กะเหรี่ยงแก่งกระจานเดินหน้าฟ้องอุทยานฯ เหตุเผาไล่ที่

หน่อแอะ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่ถูกอุทยานเผาไล่ที เดินหน้าฟ้องแพ่งอุทยานแห่งชาติ และกระทรวงทรัพย์ฯ ฐานละเมิด โดยสภาทนายจัดหาทนายความให้ เผยชาวกะเหรี่ยงเตรียมร้องศาลปกครองอีกคดี

วันที่ 1 พ.ค. 2555 นายหน่อเอะ มีมิ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบางกลอยบน และได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการผลักดัน/จับกุม ชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่แนวชายแดนไทยพม่าเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่ผ่านมา เดินทางมายังศาลแพ่ง เพื่อยื่นฟ้องต่อ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำเลยที่ 1 และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำเลยที่ 2 ฐานละเมิด เรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,622,500 โดยมีนายธนู เอกโชติ ทนายความจากสภาทนายความเป็นผู้ว่าความให้

กระเหรี่ยงแก่งกระจานเดินหน้าฟ้องอุทยานฯ เหตุเผาไล่ที่

โดยคำบรรยายฟ้องระบุว่า สืบเนื่องจากวันที่ 5-9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยได้มีการปฏิบัติการตามแผนโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน/จับกุม ชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่แนวชายแดนไทยพม่า ได้กระทำผิดกฎหมายและละเมิดต่อโจทก์และชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยตอนบน ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จนไดรับความเสียหายแก่สิทธิ เสรีภาพ ทรัพย์สิน เสื่อมเสียชื่อเสียง อันเป็นการลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการบุกรุก รื้อทำลาย และเผาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เมื่อกระทำการดังกล่าวแล้วยังให้ข่าวกับนักข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และสื่อสิ่งพิมพ์หลายสำนักว่า โจทก์และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย เป็นกะเหรี่ยงเคเอ็นยู (KNU) เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศเพื่อนบ้าน ได้บุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้ผู้ที่ได้รับชมข่าว ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หรือผู้อื่นซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริงเกลียดชังและเชื่อว่าชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดังกล่าวบุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง และยังมีการเอาข้าวเปลือก เสื้อผ้า เงินทองของโจทก์และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงไป

กระเหรี่ยงแก่งกระจานเดินหน้าฟ้องอุทยานฯ เหตุเผาไล่ที่

เมื่อโจทก์และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงได้มาร้องขอคววามช่วยเหลือทางกฎหมายต่อสภาพทนายความฯ จึงได้มีคำสั่งที่ 11/2554 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยคณะทำงานได้แบ่งการพิจารณาออกเป็นคดีอาญา ปกครองและแพ่ง และเห็นว่า การกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง วันนี้จึงได้มอบหมายให้ นายธนู เอกโชติ นำคำฟ้องมาฟ้องจำเลยที่ศาลแพ่งเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้จำเลยได้ร้องขอให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียม และได้ร้องขอภายหลังจากที่ยื่นคำฟ้องและคำร้องแล้ว ศาลได้เปิดไต่สวนคำร้องทันที โดยทนายเผยว่า ศาลได้ย้ำต่อโจทก์ว่า ในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม นายหน่อแอะต้องรู้และเข้าใจและตระหนักถึงสิทธิของตนเอง โดยทนายได้อธิบายต่อศาลว่านายหน่อแอะนั้นมีความตั้งใจที่จะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในด้านภาษาก็ตาม

นายสุรพงษ์ กองจันทึก อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การดำเนินการฟ้องแพ่งในวันนี้ เป็นการทำงานต่อเนื่องหลังจากที่เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมได้ยื่นคำร้องมายังสภาทนายความ จากนั้นสภาทนายความจึงได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติละเมิดกฎหมายและสร้างความเสียหายแก่ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอยจริง จึงทำความเข้าใจและสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบให้เข้าใจถึงสิทธิและข้อกฎหมาย โดยหลังจากนี้จะมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

เหตุการณ์เผาไล่ที่ชาวบ้านที่หมู่บ้านบางกลอยบน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีปฏิบัติการผลักดัน/จับกุม ชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่แนวชายแดนไทยพม่าอย่างต่อเนื่อง และมีการร้องขอกำลังสนับสนุนจากกองทัพบก จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ฮ.ตกที่แก่งกระจาน มีนายทหารเสียชีวิต 17 ราย เป็นข่าวใหญ่ในปีที่ผ่านมา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์