงำได้ เพื่อที่ตนและพวกพ้องจะได้ใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแทรกแซง ครอบงำระบบของสังคม เพื่อหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ หรือคอรัปชั่นทางอำนาจ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง ผ่านโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ บนคราบน้ำตาประชาชน โดยการถลุงเงินงบประมาณที่มาจากเงินภาษีของประชาชนโดยมิต้องมีผู้ใดหรือองค์กรใดมาขัดขวาง โดยเฉพาะกับเงินใต้โต๊ะหรือเงินทอน 20-30 % สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงขอคัดค้านและต่อต้านแนวคิดการยุบศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่น ๆ โดยชัดแจ้ง และขอเชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาแสดงพลังขับไสไล่ส่งนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เสนอแนวคิดดังกล่าว ให้สิ้นไปจากสังคมไทย โดยไม่เลือกบุคคลและพรรคการเมืองที่มีแนวคิดหรือสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นนักการเมืองที่มุ่งทำลายหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพทางศาลและองค์กรอิสระที่เป็นระบบคุ้มครองสิทธิของประชาชน นั่นเอง ประกาศ ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน www.thaisgwa.com