สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ไทยยุคบ้านป่าเมืองเถื่อน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แม้ว่า จะมีมิตรสหายหลายคนแล้ว ที่เขียนถึงกรณีที่ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ฝ่ายนิติราษฎร์ ถูกคนร้ายดักชก เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ที่คณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ผมก็ยังอยากจะเขียนถึง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยของเราได้ถอยไปจากความเป็นอารยะ ย้อนกลับไปเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนมากขึ้นทุกที ย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์คือ ได้มีคนร้าย ๒ คน คอยดักรอ อาจารย์วรเจตน์ที่บริเวณคณะนิติศาสตร์ ในเวลาราวเที่ยง อาจารย์วรเจตน์มาถึงที่จอดรถของคณะ คนร้ายคนหนึ่งก็ตรงเข้าชกทันที ส่วนอีกคนหนึ่งได้นำรถมอเตอร์ไซด์มาคอยรับ และนำกันหนีไป เล่ากันว่า คนร้ายไม่ได้วิตกต่อการกระทำการละเมิดกฏหมายเช่นนี้ เพราะยังประกาศท้าทายว่า “ถ้าอยากรู้กูเป็นใครให้ไปดูในวีดิโอ” ผลของการชกทำกให้อาจารย์วรเจตน์บาดเจ็บเล็กน้อย แว่นตาแตก และหน้าบวม หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป ปรากฏว่า พวกสลิ่ม และฝ่ายพันธมิตรกลับแสดงความสะใจ บ้างก็ว่าน้อยไปด้วยซ้ำ แต่ที่ร้ายกว่านั้น คือการกล่าวหาว่า ฝ่ายอาจารย์วรเจตน์จัดฉากทำร้ายตนเอง เช่น รายหนึ่งใช้นามแฝงว่า “เกลียดแม้ว+เสื้อแดง”ให้ความเห็นว่า “ไอ้วรเจตน์เองแหล่ะ ไปจ้างพวกมันมาชกตัวเอง เพื่อสร้างข่าวสร้างราคา ขึ้นค่าตัวจากไอ้เแม้ว ถ้าเป็นคนที่เกลียดมันจริงๆ เค้าไม่ไปชกในที่แจ้งกลางวันแสกๆอย่าง มธ.หรอก เค้าดักชกมันหน้าบ้านหรือริมถนนตรงไหนก็ได้ หรือไม่ก็ยิงมันทิ้งไปแล้ว” ส่วนผู้ใช้นามว่า วรกร จาติกวณิช ได้โพสต์ว่า \ข่าวแว่วๆมาแล้วว่า คนต่อยวรเจตน์คือ เพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ชอบหน้ากันมา งานนี้อำมาตย์ไม่เกี่ยว สลิ่มก็ไม่เกี่ยว...\" โดยคุณวรกรไม่ได้อ้างอิงแหล่งที่มาของข่าวหรือข้อมูลเลยว่า ทราบมาได้อย่างไร หรือว่าจะเป็นเธอนั่นเองที่เป็นผู้ที่จ่ายเงินจ้างคนร้ายมาชก วันรุ่งขึ้นที่ ๑ มีนาคม คนร้าย ๒ คน ก็เข้ามอบตัวต่อทางการตำรวจที่โรงพักชนะสงคราม คือ นายสุพจน์ และนายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ ๓๐ ปี เป็นพี่น้องฝาแฝด ผู้ต้องหาทั้ง ๒ คนไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว และเมื่อถูกถามก็ตอบในเชิงกวนประสาทว่า “อยากเตะนักข่าว” ทั้งที่อยู่ต่อหน้าตำรวจ แต่ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแถลงว่า มูลเหตุที่จูงใจให้ก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจและเห็นต่างในความคิดเห็น ซึ่งก็มาจากเรื่องที่อาจารย์วรเจตน์และคณะนิติราษฎร์เสนอแนวคิดแก้มาตรา ๑๑๒ นั่นเอง ทางการตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือและทำการลงบันทึกประวัติไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองได้เข้ามอบตัว จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แล้วนัดใหม่ในวันที่ ๑๒ มีนาคม เพื่อจะดำเนินการต่อไป จะเห็นได้ว่า ท่าทางของคนร้ายทั้งสองไม่ได้แสดงเลยว่า จะเกรงกลัวกฏหมาย หรือวิตกในอาชญากรรมที่ตนก่อขึ้น เพราะคงเป็นที่ทราบว่า โทษในทางกฏหมายของการทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ใช่โทษรุนแรง เพราะไม่ใช่มาตรา ๑๑๒ และในกรณีที่มอบตัวและรับสารภาพเช่นนี้ ศาลก็คงจะให้ความเมตตาปรานี น่าจะลงโทษปรับ หรือถ้าจำคุกก็คงรอการลงอาญา เพราะทำไปภายใต้ข้ออ้างของความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อข่าวการมอบตัวแพร่ออกไป ในสื่อฝ่ายขวาและเฟซบุคสลิ่ม ก็ยังคงแสดงปฏิกิริยาในโหมกระหน่ำโจมตีคณะนิติราษฎร์ โยงเข้ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ้างก็โจมตีว่า อาจารย์วรเจตน์ฉวยโอกาสสร้างราคาให้ตัวเอง ทั้งที่กระแสตกไปแล้ว ในทางตรงข้าม กลับแสดงท่าทีเชิงบวกต่อคนร้ายท้งสอง บางส่วนยกย่องราวกับว่าทั้งสองเป็นวีรบุรุษ บ้างก็แสดงเจตนาที่จะบริจาคเงินช่วยเหลือ จนกระทั่ง ๑ ใน ๒ คนร้ายได้ใช้นามว่า “สุพจน์รักในหลวง”โพสต์ข้อความขอบคุณต่อผู้แสดงน้ำใจดีเหล่านั้น และยืนยันว่า “ทำเพื่อชาติ เพื่อสถาบัน ที่ผมรัก” และขอไม่รับเงินช่วยเหลือ เพราะ “อดเยี่ยงอย่างเสือ...สงวนศักดิ์ โซก็เซาะใส่ท้อง...หาเนื้อกินเอง” ด้วยเหตุนี้กระมังที่ สื่อผู้จัดการได้อธิบายว่า “ปกติแล้วสองฝาแฝดที่ตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายอาจารย์วรเจตน์เป็นคนที่มีอุปนิสัยดี ไม่เคยเห็นทั้งสองไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อก่อนทำงานส่งของทั่วๆไป หลังเกิดเหตุน้ำท่วมไม่ได้ทำงานอีก มาทราบข่าวอีกทีว่าไปก่อเหตุชกอาจารย์ธรรมศาสตร์ รู้สึกงง เนื่องจากธรรมดาแล้วคนที่ก่อเหตุอย่างนี้น่าจะเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง” และลงท้ายจากรายงานข่าวต่อมาถึงขณะที่เขียนอยู่นี้ ปรากฏว่า ทนายความของผู้ต้องหาทั้งสอง แจ้งว่า “ระหว่างนี้ สุพจน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์