กะพ้อเดือด ระเบิดรถ อส. ดับ 4

คนร้ายกดระเบิดถังดับเพลิงซ่อนในท่อใต้ถนน อส. ดับสี่  เจ็บสาม ตำรวจแจงสองเดือน อส. เสียชีวิตรวมแปดคน 

รายงานข่าวศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาคสี่ส่วนหน้า แจ้งว่าเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2555  เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) 7  นายได้ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน ขณะนั่งรถกระบะกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจ และรถวิ่งผ่านถนนลูกรังที่บ้านกอลี หมู่ที่ 6 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทางห่างจากถนนประมาณ200  เมตร คนร้ายได้กดระเบิดชนิดลากสายที่บรรจุในถังดับเพลิงและซุกซ่อนอยู่ในท่อข้างถนน จากนั้นได้ระดมยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 คนคือ นายนิมะ มะแซ อายุ 32 ปี นายอับดุลเลาะ หะแว อายุ 40 ปี  และนายมูฮัมหมัดรอมีซู ยูโซะ อายุ 24 ปี  มีอส.ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 4  นายประกอบด้วย นายอานัดนันต์ ซาตา อายุ 26 ปี นายสมนึก นิรันดร์พุฒ อายุ 41 ปี นายอาลียะ ซอแร อายุ 41 ปี และ นายมะซูรี อาโกะ อายุ 28 ปี          

พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ให้ข้อมูลว่านายอาลียะทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.มนตรีกล่าวว่าอำเภอกะพ้อซึ่งมีทั้งหมดสามตำบลเป็นพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มนายมะดารี ตาเย๊ะ อายุ 40  ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าเหตุครั้งนี้อาจจะเป็นฝีมือของกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในอ.สายบุรี และอ.ปะนาเระในจ.ปัตตานี โดยทั้งสองกลุ่มได้มีการปฏิบัติการข้ามพื้นที่ระหว่างกัน  ในการปฏิบัติการครั้งนี้ คนร้ายหวังจะขโมยอาวุธของเจ้าหน้าที่ อส.ไปด้วย แต่แรงระเบิดทำให้อาวุธประจำตัวของอส.ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ อส.ที่รอดชีวิตได้ยิงตอบโต้ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องล่าถอยไป  

พ.ต.อ.มนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมามีเหตุโจมตีที่มุ่งชีวิตเจ้าหน้าที่อส. อำเภอกะพ้ออย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 9   เมษายน นายอับดุลนาเซ กาตูเลาะ อายุ 50 ปีถูกยิงเสียชีวิต วันที่ 11 เมษายน นายเซ กาตูเลาะ อายุ 50 ปี และนายมะนาเซ็ง แบรอ อายุ 49 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ล่าสุดคือเหตุยิงนายรอยะ บาฮา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นอส.อำเภอเดียวกันเสียชีวิตอีกรายในวันที่ 16 พฤษภาคม ในเหตุดังกล่าว ผู้ร้ายยังได้ขโมยอาวุธประจำตัวของผู้เสียชีวิตไปด้วย และเชื่อว่าเป็นอาวุธเดียวกันที่ใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่  

“การปฏิบัติการของฝ่ายก่อเหตุจะมุ่งเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลักอยู่แล้วและเป็นพื้นที่เสี่ยงมาก ซึ่ง ชุดอส.ของพื้นที่ถูกยิงหลายครั้ง แต่เหตุระเบิดเพิ่งมีครั้งแรก นับจากที่ผมลงมารับภารกิจในพื้นที่ประมาณเดือนที่ผ่านมา” พ.ต.อ.มนตรี กล่าว  

วันเดียวกัน ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินของกอ.รมน. ภาคสี่ส่วนหน้า รายงานว่าในเวลา 13.15 น.คนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกประกบยิงนางสาวมยุรี ไชยอุมา อายุ 32 ปี กระสุนปืนถูกบริเวณศีรษะหนึ่งนัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เหตุเกิดบนถนนบนถนนสิโรรส ซอย 3 ในอ.เมือง จ.ยะลา

พ.ท.พิเชษฐ์ ชุติเดโช ผบ.ฉก.ยะลา 11 กล่าวว่า “กรณีนี้มีน้ำหนักไปทางเหตุส่วนตัวเป็นหลัก เนื่องจากอาวุธที่คนร้ายใช้ไม่ใช่อาวุธสงคราม และผู้ได้รับบาดเจ็บเคยมีประวัติถูกตรวจค้นสิ่งเสพติดและอีกเหตุที่คาดว่าน่าจะมีส่วนคือ เรื่องชู้สาว”   พ.ท.พิเชษฐ์ กล่าวว่าอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์หรือลูกซองสั้น ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้ทำอาวุธปืนตกไว้ไม่ไกลจากพื้นที่  

 

เครดิตภาพ : สปริงนิวส์

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์