ตาดีกาเจอปัญหารัฐจัดหลักสูตรใหม่พัฒนาคุณภาพครู

รัฐเร่งจัดระบบตาดีกา รองรับหลักสูตรใหม่ เน้นพัฒนาคุณภาพผู้สอน ชมรมยอมรับ เนื้อหาสูงกว่าศักยภาพครู ส่งผลให้เด็กมีคุณภาพการศึกษาต่ำ แนะเพิ่มวิทยากรอบรมที่พูดภาษามลายู

2 หลักสูตร – ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดลาโละตูวอ หมู่ที่ 5 ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นหนึ่งในหลายแห่งที่ใช้ทั้งหลักสูตรของรัฐและของศูนย์ประสานงานตาดีกาชายแดนใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของครู

นายอาซิ มะเด็ง ประธานชมรมตาดีกามะรือโบตก ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และผู้บริหารโรงเรียนตาดีกาฮีดายาตุลซูเบียน หมู่ที่ 3 ตำบลมะรือโบตก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2555 สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้ส่งเจ้าหน้าลงไปนิเทศครูตาดีกาตามโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอระแงะ และสั่งให้โรงเรียนตาดีกา จัดทำระบบข้อมูลและเอกสารของโรงเรียน เช่น ทะเบียนนักเรียน บัญชีรายรับรายจ่าย และใบวัดผลการศึกษาของนักเรียน เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพของครูตาดีกาตามหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิด พ.ศ.2548 / ฮ.ค.1426 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2550 

นายอาซิ เปิดเผยว่า หลักสูตรดังกล่าว เป็นหลักสูตรใหม่ที่รัฐนำมาใช้ แทนหลักสูตรตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2540 ของมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ (PERKASA) ที่ใช้ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายอาซิ เปิดเผยว่า ก่อนนำหลักสูตรใหม่มาใช้ นักเรียนมีผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ แต่หลังจากใช้หลักสูตรใหม่ ผลการเรียนของนักเรียนต่ำลงกว่าเดิม จึงต้องใช้ทั้ง 2 หลักสูตรควบคู่กัน

นายอาซิ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอระแงะ ได้เข้ามาติดตามผลการเรียนของนักเรียนและแจกสื่อการเรียนการสอนเพื่อเป็นตัวอย่างในการเรียนการสอนของครู ส่วนชมรมตาดีกามะรือโบตกเอง คิดที่จะสร้างมุมภาษามลายูในโรงเรียนตาดีกา เพื่อยกระดับภาษาให้กับครูและนักเรียน

นายอาซิ เปิดเผยว่า โรงเรียนตาดีกาในชมรมตาดีกามะรือโบตกใช้ทั้ง 2 หลักสูตรควบคู่กัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก เพราะหลักสูตรเดิม นักเรียนจะเข้าใจง่ายกว่า ส่วนการใช้หลักสูตรใหม่ เป็นการสนองนโยบายรัฐบาล

นายอับดุลวอฮา สาอุ คณะทำงานฝ่ายวิชาการ มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ (PERKASA) เปิดเผยว่า หลังจากโรงเรียนตาดีกาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เปลี่ยนมาใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิด พ.ศ.2548 / ฮ.ค.1426 ของกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้คุณภาพของนักเรียนตาดีกาลดลง เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความสามารถของนักเรียน เพราะคณะผู้จัดทำหลักสูตรบางคนไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และไม่มีความรู้เรื่องตาดีกาดีพอ

นายอับดุลวอฮา เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ครูตาดีกาไม่มีศักยภาพพอที่จะสอนได้ครบตามหลักสูตรของรัฐบาล หากต้องการให้สอนได้ครบตามหลักสูตรดังกล่าว จำเป็นต้องเพิ่มระยะเวลาในการสอนให้มากขึ้น เนื่องจากโรงเรียนตาดีกาเปิดสอนเพียง 2 วัน คือวันเสาร์และวันอาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์เด็กต้องไปเรียนสามัญ

นายอับดุลวอฮา เปิดเผยว่า หลักสูตรดังกล่าว มีการเน้นเนื้อหาด้านวิชาการ มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน กำหนดให้มีกิจกรรม และมีการผสมผสานสื่อการเรียนการสอนมากขึ้น ซึ่งต่างจากหลักสูตรเดิมที่เน้นเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจมากกว่า ทำให้เกินศักยภาพของครูตาดีกา

นายอับดุลวอฮา เปิดเผยต่อไปว่า เดิมโรงเรียนตาดีกาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้หลักสูตรตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2540 มาตั้งแต่ปี 2540 เป็นหลักสูตรที่จัดทำโดยมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ (PERKASA) หลังจากเกิดเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลพยายามให้โรงเรียนตาดีกาอยู่ภายใต้การดูแลของราชการและนำหลักสูตรใหม่มาใช้แทนหลักสูตรเดิม ทั้งที่ความจริงโรงเรียนตาดีกาเป็นการศึกษานอกระบบ

นายอัดนัง อาแวบือซา หัวหน้าฝ่ายวิชาการมูลนิธิศูนย์ตาดีกานราธิวาส กล่าวว่า วิทยากรอบรมครูตาดีกาให้สามารถสอนตามหลักสูตรของรัฐบาลไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องกับตาดีกาโดยตรง และไม่มีความรู้เรื่องตาดีกาดีพอ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของครูตาดีกาได้ ปัญหานี้ต้องแก้ไขโดยนำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตาดีกา และมีความชำนาญด้านภาษามลายูมาเป็นวิทยากรอบรม

 

 

 

อยู่เมืองไทย ถ้าไม่ยอมพูดไทย

อยู่เมืองไทย ถ้าไม่ยอมพูดไทย ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
คนไทยในมาเลย์ ก็ยังต้องเรียนภาษามาเลย์

ต้องขจัดโจรใต้ให้สิ้นซาก

ดร.โสภณ พรโชคชัย

ดินแดนภาคใต้ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ แต่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โจรจีนมาลายู ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ยังไม่ทำผู้บริสุทธิ์ อย่าอ้างสิทธิมนุษยชนเพื่อช่วยผู้ก่อการร้ายที่มุ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ ผู้บริสุทธิ์ยินดีเสียสิทธิบางส่วนเพื่อรักษาชีวิตและความสงบสุข รัฐบาลจึงควรมีการตราพระราชบัญญัติพิเศษตั้งกองกำลังพิเศษ ศาลพิเศษ เรือนจำพิเศษ จัดการกับปัญหานี้ให้เด็ดขาด

จากเหตุการณ์วินาศกรรมที่หน้าโรงแรมลีการ์เดน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และที่ในเขตเทศบาลนครยะลาในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 12 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 400 คนนั้น ผมขอไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสียในครั้งนี้

ต่อปัญหาการก่อการร้ายในภาคใต้นั้น ขอให้ทุกท่านโปรดคิดใหม่เถิดว่า เราไม่ต้องไปสับสนกับประวัติศาสตร์ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นของใครมาก่อน เพราะเป็นเรื่องอดีตที่ผลัดเปลี่ยนหมุนไปตามยุคสมัย ไม่ใช่ของชนชาติหรือศาสนาใดโดยเฉพาะ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การก่อการร้ายสร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินต่อผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่มนุษยชาติไม่อาจยอมรับได้ และประชาชนในพื้นที่ต่างยินดีที่จะเสียสิทธิมนุษยชนพื้นฐานบางอย่างเพื่อความสงบสุข ดังนั้นรัฐบาลจึงอาจเสนอรัฐสภาตราพระราชบัญญัติการปราบปรามการก่อการร้าย โดยให้สามารถจับกุม คุมขังผู้ต้องหาการก่อการร้ายได้ยาวนานกว่าปกติ ให้มีศาลตัดสินผู้ก่อการร้าย มีเรือนจำพิเศษสำหรับคุมขังผู้ก่อการร้าย

รัฐบาลไม่พึงกลัวว่าต่างประเทศจะเพ่งเล็งเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอื่น ๆ ต่างให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาการก่อการร้ายโดยไม่นำพาต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ใช้สำหรับคนทั่วไป ปัญหาการก่อการร้ายต่างจากปัญหาความเห็นต่างทางการเมือง เช่น กรณีเสื้อเหลือง เสื้อแดง กรณีคอมมิวนิสต์ หรืออื่น ๆ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองเหล่านั้นไม่เคยมุ่งทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์

ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจัดการให้เด็ดขาดกับการออกกฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ ตุลาการ ราชทัณฑ์ โดยมีกองกำลังเฉพาะ มีเรือนจำพิเศษ มีศาล ฯลฯ เพื่อจัดการการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็วและเด็ดขาด ส่วนการป้องกัน เยียวยา ให้อภัยโทษกับผู้กลับใจหรืออื่นใด ก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไป เพราะในทางเศรษฐกิจปัจจุบัน มาเลเซียซึ่งเคยยากจนกว่าไทย กลับมีรายได้ประชาชาติต่อหัวมากกว่าไทยถึงเกือบหนึ่งเท่าตัว จึงทำให้คนไทยใจทาสบางส่วนต้องการแยกแผ่นดิน ผิดกับกรณีชาวพม่าที่บรรพบุรุษสามารถพิชิตไทยได้ ก็ยังยินดีมาขายแรงงานในประเทศไทย เพราะประเทศไทยร่ำรวยกว่านั่นเอง

การอ่อนข้อให้กับการก่อการร้ายได้พิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ยกเว้นแต่ในกรณีการจัดฉากด้วยเล่ห์กลเพทุบายของผู้มีใจเห็นแก่อริราชศัตรูที่จะบ่อนทำลายอธิปไตยของไทยเท่านั้น

ระบบการศึกษาที่สอนเฉพาะศาสนา

ระบบการศึกษาที่สอนเฉพาะศาสนา 100 % นั้นถือว่าเป็นการศึกษานอกระบบที่เอกชนสามารถ(ลงทุน)เปิดกิจการได้เช่นเดียวกับโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ แต่ต้องอยู่ในกรอบนโยบายของรัฐไม่สามารถกำหนดหลักสูตรตามใจชอบได้โดยอิสระ

ทางออกที่ตรงไปตรงมาก็คือ รัฐอาจสนับสนุนให้องค์กรทางศาสนาเปิดเป็นโรงเรียนผลิตนักสอนศาสนาโดยกำหนดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเฉพาะทางนี้จะต้องมีคุณวุฒิการศึกษาพื้นฐานตามหลักสูตรของรัฐทุกคนก่อนและสอนโดยอาจารย์หรือวิทยากรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้จากองค์กรทางศาสนานั้นๆ เช่นเดียวกับหลักสูตรสำหรับนักบวชหรือผู้สอนศาสนาอื่นๆ

ส่วนภาษาที่ใช้เป็นภาษาหลักในการเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากภาษาไทยที่ต้องยึดเป็นภาษาหลักที่คนไทยทุกคนต้องศึกษาแล้ว หากต้องการศึกษาภาษาถิ่นของตนเพื่อการอนุรักษ์ก็ควรใช้เป็นภาษาทางเลือกซึ่งปกติก็สามารถศึกษาเรียนรู้จากวิถีชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งภาษามลายูก็เป็นภาษาถิ่นไม่ต่างไปจากภาษาล้านนาหรือภาษาอีสานหรือปักษ์ใต้บ้านเรา

การพัฒนาครูอาจารย์ผู้สอนก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลาทั้งการพัฒนาจากรัฐและพัฒนาตนเองเพราะครูที่ดีจะต้องมีจรรยาบรรณ รู้จริงและรอบรู้ทันกระแสโลกจึงจะสามารถทานกระแสโลกได้อย่างมั่นคง