ชำนาญ จันทร์เรือง: ศาลต้องพิจารณาตัวเอง

ไม่น่าเชื่อว่าศาลไทยจะไม่มีใครออกมาปกป้องเลย ไม่ว่าจากสื่อหรือประชาชนทั่วไปจากกรณี “อากง” ที่เสียชีวิตในเรือนจำอันเนื่องมาจากการต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึง 20 ปีจากกรณีต้องสงสัยว่าส่งเอสเอ็มเอส หมิ่นเบื้องสูง และไม่ได้ประกันตัวในชั้นศาล ทั้งๆที่ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เพราะโดยปกติแล้ว หากมีการวิจารณ์ศาลเกิดขึ้น มักจะมีการออกมาปรามทั้งหนักและเบาว่าระวังจะเข้าข่ายหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาลอยู่เสมอ แต่ในคดีนี้กลับเงียบกริบ มีเพียงโฆษกศาลยุติธรรมและอธิบดีศาลอาญาออกมาพยายามอธิบายบ้าง แต่ก็ถูกระหน่ำจนเละในโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือเครือข่ายสังคม

ผมคงไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในคดีนี้เพราะมีผู้เขียนถึงเยอะมากแล้ว เช่น โทษหนักไปหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ได้ประกันตัว หรือแม้กระทั่งเชื่อหรือไม่เชื่อว่าอากงเป็นคนส่งเอสเอ็มเอสเพราะอากงบอกกับผู้เกี่ยวข้องมาตลอดว่าตนเองส่งเอสเอ็มเอสไม่เป็น ฯลฯ แต่จะกล่าวถึงการสูญเสียความเชื่อมั่นในศาลไทยจากประชาชนไทยและต่างประเทศ

ลำดับความน่าเชื่อถือของศาลไทยอยู่เป็นอันดับหนึ่งในบรรดาองค์กรของรัฐไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นด้วยความรู้ความสามารถในการสอบแข่งขันเข้าสู่ตำแหน่ง การดำรงตนอย่างสมถะของผู้พิพากษาตุลาการ ความเป็นกลางทางการเมือง ฯลฯ แต่ภายหลังจากเหตุการณ์ที่คนพยายามเรียกว่า “ตุลาการภิวัตน์” เกิดขึ้นโดยศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองต่างวินิจฉัยยกเลิกการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2548 ด้วยเหตุผลว่าตั้งคูหาลงคะแนนหันหลังให้ประชาชน ซึ่งเป็นการผิดปกติเป็นอย่างยิ่งที่ศาลสองศาลจะพิจารณาคดีเดียวกัน

ความเคลือบแคลงสงสัยต่อศาลไทยเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดภายหลังการรัฐประหาร 2549 เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคอื่นอีกสองพรรค แม้จะแก้ว่าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลจึงไม่ได้สวมเสื้อครุยศาลก็ตาม แต่คณะตุลาการก็มาจากศาลยุติธรรมและศาลปกครองอยู่ดี และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัย (อย่างเร่งด่วนนอกที่ตั้งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไปวินิจฉัยที่ศาลปกครองแทน) ยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคชาติไทยอีกระลอกหนึ่ง แต่ที่ตลกจนหัวเราะก็ไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้คือ กรณีไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่ต่อสู้กันมาจนปิดคดีแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ส่งฟ้องเกินระยะเวลา หรือพูดง่ายๆว่า ขาดอายุความ ซึ่งก็เป็นเหมือนปล่อยให้นักมวยต่อยกันจนครบยกแล้วกรรมการบอกไม่ตัดสินล่ะเพราะอีกฝ่ายน้ำหนักเกิน เรียกเสียงครางฮือๆกันทั่วประเทศ

มาถึงคดีก่อการร้ายบ้าง ใครที่ความไม่สั้นคงจำได้ว่า คดีก่อการร้ายนี้มีผู้ก่อการร้ายตามคำฟ้องอยู่สองพวก คือ พวกแรกคือพวกที่ยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง ผู้ต้องหาเหล่านี้ล้วนแล้วได้ประกัน พวกที่มีสตางค์ก็เดินทางเข้าออกประเทศกันเป็นว่าเล่น แต่พวกที่สองคือพวกที่ชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 ยกเว้นพวกแกนนำ นอกนั้นยังอยู่ในคุกกันถ้วนหน้า

มาถึงจุดวิกฤติที่ความเชื่อมั่นที่มีต่อศาลไทยลดลงอย่างน่าใจหายก็คือ คดีหมิ่นฯโดยเฉพาะอย่างยิ่งคดี “อากง” ผมจะไม่พูดเรื่องแก้หรือไม่แก้มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา เพราะเคยพูดไว้เยอะแล้วในหลายที่และในหลายสถานการณ์ แต่จะพูดถึงวิธีพิจารณาคดีของศาลไทยในกรณีคดีหมิ่นฯที่ว่านี้ เพราะคำกล่าวที่ว่า “ปล่อยคนผิดสิบคนดีกว่าเอาคนถูกเข้าคุกคนเดียว” กับ “ในคดีอาญาศาลจะลงโทษจำเลยต่อเมื่อโจทก์ได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง” นั้น แทบจะไม่ได้ถูกนำมาใช้เลย แม้กระทั้งผมเองก็ยังกังขาว่า ศาลเองกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญฯมาตรา 39 วรรคสองและสามหรือไม่ในประเด็นที่ว่า ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด” “ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้” เพราะเท่าที่ผมทราบ (อาจจะมีแต่ผมไม่ทราบ) จำเลยในคดีหมิ่นฯนี้ไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาลเลย

แล้วจะทำอย่างไร
หลังจากที่ศาลเป็นฝ่ายที่พิจารณาผู้อื่นมามากต่อมากแล้ว ในภาวะที่ไฟกำลังลุกหรือหม้อต้มกำลังเดือดรอเวลาระเบิดจนกลายเป็นวิกฤติต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อศาลไทยในปัจจุบันนี้ ศาลไทยถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาหรือทบทวนตัวเองแล้ว

1) ศาลต้องทบทวนทัศนคติที่มีต่อการรัฐประหารที่ว่าคณะรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ โดยต้องไม่ยอมรับการรัฐประหารใดใดว่าชอบด้วยกฎหมาย (ค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่ http://shows.voicetv.co.th/intelligence/34621.html)

2) ศาลต้องมีความเชื่อมั่นและกล้ายืนหยัดต่อการแทรกแซงจากอำนาจภายนอกเพราะความเป็นอิสระของตุลาการ (Judicial independence) นั้น เป็นหลักที่มีความสำคัญมากของระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ ดังเช่น กรณีผู้พิพากษาเอ็ดเวิร์ดที่กล้าคัดค้านต่อพระเจ้าเจมส์ที่ 1 และที่ 2 แห่งอังกฤษ จนเป็นตำนานที่ผู้พิพากษาทั่วโลกยึดเป็นแบบอย่าง (ค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่http://www.enlightened-jurists.com/page/174) หรือดังเช่นกรณีของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพี พัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทยที่กล้าเสนอความเห็นคัดค้านต่อรัชกาลที่ 5 ในอดีต

ศาต้องรู้เท่าทันโลกและกติกาของโลก มิใช่ว่าพอมีใครยกหลักสิทธิมนุษยชนหรือกติการะหว่างประเทศขึ้นมา ก็หาว่าบังอาจไปสอนกฎหมายศาล อย่าลืมว่าเราอยู่ในสังคมโลก หากโลกไม่ยอมรับระบบศาลไทยขึ้นมาแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น

ศาลก็คือคน ย่อมมีรักโลภโกรธหลง แต่ระบบที่บรรพบุรุษได้วางไว้แล้วเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนมีความเชื่อมั่นว่า “ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้าย” แต่หากผู้คนหันหาที่พึ่งอื่นเป็นที่สุดท้ายแทนศาลแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

ถึงเวลาแล้วล่ะครับที่ศาลจะต้องพิจารณาตัวเอง หาไม่แล้วหากผู้อื่น เช่น สภานิติบัญญัติมาเป็นผู้พิจารณาแทนดังตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เปลี่ยนระบบศาลไปใช้ระบบลูกขุน เป็นต้น หรือประชาชนทนไม่ไหวลุกขึ้นมาเปลี่ยนเอง แล้วศาลจะมาร้องว่าถูกแทรกแซงไม่ได้ เพราะในเมื่อมีโอกาสแล้วไม่ทำเอง

 

 

หมายเหตุ  เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2555

 

ญี่ปุ่นใช้ระบบลูกขุนตั้งแต่ปี

ญี่ปุ่นใช้ระบบลูกขุนตั้งแต่ปีคศ. 1928 ระบอบฟาสซิสต์ยกเลิกระบบลูกขุนในปี 1943 ปัจจุบันญี่ปุ่นกลับมาใข้ระบบลุกขุนอีกครั้งตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

http://www.guardian.co.uk/world/2009/aug/03/japan-trial-by-jury-returns

ระบบลูกขุนญี่ปุ่นมาจากกฎหมายบัญญัติให้มีลูกขุน (Jury Act) ที่ตราขึ้นในปีคศ. 1923 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรียกกันว่า "ยุคประชาธิปไตยไทโช" (Taisho Democracy: 1912-25 คาบเกี่ยวกับสยามยุค"เมืองตุ๊กตาดุสิตธานี")

http://www.japantimes.co.jp/text/nn20030107b2.html

เห็นด้วยกับระบบลูกขุนในเมืองไ

เห็นด้วยกับระบบลูกขุนในเมืองไทย ระบบศาลไทยคือระบบคนดีจอมปลอม อยากให้มีองค์กรภาคประชาชนตรวจสอบผู้พิพากษา ผู้พิพากษาต้องแสดงทรัพย์สินเหมือนนักการเมือง ให้รวมทั้งข้าราชการระดับสูงด้วย

"ความเป็นธรรมนี้ก็หมายความว่า

"ความเป็นธรรมนี้ก็หมายความว่า ทำอะไรที่เป็นจริง ที่เรียบร้อย ที่จะทำให้ผู้ได้มีความอยู่เย็นเป็นสุข "

พระบรมราโชวาท
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ตำแหน่งตุลาการ ศาลปกครองกลาง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

ยึดทำเนียบปิดสนามบิน อยู่เย็นเป็นสุขทุกคน
คนรวยไม่ว่าเสื้อสีไหนโดนคดี อยู่เย็นเป็นสุข
ศาลเปิดโอกาสให้ทุกคนครับ ไม่ใช้กันเอง

*

* เกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรมของไทย ? มีคำถามอย่างมากมายจากสังคม คำตอบคืออะไร อย่างไร ใครตอบ จะแก้ไขหรือจะปล่อยให้อึมครึมคาราคาซังอยู่อย่างนี้
* นี่หรือสถาบันที่พึ่งได้ของสังคม "น่าเศร้า" จริงๆ

ลืมคดีซุกหุ้นภาค 1

ลืมคดีซุกหุ้นภาค 1 "บกพร่องโดยสุจริต" หรือเปล่า? เกิดก่อนตุลาการภิวัฒน์อีก

“ในคดีอาญาศาลจะลงโทษจำเลยต่อเ

“ในคดีอาญาศาลจะลงโทษจำเลยต่อเมื่อโจทก์ได้พิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยอันควรว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง” ไม่ใช่ “ในคดีอาญาศาลจะลงโทษจำเลยต่อเมื่อโจทก์ได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง” เพราะถ้าเป็นกรณีหลังแทบจะไม่มีคดีใดเลยที่ศาลจะลงโทษจำเลยได้

กานดา นาคน้อย

[quote=กานดา นาคน้อย]ญี่ปุ่นใช้ระบบลูกขุนตั้งแต่ปีคศ. 1928 ระบอบฟาสซิสต์ยกเลิกระบบลูกขุนในปี 1943 ปัจจุบันญี่ปุ่นกลับมาใข้ระบบลุกขุนอีกครั้งตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

http://www.guardian.co.uk/world/2009/aug/03/japan-trial-by-jury-returns

ระบบลูกขุนญี่ปุ่นมาจากกฎหมายบัญญัติให้มีลูกขุน (Jury Act) ที่ตราขึ้นในปีคศ. 1923 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรียกกันว่า "ยุคประชาธิปไตยไทโช" (Taisho Democracy: 1912-25 คาบเกี่ยวกับสยามยุค"เมืองตุ๊กตาดุสิตธานี")

http://www.japantimes.co.jp/text/nn20030107b2.html[/quote]
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คนไทยใจเย็นครับ....

ไว้รอให้แพ้สงคราม ให้อเมริกามันเขียนรัฐธรรมนูญให้ แล้วทดลองใช้สัก หกสิบปีแบบญี่ปุ่นมัน แล้วค่อยไปใช้ศาลระบบลูกขุนตามอย่างมันก็ยังทัน..

รัฐธรรมนูญไทยคนไทยเขียนเอง ใช้มาเกือบแปดสิบปี เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นสิบฉบับ......นักการเมืองก็ยังซื้อเสียง ประชาชนก็ยังขายเสียงกันอยู่....

ของเราเหมือนนักการเมืองญี่ปุ่น รักษาระเบียบวินัยในชาติเหมือนชาวญี่ปุ่น ที่ตรงไหนครับ...หรือครับ

ไปใช้ระบบศาลลูกขุน รับรองว่ามีข่าวซื้อขายผลการตัดสินกันเละ มีคดีประเภทใหม่ข่มขู่ฆ่าแบล็คเมล์ลูกขุนเกิดขึ้นมากมาย....

การวิ่งเต้นบริหารจัดการรคณะลูกขุน จะเป็นอาชีพใหม่กลุ่มงานใหม่ที่คู่คดีจำเป็นต้องทำ นอกเหนือจาก วิ่งตำรวจ วิ่งอัยการ วิ่งศาลที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้.....

tathapon

[quote=tathapon]เห็นด้วยกับระบบลูกขุนในเมืองไทย ระบบศาลไทยคือระบบคนดีจอมปลอม อยากให้มีองค์กรภาคประชาชนตรวจสอบผู้พิพากษา ผู้พิพากษาต้องแสดงทรัพย์สินเหมือนนักการเมือง ให้รวมทั้งข้าราชการระดับสูงด้วย[/quote]

เวลาอยู่หน้าบรรลังก์ ทนายผมบอกว่า ต้องพูดค่อยๆ เสียงต้องอ่อนน้อม พูดพินอบพิเทา เน้นให้ศาลสงศาล ก็ผู้พิพากษาอยู่ห่างผมไปเป็นสิบเมตรผมพูดค่อยคุณก็ไม่ได้ยิน พอพูดดัง "ท่านผู้พิพากษา" ก็ว่าผมเสียงแข็ง สรุปแล้วเขาพิจารณาที่หลักฐานหรือน้ำเสียง

นี่คือลักษณะที่ชัดเจนของการแบ่งชนชนแม้แต่เสียงก็ยังถูกพวก ผู้พิพากษาจำนวนหนึ่งจำกัดสิทธิ์

สักวันประชาชนจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนพวกคุณ จำไว้

xxx wrote:ลืมคดีซุกหุ้นภาค 1

[quote=xxx]ลืมคดีซุกหุ้นภาค 1 "บกพร่องโดยสุจริต" หรือเปล่า? เกิดก่อนตุลาการภิวัฒน์อีก[/quote]
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
อย่างน้อยที่สุดก้อไม่ใช่ศาลที่แต่งตั้งมีที่มาจากโจรปล้นประเทศ(ศาลของคมช)
คุณอย่าเพิ่งเอาผลของคดีมาพูด
คุรว่าศาลแบบไหนที่น่ารับฟังน่าเชื่อถือกว่ากัน....
หากเชือสาล คมช. ซึ่งเปรียบเหมือนโจร วันหลังขอให้มีโจรข้นบ้านคุร เสร้จแล้วจับพ่อแม่พี่น้องคุณมัดมือมัดตีน แ้วดจรกลายร่างเป้นสาล แลตัดสินว่าทรัพยืของพ่อคุณที่ได้มานั้นได้มาจากการกระทำท่ไม่ชอบใจจร ดังนั้นจึงมีความผิดให้ยึดเป้นของดจรทั้งหมด
ผมว่าคุณคงพอใจน่ะ พอใจที่ดจนตัดสินด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ลองใช้ปัญญาคิดหน่อยน่ะครับคณxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

บางกอก wrote:กานดา นาคน้อย

[quote=บางกอก][quote=กานดา นาคน้อย]ญี่ปุ่นใช้ระบบลูกขุนตั้งแต่ปีคศ. 1928 ระบอบฟาสซิสต์ยกเลิกระบบลูกขุนในปี 1943 ปัจจุบันญี่ปุ่นกลับมาใข้ระบบลุกขุนอีกครั้งตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

http://www.guardian.co.uk/world/2009/aug/03/japan-trial-by-jury-returns

ระบบลูกขุนญี่ปุ่นมาจากกฎหมายบัญญัติให้มีลูกขุน (Jury Act) ที่ตราขึ้นในปีคศ. 1923 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรียกกันว่า "ยุคประชาธิปไตยไทโช" (Taisho Democracy: 1912-25 คาบเกี่ยวกับสยามยุค"เมืองตุ๊กตาดุสิตธานี")

http://www.japantimes.co.jp/text/nn20030107b2.html[/quote]
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คนไทยใจเย็นครับ....

ไว้รอให้แพ้สงคราม ให้อเมริกามันเขียนรัฐธรรมนูญให้ แล้วทดลองใช้สัก หกสิบปีแบบญี่ปุ่นมัน แล้วค่อยไปใช้ศาลระบบลูกขุนตามอย่างมันก็ยังทัน..

รัฐธรรมนูญไทยคนไทยเขียนเอง ใช้มาเกือบแปดสิบปี เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นสิบฉบับ......นักการเมืองก็ยังซื้อเสียง ประชาชนก็ยังขายเสียงกันอยู่....

ของเราเหมือนนักการเมืองญี่ปุ่น รักษาระเบียบวินัยในชาติเหมือนชาวญี่ปุ่น ที่ตรงไหนครับ...หรือครับ

ไปใช้ระบบศาลลูกขุน รับรองว่ามีข่าวซื้อขายผลการตัดสินกันเละ มีคดีประเภทใหม่ข่มขู่ฆ่าแบล็คเมล์ลูกขุนเกิดขึ้นมากมาย....

การวิ่งเต้นบริหารจัดการรคณะลูกขุน จะเป็นอาชีพใหม่กลุ่มงานใหม่ที่คู่คดีจำเป็นต้องทำ นอกเหนือจาก วิ่งตำรวจ วิ่งอัยการ วิ่งศาลที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้.....[/quote]

............................................................................

อ่านความคิดกันออก ถือเป็นการดุถูกประชาชนอย่างยิ่ง ลูกขุนไม่ใช่มีคนเดียว มีกลไกในการตรวจสอบตรวจทานการให้ความเห็นของลูกขุนหรือไม่ พูดให้จบซิว๊ะ คนไทยทุกคนไม่ได้ดง่ที่จะคิดแบบช่างถอกน่ะดว้ยยยยยยยยยยยยยยย

ตอบ คุณ บางกอก กับ คุณ xxx

ตอบ คุณ บางกอก กับ คุณ xxx
กลับไปเกิดใหม่แล้วค่อยมาโพสดีกว่า โลกเขาไปถึงดาวอังคารดวงไหนแล้วคุณยังหลับไม่ตื่นสุดท้ายคุณก็โทษ นักการเมือง คุณไม่โทษระบบราชการที่ล้าหลังเช่นเดียวกับกลุ่มของคุณบ้างล่ะ การทุจริตมันเกิดจากอะไร? อย่างน้อยก็มาจากระบบอภิสิทธิชน จากกลุ่มชนชั้นนำของสังคมไทยแหละวะ กระบวนการยุติธรรมตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความกลัว กระทั่งยืนตายซากกลางแดดร้อนของอำนาจบารมีใคร???....

อยากให้มีนวัตกรรมล้างบาง

อยากให้มีนวัตกรรมล้างบาง ล้างสมอง ล้างเครือข่ายศาล กระบวนการยุติธรรม ที่ล้าหลัง ปิดปากประชาชน..อ้างละเมิดอำนาจศาล.

สมควรยกเลิกการแอบอ้างว่า ศาลพิพากษาอรรถคดีตีความภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ..ทำความเสื่อมเสียไปให้กษัตริย์โดยที่กษัตริย์มิได้รับรู้ เกี่ยวข้องด้วยกับการพิจารณาอรรถคดีตีความ การใช้ดุลยพินิจ วินิจฉัย จะเห็นได้ว่า มีหลายกรณี หลายคดีที่คำพิพากษาผิดพลาด ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม.

ข้าแต่ศาลที่เคารพ สมควรทบทวนการกระทำของท่าน...ประชาชนไม่โง่ ประชาชนตระหนักว่า ผู้พิพากษาตกอยู่ใต้อาณัติ อยู่ใต้การสั่งการของผู้มีอำนาจนอกระบบ ท่านมิได้มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตีความ การใช้ดุลยพินิจให้เป็นไปหลักนิติธรรม หลักนิติวิธี อย่างแท้จริง.

ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ผู้พิพากษาจึงไปรับรองการกระทำผิดกฎหมายของคณะรัฐประหาร รับรองว่าประกาศของคณะรัฐประหารเป็นเสมือนรัฐธรรมนูญหรือพระบรมราชโองการ -ไปซูฮก พินอบพิเทาเอาใจผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงถึงขั้นเป็นกบฏภายในราชอาณาักร มีโทษถึงตายหรือจำคุกจนตาย...ให้ท้ายหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจเสมอกษัตริย์ (ในขณะที่ยึดอำนาจ-มีอำนาจเหนือคนทุกคนในราชอาณาจักร แม้กระทั่งกษัตริย์?) มิน่าจึงมีการทำรัฐประหารบ่อย ๆ เพราะคำพิพากษาที่ขัดต่อหลักนิติธรรมนี่เอง...

ขอภาวนาให้ คณะนิติราษฎร์ นักกฎหมายที่มิได้ตกเป็นทาส /สุนัขรับใช้เผด็จการ ทรราชย์ ดังที่ผ่านมา ได้ลบล้างผลพวงของการทำรัฐประหาร...คำพิพากษาที่เป็นรอยด่างของวงการยุติธรรม ปิดจุดบอด อุดช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรม การตีความ การใช้ดุลพินิจ ..

ยกเลิกการใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัวชั่วคราว /การให้ประกันตัวระหว่างการพิจิารณาคดีของศาล..เร่งรัดการดำเนินคดีที่คั่งค้างจากรัฐบาลก่อน ไม่ว่ากรณีปรส. -คดีของเหลืองพธม.-คดีของอภิสิทธิ์/สุเทพ/อนุพงษ์...

น่าจะมีการเอาผิดกะการดองเรื่องไม่ดำเนินคดี ไม่สอบสวน ไม่ฟ้องร้อง ของพนักงานสอบสวน อัยการ ผู้พิพากษา...การใช้ดุลยพินิจลำเอียงไม่เที่ยงธรรม...น่าจะหยิบยกคดีหลายคดีมาปัดฝุ่นรื้อฟื้นพิจารณากันใหม่ ลงโทษตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ถึงขั้นปลดออก ไล่ออก ให้เป็นเยี่ยงอย่างกันไปเลย.

งุ่มง่าม

[quote=งุ่มง่าม]อยากให้มีนวัตกรรมล้างบาง ล้างสมอง ล้างเครือข่ายศาล กระบวนการยุติธรรม ที่ล้าหลัง ปิดปากประชาชน..อ้างละเมิดอำนาจศาล.

สมควรยกเลิกการแอบอ้างว่า ศาลพิพากษาอรรถคดีตีความภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ..ทำความเสื่อมเสียไปให้กษัตริย์โดยที่กษัตริย์มิได้รับรู้ เกี่ยวข้องด้วยกับการพิจารณาอรรถคดีตีความ การใช้ดุลยพินิจ วินิจฉัย จะเห็นได้ว่า มีหลายกรณี หลายคดีที่คำพิพากษาผิดพลาด ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม.

ข้าแต่ศาลที่เคารพ สมควรทบทวนการกระทำของท่าน...ประชาชนไม่โง่ ประชาชนตระหนักว่า ผู้พิพากษาตกอยู่ใต้อาณัติ อยู่ใต้การสั่งการของผู้มีอำนาจนอกระบบ ท่านมิได้มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตีความ การใช้ดุลยพินิจให้เป็นไปหลักนิติธรรม หลักนิติวิธี อย่างแท้จริง.

ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ผู้พิพากษาจึงไปรับรองการกระทำผิดกฎหมายของคณะรัฐประหาร รับรองว่าประกาศของคณะรัฐประหารเป็นเสมือนรัฐธรรมนูญหรือพระบรมราชโองการ -ไปซูฮก พินอบพิเทาเอาใจผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงถึงขั้นเป็นกบฏภายในราชอาณาักร มีโทษถึงตายหรือจำคุกจนตาย...ให้ท้ายหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจเสมอกษัตริย์ (ในขณะที่ยึดอำนาจ-มีอำนาจเหนือคนทุกคนในราชอาณาจักร แม้กระทั่งกษัตริย์?) มิน่าจึงมีการทำรัฐประหารบ่อย ๆ เพราะคำพิพากษาที่ขัดต่อหลักนิติธรรมนี่เอง...

ขอภาวนาให้ คณะนิติราษฎร์ นักกฎหมายที่มิได้ตกเป็นทาส /สุนัขรับใช้เผด็จการ ทรราชย์ ดังที่ผ่านมา ได้ลบล้างผลพวงของการทำรัฐประหาร...คำพิพากษาที่เป็นรอยด่างของวงการยุติธรรม ปิดจุดบอด อุดช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรม การตีความ การใช้ดุลพินิจ ..

ยกเลิกการใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัวชั่วคราว /การให้ประกันตัวระหว่างการพิจิารณาคดีของศาล..เร่งรัดการดำเนินคดีที่คั่งค้างจากรัฐบาลก่อน ไม่ว่ากรณีปรส. -คดีของเหลืองพธม.-คดีของอภิสิทธิ์/สุเทพ/อนุพงษ์...

น่าจะมีการเอาผิดกะการดองเรื่องไม่ดำเนินคดี ไม่สอบสวน ไม่ฟ้องร้อง ของพนักงานสอบสวน อัยการ ผู้พิพากษา...การใช้ดุลยพินิจลำเอียงไม่เที่ยงธรรม...น่าจะหยิบยกคดีหลายคดีมาปัดฝุ่นรื้อฟื้นพิจารณากันใหม่ ลงโทษตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ถึงขั้นปลดออก ไล่ออก ให้เป็นเยี่ยงอย่างกันไปเลย.[/quote]

................................................

หุหุ งุ่มงามมาช้า แต่มาแร๊งงงงงงงงงงงงงงงงวุ้ย! แต่ แต่ อิอิ ตรงข้อความนี้ "คำพิพากษาที่เป็นรอยด่างของวงการยุติธรรม ปิดจุดบอด อุดช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรม การตีความ การใช้ดุลพินิจ .."
หมายถึงปิดจุดบอด หรือ ปิดจุดดาบอด หุหุ ม้ายยยยยยยข้าววววววววจายยยยยยยยยยยยย
ฮ่ ฮ่าฮ่า ถูกจายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในขณะที่ยึดอำนาจ-มีอำนาจเหนือ

ในขณะที่ยึดอำนาจ-มีอำนาจเหนือคนทุกคนในราชอาณาจักร แม้กระทั่งกษัตริย์?

คุณ งุ่มง่ามครับ ผมดูรูป ที่รัฎฐาธิปัติย์ สนธิ เข้าเฝ้า ในหลวงและพระราชินี
สังเกตุว่ามือถืออาวุธวางอยู่บนตักด้วยใช่ไหม คุณงุ่มง่ามเห็นเหมือนผมไหม
หรือว่ากูจะบ้าอยู่คนเดียว

คุณบางกอกคะ

คุณบางกอกคะ นอกจากญี่ปุ่นแล้ว เดี๋ยวนี้เกาหลีใต้ก็มีระบบลุกขุนแล้วค่ะ

http://www.koreatimes.co.kr/www/news/opinon/2012/03/233_69117.html

http://blogs.wsj.com/korearealtime/2011/06/15/the-slow-road-to-grand-juries/

นี่ๆๆ "บางกอก" อ่าน

นี่ๆๆ "บางกอก" อ่าน "มนุษย์สองหน้า" ของอัลแบร์ กามูร์ หรือยัง?

หรือยังอ่านแต่นิยายบู๊ลิ้ม พระเอกจอมศาลเตี้ย?

จะเล่าเรื่องย่อให้ฟัง ...
ตัวเอกใน "มนุษย์สองหน้า" เป็นคนดี
แต่หูหลอน ได้ยินเสียง "หัวเราะเยาะ" เยาะหยันความเป็น "คนดี" ของตัวเอง
มานก็เลย วิเคราะห์จิตตัวเองว่า ทำไมถึงสะดุ้งเวลาหูหลอนได้ยินเสียงคนหัวเราะเยาะ
ในที่สุดมานก็เข้าใจ แล้วก็ชำแหละ "สันดานคนดี" ของตัวเองออกมา ...

นี่ๆๆ "บางกอก" หูหลอนหรือยัง?
เวลามองหน้าคนที่เคยรู้จัก คนที่ "บางกอก" เคยไป "สร้างผีปีศาจระบอบทักษิณ" ให้เขาฟังน่ะ
สังหรณ์ใจมั้ยว่า พวกเขาหัวเราะเยาะ "บางกอก" ?

เวลานี้

เวลานี้ คนต่างชาติ-ชาวโลกก็หัวเราะเยาะ "บางกอก" ด้วย

รมต.เงาต่างประเทศอังกฤษตั้งคำถามกรณีอากง SMS
http://news.voicetv.co.th/thailand/39206.html

เวลานี้

เวลานี้ คนต่างชาติ-ชาวโลกก็หัวเราะเยาะ "บางกอก" ด้วย

รมต.เงาต่างประเทศอังกฤษตั้งคำถามกรณีอากง SMS
(โพสต์ลิ้งก์ไม่เข้า เอาหัวข้อข่าวนี้ไป search ตัวข่าว)

BBBB BBBB เวลาเราพูดกับ

BBBB
BBBB

เวลาเราพูดกับ "อำนาจบริหาร"
ทำไมเราไม่ยักกะพูดกันว่า :

@ "ข้าฯแต่รัฐบาลที่เคารพ--"
@ "การบริหารประเทศของท่านนั้นถือเป็นที่สุด--"
@ ฯลฯ

และเราก็ไม่เคยได้ยินคำพูดประเภทที่ว่า "การวิจารณ์การบริหารของรัฐบาลนั้น--ระวังจะโดนข้อหาหมิ่นรัฐบาล".....

-------------------------------

เวลาเราพูดกับ "อำนาจนิติบัญญัติ"
ทำไมเราไม่ยักกะพูดกันว่า :

@ "ข้าฯแต่รัฐสภาที่เคารพ--"
@ "การออกกฎหมายของท่านนั้นถือเป็นที่สุด---"
@ ฯลฯ

และเราก็ไม่เคยได้ยินคำพูดประเภททีว่า "การวิจารณ์การออกกฏหมายของรัฐสภานั้น--ระวังจะโดนข้อหาหมิ่นรัฐสภา"......

--------------------------------

เออ !
ไหงงั้นฮิ ?.....

--------------------------------

นอกจากจะ "แปลกแต่จริง" แย้วว์
ยังมีอะไรประเภท "เชื่อหรือไม่ ?" --อีกต่างหาก
นั่นคือ :

ผู้บริหารประเทศ( อำนาจบริหาร ) /และผู้ออกกฏหมาย( อำนาจนิติบัญญัติ )
ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อองค์กรอิสระ( ลอยมาจากก้อนเมฆ ? )
แต่ดูเหมือนว่า
ผู้พิพากษา( อำนาจตุลาการ )ไม่ต้องก็ได้ฮิ-----

คาก
คาก
คาก......

--------------------------------

เรื่องจุ๋มจิ๋มๆที่ผมพล่ามมานี้
แม้มันจะไม่ถึง "ครูอังคณา"---แต่ก็น่าใคร่ครวญเหมือนกันมิชะเรอะ ?

รึ "เจ๊ตั๊กโนตม" ว่างัย ?
อ้าว !.......

--------------------------------
คากคาก
คากคาก
คากคาก......
( ^O^ )
BBBB
BBBB