พรบ.เชียงใหม่มหานคร:ขุนนางเอ็นจีโอและยุทธศาสตร์ประชาธิปไตย ?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ชุมชน   เพราะหากกระจุกอยู่ส่วนกลางจะทำอะไรไม่ได้ คอรัปชั่นจะเกิดขึ้นมาก บ้านเมืองแก้ปัญหาอะไรไม่ได้  ทหารก็ทำรัฐประหารได้ง่ายเพราะอำนาจกระจุก ถ้ากระจายไปสู่ชุมชน รัฐประหารทำไม่ได้ คอรัปชั่นยาก                                                                                                                                        

ประเวศ วะสี 

รัฐประหารคราวที่แล้วสำเร็จเพราะไม่กระจายอำนาจ หรือสำเร็จเพราะคณะรัฐประหารเขาเชิญเอ็นจีโอไปนั่งสภาครับ? ที่กระชับพื้นที่แล้วมีคนตายแล้วลากไปได้จนจบสมัยได้หน่ะ  ส่วนหนึ่งก็เพราะไปตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหรือปล่าวครับ ?                                                                                                                                   

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ 

 

กระแสการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการออก พรบ.เชียงใหม่มหานคร ภายใต้แนวคิด “จังหวัดจัดการตนเอง” (น่าจะความหมายเดียวกันกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แต่เปลี่ยนให้ดูเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง) ของเหล่า ขุนนางเอ็นจีโอ (ในที่นี่หมายถึงเอ็นจีโอสายอนุรักษ์นิยม)

ที่มี ประเวศ วะสี เป็นหัวขบวน ที่มีความเชื่อหรืออ้างว่า  จะเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางโครงสร้างอำนาจ เป็นการปฎิรูปโครงสร้าง  แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างเหลือง-แดง  ระหว่างอำมาตย์-ไพร่ ได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นประชาธิปไตยรากหญ้าหรือประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่น

ประหนึ่งว่า  แนวคิด” จังหวัดจัดการตนเอง”   เป็นยาแก้ได้สารพัดโรค

เหมือนดั่งเช่นที่ผ่านมาด้วยการท่องคาถา   “สภาองค์กรชุมชน”  “สิทธิชุมชน”   “จังหวัดบูรณาการ”  “เศรษฐกิจพอเพียง”  “ความเหลื่อมล้ำ”  “ การปฏิรูปประเทศไทย”   ฯลฯ  แล้วก็ละเมอเพ้อพกว่า แก้ได้สารพัดโรค

นับเป็นความเพ้อฝันเพ้อเจอยิ่งนัก หากไม่มี”เจตนา”บิดเบี้ยวการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย? 

เนื่องจาก หากเหล่า “ขุนนางเอ็นจีโอ”  ให้ความสำคัญกับกติกาประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นดังที่แอบอ้าง  ก็ถือเป็นตลกร้ายสิ้นดี เพราะขัดแย้งในตัวมันเอง  ถ้าเสนอหรือยอมรับให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารผู้ปกครองท้องถิ่นที่มีอิสระจากอำนาจส่วนกลาง  แต่กลับปฏิเสธไม่ยอมรับการเลือกตั้งผู้บริหารระดับประเทศตามวิถีรัฐสภา  หรือกติกาการเมืองประชาธิปไตยระดับประเทศ เหมือนที่ผ่านมาและเป็นอยู่

ขุนนางเอ็นจีโอ ควรยอมรับกติกา ประชาธิปไตย ยอมรับสิทธิคนส่วนใหญ่ และต่อสู้กันตามกติกา หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิ์ในการเลือกผู้บริหารปกครองประเทศ จึงจะทำให้ความขัดแย้งมีจุดลงตัวได้อย่างที่ควรจะเป็นเหมือนเช่นอารยประเทศ   มิใช่ไม่ยอมรับมติคนส่วนใหญ่อย่างที่ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยก่อวิกฤตการเมืองปัจจุบันอยู่ 

2.  นอกจากนี้พวก”ขุนนางเอ็นจีโอ” ยังได้มีการกล่าวอ้างว่า  แดงเหลืองยุติความขัดแย้ง และได้ร่วมมือกันเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว

แต่บทบาทที่ผ่านมาที่ต้องบันทึกจดจำไว้ในประวัติศาสตร์ของประชาชนว่า  เหล่าขุนนางเอ็นจีโอกลุ่มนี้ได้สนับสนุนฝ่ายอำมาตยาธิปไตยทั้งที่เผยตัวชัดเจน และทั้งแบบอีแอบเหนียมอาย  ทั้งก่อนและรัฐประหาร 19 กันยายน 2549    รวมทั้งออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550   อันเป็นผลพวงของคณะรัฐประหาร   

บางคนดำรงตำแหน่งเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  บางคนดำรงตำแหน่งเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่แต่งตั้งขึ้นโดย คณะรัฐประหารคมช.     

บางคนดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการปฏิรูปที่จัดตั้งขึ้น  โดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน   ภายหลังการล้อมปราบสังหารประชาชน 93ศพได้เพียงไม่กี่วัน

คงไม่มีใครที่ต้องการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์  ปฏิเสธการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพียงแต่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น เป็นส่วนหนึ่ง ต้องเคลื่อนไหวควบคู่ไปกับของกระบวนการการสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ระดับประเทศ

ไม่มีการเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยประเทศไหนในโลกที่ต้องการให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง  แต่กลับหลีกเลี่ยงเมินเฉยต่อ “อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย” ที่ยังดำรงอยู่และยังครอบงำกดทับอำนาจของประชาชนอยู่อย่างล้นฟ้า    เช่น  อำนาจกองทัพ   อำนาจศาล  เป็นต้น

การเคลื่อนไหวให้มีการกระจายอำนาจที่แท้จริง จึงต้องเคลื่อนไหวคัดค้านต่อต้านอำนาจนอกระบบประชาธิปไตยอย่างปฏิเสธไม่ได้    ยิ่งสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน ดังนั้นเป้าหลักยุทธศาสตร์ใหญ่จึงอยู่ที่อำนาจนอกระบบ เป็นประเด็นใหญ่มิใช่ “จังหวัดจัดการตนเอง”  ที่อ้างว่าจะเป็นวิธีการแก้ปัญหารัฐประหารได้   อย่างที่ ประเวศ วะสี  เทศนาไว้

ตราบใดที่ต้องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น  แต่ยอมรับหรือสนับสนุนอำนาจนอกระบอบ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นก็เป็นเพียง”กลลวง” หรือ”วาทกรรมจอมปลอม” ของเหล่าขุนนางเอ็นจีโอที่ต้องการบิดเบือนการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้นเองหาก 

“ขุนนางเอ็นจีโอ”   เป็นนักประชาธิปไตยเพียงพอ มีจิตใจไม่คับแคบ แม้จะมีความคิดอนุรักษ์นิยมก็ตาม พวกเขาควรเปลี่ยนความคิดคนที่พวกเขาทำงานด้วยที่เป็นเหลือง ให้รักประชาธิปไตยมากกว่า หรืออย่างน้อยเคารพกติกาประชาธิปไตย แม้ยังเป็นเหลืองอยู่ก็ตาม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แต่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กัน เพื่อไม่เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงอย่างที่มิควรจะเป็นไม่ว่าจะเป็นเหลืองหรือแดงก็ตาม 

3. ภายหลังการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475   ( “วันชาติ”   ปีนี้ครบรอบ 80 ปี)   คณะราษฎร มีข้อเสนอเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและผลักดันรูปธรรมจัดให้มีการเลือกตั้งเทศบาล ขึ้น

“คณะราษฎร”  เป็นฝ่ายประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ต้องการผลักดันให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตย  ต้องการให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ตามคำแถลงของคณะราษฎร

ภารกิจทางประวัติศาสตร์ของคณะราษฎร ต้องการยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์ราชย์  สร้างประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ  มีหลักนิติธรรม นิติรัฐ  มีการเลือกตั้งแบบรัฐสภา ไม่ต้องการให้อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตยอยู่เหนืออำนาจประชาชนในแผ่นดิน

แต่หัวขบวนการของจังหวัดจัดการตนเอง กลับอยู่ฝั่งตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอดสม่ำเสมอ และมิเคยสำนึกผิด หรือกล้ายอมรับว่าตนเองเป็นฝ่ายอำมาตยาธิปไตย จนถึงทุกวันนี้ 

ขณะที่ ร่างพรบ.เชียงใหม่มหานคร  ที่เป็นเป็นรูปธรรมจากแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง นั้น ในเนื้อหา   ยังมีคำถามถึงข้อเสนอ เช่นว่า สภาประชาชนท้องถิ่นมาจากไหน? ใครเลือก?  เลือกกันเองหรือ? คนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ถือเป็นภาคประชาชนได้หรือไม่ ?ยอมรับได้หรือไม่? หรือมีเฉพาะเครือข่ายภาคประชาชนของขุนนางเอ็นจีโอ ของหมอประเวศเท่านั้นหรือไม่ ?

การจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่นที่เป็นธรรม จะ เป็นไปได้อย่างไร  ?  เมื่องบประมาณแผ่นดินยังต้องจัดสรรให้อำนาจนอกระบบ จำนวนไม่น้อย  เช่น งบประมาณกองทัพ  งบประมาณองค์กรอิสระ  และอื่นๆและโครงสร้างภาษีที่เป็นธรรมจะเป็นไปได้อย่างไร ?

เนื่องเพราะ  ความสัมพันธ์ทางอำนาจในสังคมไทยที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เฉกเช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศ เกาหลีใต้    จึงมิมีเพียงความสัมพันทางอำนาจระหว่างรัฐส่วนกลาง กับท้องถิ่นเท่านั้น แต่มีความทับซ้อนภายใต้ภาวะ “รัฐซ้อนรัฐ “ดำรงอยู่จริง   และหน่วยงานราชการ หน่วยงานพิเศษ บางหน่วยงานที่มีอำนาจไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชน แต่กลับมีพลังต่อรอง กับรัฐบาลอย่างที่เป็นอยู่ได้สูง หรือกลับมีอิทธิพลอำนาจเหนือรัฐและรัฐบาลด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้แล้ว  กฎหมายเชียงใหม่มหานคร จะผ่านกระบวนการรัฐสภาได้อย่างไร ?  เมื่ออำนาจพิจารณากฎหมาย ส่วนหนึ่งอยู่ในมือของวุฒิสภา และจำนวนมากมาจากการลากตั้งของอำนาจคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งล้วนเป็นข้าราชการเก่าที่เคยชินมีแนวคิดรวมศูนย์อำนาจแบบฝ่ายอำมายาธิปไตย กฎหมายเชียงใหม่มหานคร จะถูกบิดเบือนบิดเบี้ยวไปเหมือนกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านมาหรือไม่ ? 

4.  ที่กล่าวมาทั้งหมด  ผู้เขียนมิใช่ต้องการขัดขวางเส้นทางประชาธิปไตยท้องถิ่น  มิใช่ประเภท มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ   มิใช่ไม่เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพียงแต่ต้องการตั้งคำถาม ถกเถียง ตรวจสอบและตั้งข้อสงสัยต่อบทบาทขุนนางเอ็นจีโอ (ที่แอบอ้างประชาธิปไตยท้องถิ่น แต่ชิงชังประชาธิปไตยระดับชาติพร้อมๆกับสนับสนุนอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย)

สำหรับผู้ร่วมขบวนที่ใฝ่ฝันถึงประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ถึงยุทธศาสตร์ประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น ตราบที่สังคมไทย ยังมีคนโหยหารัฐประหาร และหลักการเสรีภาพ ความเสมอภาค อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน หลักการนิติรัฐ/นิติธรรม ยังคงถูกละเมิดย่ำยีอย่างชัดแจ้งทั้งโดยกองทัพ และกระบวนการตุลาการรัฐประหาร

ผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย จึงต้องต่อสู้กับอำนาจนอกระบบ   ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   ไม่อาจเคลื่อนไหวการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นประเด็นเเดียว ต้องโยงใยประชาธิปไตยโดยรวมทั้งหมดอย่างมิอาจปฎิเสธได้

และหากตราบใด “ขุนนางเอ็นจีโอ”  ปฏิเสธกติกาประชาธิปไตยโดยรวมทั้งหมด  พวกเขาก็หาได้เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงซึ่งใฝ่ฝันถึงประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ดั่งที่คณะราษฎร ได้แผ้วถางเส้นทางไว้ไม่เพราะ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ยัง มีอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย ยังดำรงอยู่และมีอำนาจอย่างล้นฟ้า 

 

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์