คำปราศรัยอภิสิทธิ์-สุเทพ "เดินหน้าผ่าความจริงฯ" ที่พิษณุโลก

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินสายปราศรัยที่พิษณุโลก สุเทพชี้ความรุนแรงเกิดจากทักษิณและ "พวกลัทธิแดง"  เพราะทักษิณหนีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี โอดสภาไม่ยอมฟังเสียงฝ่ายค้าน "ยกทั้งมือทั้งตีน แพ้ทุกวัน" ขณะที่อภิสิทธิ์ท้ายิ่งลักษณ์ให้รีบเอาพี่ชายกลับมาจะได้รู้ดีรู้ชั่วกันไปเลย เล็งตั้งเวทีปราศรัยทั่วประเทศ 

หมายเหตุ: เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ [1] และ [2] เผยแพร่คำปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย ซึ่งได้ปราศรัยในเวที "เดินหน้าผ่าความจริง หยุดล้างผิดคนโกง" ที่สวนชมน่าน จ.พิษณุโลก เมื่อ 23 มิถุนายน มีรายละเอียดดังนี้

 

สุเทพ เทือกสุบรรณ

"ผมต้องใช้คำว่าลัทธิแดงเพราะไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร จะเรียกมันว่าคอมมิวนิสต์มันก็ไม่รับ แต่ว่ามันทำเหมือนคอมมิวนิสต์เปี๊ยบเลย มีพรรคการเมือง มีมวลชนจัดตั้ง มีกองกำลังติดอาวุธ เหมือนกับสมัยอดีตที่เราเจอพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย วันนี้เป็นอย่างนั้นครับ แล้วพวกลัทธิแดงนี่ประกาศชัดเจนว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย เขาจะสร้างรัฐไทยใหม่ เขาจะมีประธานาธิบดี แล้วเขาแพลม ๆ มาว่าจะให้ทักษิณเป็นประธานาธิบดี"

 

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ มันเป็นเหตุมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกลัทธิแดงทั้งสิ้น ไอ้พวกนี้แหละครับ ตัวก่อการ ตัวก่อเหตุ เพราะว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมติดคุก ถูกศาลพิพากษาลงโทษลงโทษจำคุก 2 ปี หนีเลย

ทักษิณ อยากจะได้ทรัพย์สินที่ถูกศาลพิพากษายึดเข้ามาเป็นสมบัติของแผ่นดิน เพราะว่าโกงเราไป ร่ำรวยด้วยการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ 46,373 ล้านบาท ยึดเข้าหลวงไปแล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้หมดแล้ว ถ้ามันจะเอาคืนก็ต้องมาเก็บภาษีพี่น้องทั้งหลายคืนให้กับทักษิณ พี่น้องเต็มใจคืนไม๊ครับ ตอบให้ทักษิณได้ยินถึงดูไบหน่อยสิครับว่า คืนหรือไม่คืน

พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย คุณทักษิณเขารอเวลาที่จะกลับมาประเทศไทยแบบเท่ ๆ ไม่ต้องติดคุก แล้วกลับมามีอำนาจในประเทศไทยเหมือนเดิม มาใช้ระบอบทักษิณเหมือนเดิม พี่น้องยอมไม๊ครับ

ในขณะเดียวกันพวกลัทธิแดง ผมต้องใช้คำว่าลัทธิแดงเพราะไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร จะเรียกมันว่าคอมมิวนิสต์มันก็ไม่รับ แต่ว่ามันทำเหมือนคอมมิวนิสต์เปี๊ยบเลย มีพรรคการเมือง มีมวลชนจัดตั้ง มีกองกำลังติดอาวุธ เหมือนกับสมัยอดีตที่เราเจอพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย วันนี้เป็นอย่างนั้นครับ แล้วพวกลัทธิแดงนี่ประกาศชัดเจนว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย เขาจะสร้างรัฐไทยใหม่ เขาจะมีประธานาธิบดี แล้วเขาแพลม ๆ มาว่าจะให้ทักษิณเป็นประธานาธิบดี

เขามีแผนที่จะรวบอำนาจ ทั้งอำนาจฝ่ายบริหาร ทั้งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งอำนาจฝ่ายตุลาการไว้ในกำมือของพวกเขาแต่ฝ่ายเดียว เขาประกาศว่าถ้าเขามีรัฐไทยใหม่เขาจะมีพรรคการเมืองของเขาเพียงพรรคเดียวที่ปกครองบริหารประเทศ พวกลัทธิแดงนี้ครับ ได้ปลุกระดมประชาชนมา 5-6 ปีแล้ว แบ่งแยกชนชั้น แบ่งคนไทยออกเป็น 2 ชั้น ชั้น 1 เรียกว่าไพร่ เช่นไอ้ไพร่ณัฐวุฒิ เช่นไอ้ไพร่จตุพร วันนี้ณัฐวุฒิเปลี่ยนตัวเองจากไพร่ไปเป็นอำมาตย์แล้ว เป็นรัฐมนตรีแล้ว ส่วนจตุพรยังเป็นคางคกไพร่เหมือนเดิม

มันบอกว่า พวกไพร่ทั้งหลายนี้ต้องลุกขึ้นพัง ทำสงครามชนชั้น โค่นล้มอำมาตย์ และเครือข่ายอำมาตย์ เดือดร้อนกันหมดทั่วประเทศไทยพี่น้องครับ พี่น้อง คุณป้า คุณพี่ คุณน้าทั้งหลายถามตัวเองสิครับว่า มีห้องแถวกับเขาห้องนึง ค้าขายอยู่เล็ก ๆ น้อย มีที่นาอยู่ 14-15 ไร่ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มีนโยบายช่วยดูแลแก้ปัญหาให้ ราคาข้าวดีพอลืมตาอ้าปากได้ แล้ววันนี้เป็นไพร่ หรือเป็นอำมาตย์ครับ ไม่มีใครตอบได้ แต่ว่ามันพยายามแบ่งแยกคน พยายามให้ประเทศไทยเรามันแตกแยกกันในหมู่ประชาชน มอมเมา ปลุกระดม บิดเบือนข้อเท็จจริงตลอดเวลา ตอนที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นนายกรัฐมนตรี มันลุกขึ้นอ้างเป็นเหตุว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ โดยไม่ชอบธรรม ทั้ง ๆ ที่ได้มีการแข่งขันกันอย่างเปิดเผยกับคนที่มันส่งลงแข่ง คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พอมันแพ้ มันไม่ยอมรับ ปลุกระดมลุกขึ้นก่อเหตุร้าย ก่อจลาจล เอาอาวุธสงครามมาเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ มาฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาฆ่าเจ้าหน้าที่ทหารกลางกรุงเทพมหานคร พี่น้องได้เห็นภาพในภาพในทีวี กองกำลังคนชุดดำคลุมหัวเป็นไอ้โม่ง พวกกระบวนการลัทธิแดงทั้งสิ้นที่ทำกับเรา แล้วก็เผาบ้านเผาเมือง เผาทั้งในกรุงเทพฯ เผาทั้งต่างจังหวัด ศาลากลาง 4-5 แห่ง วอดวายไปกับน้ำมือของคนพวกนี้ แล้วต้องเอาเงินภาษีอากรของเราทั้งนั้นครับ ที่ไปสร้างศาลากลางใหม่

พี่น้องที่เคารพ ปี 2552 ปี 2553 คนไทยมีความทุกข์ที่สุด กลุ้มใจที่สุด เพราะพวกลัทธิแดงนี้ลุกขึ้นอาละวาด ข่มขู่ คุกคาม เหมือนกับจับเอาคนไทยเป็นตัวประกัน คนกรุงเทพนั้นน่าสงสารที่สุดครับ เพราะว่าเป็นที่ที่เขาก่อเหตุ เดือดร้อนกันแทบแย่

พวกผมได้แก้ปัญหาด้วยความอดทน ด้วยความกลั้น จนกระทั่งคลี่คลายปัญหาได้ บ้านเมืองคืนกลับสู่ความสงบสุข ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังสามารถที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปจนครบเทอม แต่เห็นว่าเพื่อให้บรรยากาศการเมืองมันผ่อนคลาย พอมีความสงบเรียบร้อย พอประมาณแล้ว ท่านนายกฯ ก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

พี่น้องทั้งหลายครับ คนไทยทุกคนก็คิดว่า ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้ว บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย แล้วเป็นไงครับ เลือกตั้งเสร็จเขาชนะเลือกตั้งแล้ว เขาได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่เขาก็ยังไม่หยุด ยังก่อเหตุอยู่ตลอดเวลา ยังข่มขู่คนไทยอยู่ตลอดเวลา ยังข่มขู่ศาล ยังลุกขึ้นมาประท้วงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ยังยกขบวนไปปิดล้อมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ นี่พรุ่งนี้จะมาอีกแล้วครับ เห็นว่าพรุ่งนี้จะซ้อมใหญ่ แล้วก็วันที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไต่สวนเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญที่พวกเขาเสนอเข้าไปนั้น ได้ข่าวว่าเขาจะยกพวกไปล้อมศาลรัฐธรรมนูญ มันอะไรกันครับ ถ้าพวกเขาอยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นรัฐบาลดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ของประชาชนไปสิ มาก่อเหตุวุ่นวายกันทำไม

พวกผมเสียอีกครับ เลือกตั้งแพ้ ทำตัวสงบเรียบร้อย เห็นไม๊ครับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปปักษ์ใต้ ไม่มีมือตบ ตีนตบไปรังควาญเลย แกจะทัวร์ให้สนุกสนานก็เชิญ แกจะเปลี่ยนชุดยังไงผมก็ชอบ เอาไป ไม่ว่า แต่ว่าที่เจ็บใจพี่น้องครับ เมื่อมีเสียงข้างมากในสภา แทนจะระดมสมอง ระดมปัญหาเอาพลังเสียงข้างมากมาช่วยเยียวยาแก้ไขปัญหาประชาชนให้พี่น้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รีบช่วยประชาชนที่เดือดร้อนเพราะของแพง เพราะว่าพืชผลเกษตรราคาต่ำ โน่นครับ พวกที่ปลูกยางพาราสมัยรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ขายยางได้กิโล 170-180 มาสมัยนี้ 80 บาทก็ไม่ถึง ราคาข้าวไม่ต้องพูดถึง เดี๋ยวหมอ (วรงค์ เดชกิจวิกรม) เขาจะมาพูดให้ฟัง เพราะคนนี้ไม่ชำนาญเรื่องแพทย์แล้ว ชำนาญเรื่องข้าว

แทนที่จะทำหน้าที่รัฐบาลที่ดีเหมือนที่ประเทศอื่น ๆ เขาทำกัน มันกลับรีบที่จะมาเขียนกฎหมาย 2 ฉบับ ที่มันจะทำลายชาติอย่างขนานใหญ่ กฎหมายฉบับแรกนี่เขียนขึ้นเพื่อช่วยเหลือให้ทักษิณไม่ต้องติดคุก เขียนเพื่อให้ทักษิณ ได้เงิน 46,373 ล้านบาทคืน เขียนเพื่อให้บรรดาผู้ก่อการที่ฆ่าตำรวจ ฆ่าทหาร เผาบ้านเผาเมือง ไม่ต้องมีความผิดติดแม้แต่นิดเดียว

พี่น้องทั้งหลายครับ แม้คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว เช่นคดียิงวัดพระแก้ว คดีเผาศาลากลางทั้งหลาย ถ้ากฎหมายของพวกนี้ผ่านสภาฯ คราวนี้ คนเหล่านั้นถือว่าไม่มีความผิดหลุดหมดครับ นี่คือเหตุครับพี่น้องครับ ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกันอย่างนี้ ถามเถอะครับทุกประเทศในโลก ใครฆ่าคนตายผิดกฎหมายทั้งสิ้น ใครวางเพลิงเผาทรัพย์ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่มีประเทศไทยของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่พี่ชายแกสั่งว่าให้เขียนกฎหมายพิเศษสำหรับประเทศไทยยุคนี้ ฆ่าคนตายไม่ผิด เผาบ้านเผาเมืองไม่ผิด ยิงวัดพระแก้วไม่ผิด เผาศาลากลางไม่ผิด แล้วเมื่อไหรพ่อมึงจะผิดวะ

พี่น้องที่เคารพครับ แล้วเขาจะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ตามอำเภอใจเขา ไม่ฟังเสียงประชาชนอย่างพวกเราเลย ไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญนี่พี่น้องต้องตามให้ดีครับ หนังมันยาว สิ่งที่เขาจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ผมได้เห็นแพลม ๆ มาแล้วเนี่ยครับ เขาจะเขียนเพื่อรวบอำนาจทั้งหมดในประเทศไทยให้อยู่ในกำมือเขา ผมเรียนกับพี่น้องครับ ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก เขาจะแบ่งแยกอำนาจครับ ฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ คือสภา ฝ่ายตุลาการคือศาล ไม่ขึ้นกันเป็นอิสระ แน่นอนครับ ฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายสภา มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเพราะว่าใครได้สส.มาก ก็มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่ากัน แต่ว่าศาลนี่ต้องเป็นอิสระ เป็นเครื่องค้ำประกันความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกครอบครัว ทุกประเทศเขาทำอย่างนี้

แต่วันนี้ไอ้พวกนี้มันโกรธศาลครับ ศาลปกครองเคยตัดสินว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 เป็นโมฆะ ศาลรัฐธรรมนูญเคยยุบพรรคไทยรักไทย เคยมีคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน ศาลฎีกาตัดสินจำคุกทักษิณ ยึดทรัพย์ทักษิณ มันโกรธศาล มันไม่มองว่ามันทำผิด ถ้ามันไม่โกงเลือกตั้งเขาก็ไม่ยุบพรรคมัน แต่นี่มันโกงเลือกตั้ง เขาก็ต้องยุบ นอกจากยุบแล้วพวกที่สมคบกับมันตั้งแต่กรรมการ กกต. เจ้าหน้าที่ รองหัวหน้าพรรคยศพลเอก ติดคุกเรียบหมด แล้วอย่างนี้จะมาโกรธศาลมันจะถูกที่ไหนครับ แต่คนพวกนี้มันลำพอง มันเชื่อว่าพวกมันมาก มันไม่เกรงใจใคร มันบอกว่าถ้ามันเขียนรัฐธรรมนูญใหม่คราวนี้ ศาลต้องอยู่ในกำมือของมัน เพราะมันจะตั้งประธานศาลฎีกาเอง มันจะตั้งทุกตำแหน่งในศาลเอง

พี่น้องครับ ทีนี้พวกมันทำผิดอะไร ไม่มีวันติดคุก ที่เหลือติดคุกก็คือท่านกับผมเท่านั้น แล้วมันเล่ห์เหลี่ยมมากครับพวกนี้ พี่น้องครับ เวลามันเสนอกฎหมายเพื่อที่จะลบล้างความผิดให้กับตัวเองกับทักษิณ มันเขียนหน้าปกซะสวยเลยครับ บอกว่ากฎหมายปรองดองแห่งชาติ แต่พอไปอ่านเนื้อใน ไม่มีเรื่องปรองดองเลยครับ มีเรื่องไม่ให้พวกมันผิดทั้งสิ้น ลบล้างความผิดของมันทั้งสิ้น

พี่น้องครับ พวกผมพรรคประชาธิปัตย์รู้เท่าทัน พยายามที่จะต่อสู้ในสภา มันก็หลอกล่อสารพัดครับ ชื่อกฎหมายน่ะมันบอกว่าปรองดอง แล้วมันมีอ่อยเหยื่อครับ ว่าที่จะลบล้างความผิดให้เนี่ย จะลบล้างให้อภิสิทธิ์ด้วย จะลบล้างให้สุเทพด้วย ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ก็พูดเพราะ บอก ไม่ต้องมาลบล้างให้กับพวกผม แต่ถ้าสุเทพพูดจะบอกว่า ไม่ต้องมาลบล้างให้กู ! กูพร้อมที่จะสู้คดี เราเป็นคนไทย เราเคารพกฎหมายไทย เราเคารพศาลไทย เราพร้อมที่จะพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม เราจะไม่ทำตัวเป็นคนเหนือกฎหมายอย่างทักษิณ และพวกพ้องของทักษิณเป็นเด็ดขาด ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ถึงพูดแล้วว่า ไม่ต้องมาเผื่อแผ่ถึงพวกผม 2 คน เชิญเลย เอาเลยวันนี้มีอำนาจเป็นรัฐบาลจะฟ้องกี่คดี ก็พร้อมทั้งนั้น ถ้าผมพลาดพลั้งก็ไปส่งข้าวห่อบ้างแล้วกันนะครับ

 

"แหมทีไอ้จ่าประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ลุกขึ้นพูดมันให้พูดยาวเหยียดเลย โอ้ มันน่าเกลียดมาก พี่น้องที่เคารพครับ แล้วเวลายกมือไม่ต้องพูดถึงครับ พวกผมในสภา ฝ่ายค้าน ประชาธิปัตย์มี 160 คน ข้างมันมี 300 กว่า ยกทั้งมือทั้งตีน แพ้ทุกวัน"

 

พี่น้องที่เคารพครับ ว่าที่จริงเนี่ย ถ้าสภาฯ มันมีเหตุมีผลพูดกันด้วยเหตุด้วยผล พูดกันด้วยความจริงเนี่ย ไม่ต้องเดือดร้อนพี่น้องเลย แต่พี่น้องดูการถ่ายทอดการประชุมสภาสิครับ มันไม่ฟังเหตุผลข้างเราเลย วันดีคืนดีท่านอภิสิทธิ์กำลังลุกขึ้นอภิปรายประธานสภาฯ ไม่รู้ฟังคำสั่งมาจากดูไบหรือยังไง บอกพอแล้วพูดเยอะแล้ว ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านพูดมันยังปิดไมค์เลยครับ

แหมทีไอ้จ่าประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ลุกขึ้นพูดมันให้พูดยาวเหยียดเลย โอ้ มันน่าเกลียดมาก พี่น้องที่เคารพครับ แล้วเวลายกมือไม่ต้องพูดถึงครับ พวกผมในสภา ฝ่ายค้าน ประชาธิปัตย์มี 160 คน ข้างมันมี 300 กว่า ยกทั้งมือทั้งตีน แพ้ทุกวัน

พี่น้องที่เคารพ คือถ้าแพ้กฎหมายอื่นผมทนได้ครับ พวกเราทนได้ แต่ว่ากฎหมาย 2 ฉบับนี้ถ้าเกิดเขาชนะ ถ้าเขาเกิดทำสำเร็จ ความหายนะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ต่อไปนี้นานาประเทศไม่มีใครเชื่อระบบนิติบัญญัติของประเทศไทยแล้ว เพราะว่าฝ่ายข้างมากจะเขียนกฎหมายอย่างไรก็ได้ ใครเขาจะมาเชื่อเรา เท่านั้นไม่พอครับ มันจะไม่มีความเป็นธรรมเหลืออยู่ในสังคมประเทศไทย พอพวกเขาชนะได้เสียงมากอะไรที่เคยฉ้อ เคยโกง เคยทุจริต เขียนกฎหมายลบความผิดให้หมด จบ ต่อไปนี้มันก็โกง จนแทะเราเหลือกระดูกเท่านั้นเองพี่น้องครับ ผมเรียนกับพี่น้องกระดูกก็ไม่เหลือคุณป้าบอก ใช่

พี่น้องที่เคารพครับ ฝ่ายค้านอย่างพวกผมยืนยันกับพี่น้องครับว่าในสภาพวกผมจะทำหน้าที่เต็มที่ ไอ้กฎหมายลบล้างความผิดเนี่ย จะสู้กับมันตั้งแต่ชื่อพระราชบัญญัติเลย ชื่อกฎหมายเลย ที่มันเขียนว่ากฎหมายปรองดองนี่ ผมก็จะไปแปรญัตติว่า เป็นกฎหมายช่วยทักษิณและบริวาร แปลมันทุกบรรทัด แต่ว่ายืนยันกับพี่น้องว่า แพ้แน่นอน

อันตรายมากครับ แล้วถ้ามันเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ได้ตามใจมัน รับรองลูกหลานเราหมดสิ้นอิสระภาพ เสรีภาพ วันหนึ่งข้างหน้าลัทธิแดงยึดครองประเทศไทย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ้านเมืองหมด ลูกหลานเราน้ำตาตกครับ มันเคยมีตัวอย่างมาแล้วพี่น้อง ที่ประเทศเยอรมัน ฮิตเลอร์ชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก สส.ในสภาเขียนกฎหมายใหม่ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่มอบอำนาจให้ฮิตเลอร์มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในประเทศเยอรมันวันนั้น ประเทศเยอรมันเจ๊งเลย แล้วเจ๊งเฉพาะเยอรมันไม่พอ โลกเจ๊งไปด้วยครับ เพราะว่าเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เราอย่าให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเลยครับพี่น้องครับ สงสารลูกหลานเรา ผมเรียนเลยครับว่าถ้าพวกนี้สามารถยึดประเทศไทยได้ตามเป้าหมายเขา ประเทศเราก็จะเหมือนเกาหลีเหนือ ประเทศเราก็จะเหมือนคิวบา ไม่มีวันที่ลูกหลานเราจะลืมตาอ้าปากได้ ไม่มีวันที่จะมีสิทธิเสรีภาพอย่างที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เคยมี

พี่น้องครับ นี่คือเหตุผลที่พวกผมจะมาบอกความจริงกับพี่น้องโดยการตั้งเวทีประชาชน ชักชวนพี่น้องว่าอยู่เฉยไม่ได้แล้วครับ พึ่งเฉพาะฝ่ายค้านในสภาไม่พอหรอกครับ วันนี้พี่น้องทั่วประเทศต้องลุกขึ้นมายืนพร้อม ๆ กัน ส่งเสียงพร้อม ๆ กันว่า กูไม่เอา กูไม่เห็นด้วย กูจะสู้กับมึง พี่น้องพร้อมจะสู้กับเขาไม๊ครับ พร้อมที่จะสู้มันไม๊ครับ พวกผมทั้งหลายเหล่านี้ และที่อยู่ในสภาอีกร้อยกว่าชีวิตพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกับพี่น้อง เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์เอาไว้ รักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้เป็นสมบัติตกทอดถึงลูกถึงหลานให้เขามีโอกาสได้เบ่งบานเป็นเสรีชนที่เป็นอิสระไม่อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการยุคใหม่ที่พวกนี้กำลังพยายามจะทำ

พี่น้องครับ ผมขอกราบฝากเรื่องนี้ไว้ให้เป็นภาระของพี่น้องทั้งหลาย และเราจะร่วมมือกันต่อสู้ เพื่อต่อต้านกฎหมายที่จะทำลายชาติทั้ง 2 ฉบับนี้ด้วยกัน เราจะเคียงข้างกันตลอดไป ขอบคุณครับพี่น้องครับ สวัสดีครับ

 

000

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พี่น้องที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งนะครับที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มาพบปะกับพี่น้องเพื่อเอาความจริงเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเผชิญกับบ้านเมืองของเรา และอนาคตของลูกหลานเรามาบอกเล่าให้แก่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ รับทราบ

ที่ผมบอกว่า วันนี้สำคัญก็เพราะว่าแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีที่คุณสุเทพเรียกว่าโรงเรียนการเมือง หรือการสานเสวนามามากพอสมควรในหลายภูมิภาค แต่การตั้งเวทีผ่าความจริงฯ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบเกี่ยวกับอันตรายของการทำงานของรัฐบาลใน 2 เรื่องหลัก คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะนำไปสู่การรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ กับการคิดที่จะออกกฎหมายล้างผิด นิรโทษกรรมให้ผ่านสภา และให้พรรคพวกให้คุณทักษิณนั้นพ้นผิด เราได้จัดเวทีแบบนี้มาเพียง 3 ครั้ง ทั้ง 3 ครั้งเริ่มตั้งแต่ลานคนเมือง ไปที่วงเวียนใหญ่ แล้วก็ไปที่มีนบุรีเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว อยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น จนกระทั่งเรามาพูดคุยกันบอกว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเอาความจริงเหล่านี้มาเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาคอื่น ๆ ได้รับรู้ รับทราบ ในที่สุดเราก็ตกลงครับว่า ต่อจากนี้ไปทุกวันเสาร์ เราก็จะสัญจรออกไปในจังหวัดต่าง ๆ ภูมิภาคต่าง ๆ แต่วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เราออกมานอกกรุงเทพมหานคร มาที่นี่ครับ ที่จังหวัดพิษณุโลก ของพี่น้องที่นี่

อุตส่าห์มาถึงนี่ยังต่อว่าเลยนะ ต่อว่าว่าทำไมไม่เอารังสิมามาด้วย ไม่เอามา กลัวมาแย่งเก้าอี้ผม พี่น้องครับ มาครั้งแรกที่ต่างจังหวัดมาที่นี่ แล้วก็จะเดินสายต่อ แต่ผมทราบว่าวันนี้ที่มาที่นี่ไม่ได้มาจากพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดพิษณุโลกเท่านั้น หลายจังหวัดใกล้เคียงก็มาใช่ไม๊ครับ สุโขทัยก็มา เมื่อสักครู่ก็มีกำแพงเพชร อุตรดิตถ์ หลายต่อหลายจังหวัดนะครับที่ใกล้เคียง พิจิตร มากันเยอะแยะไปหมดครับ ส่งเสียงดัง ๆ หน่อยครับ

ส.ส. ก็มาจากหลายจังหวัดนี่ไล่เรียงกันมาเลยนั่น กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย นครศรีธรรมราช อุทัยธานี นครสวรรค์ แต่วันนี้ที่มาไกลที่สุดคือผม เพราะว่าก่อนที่พรรคจะตกลงว่าจะมาจัดเวทีที่นี่ ผมไปรับงานเป็นประธานยกช่อฟ้าที่พัทลุง เพราะฉะนั้นเมื่อเช้าผมตื่นตั้งแต่ตี 4 ขึ้นเครื่องบินรีบไปเลยครับ 6 โมงเช้าเที่ยวแรก ไปหาดใหญ่ นั่งรถไปพัทลุงไปยกช่อฟ้า 1 วัด ไปฉลองอุโบสถอีก 1 วัด ที่พัทลุง แล้วก็รีบกลับมาขึ้นเครื่องที่หาดใหญ่ เพื่อบินมาลงสุวรรณภูมิ แล้วก็เปลี่ยนเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปลงสุโขทัยเพราะไม่มีเครื่องมาพิษณุโลกแล้ว แล้วก็เดินทางมาที่นี่ ที่พูดจะบอกก็คือว่า ไม่รักกันจริง ไม่มานะครับวันนี้

แต่ว่าจำได้ว่า ประชาธิปัตย์มาตั้งเวทีตรงนี้ทุกครั้ง คึกคักทุกครั้งพี่น้องประชาชนมาแล้วก็มาให้กำลังใจ มาให้การสนับสนุน สนอกสนใจในสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้บอกกล่าวให้พี่น้องฟัง พอเครื่องลงสุโขทัย เขาก็บอกว่าฝนตกหนัก แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่มีใครหนี แล้วพอผมมาถึง ฝนก็หยุด แล้วจะตกหนักอีกทีวันที่เสื้อแดงมาที่นี่ เพราะว่าเกิดขึ้นแล้วที่มีนบุรี ของเรานั้นซ้อมใหญ่เฉย ๆ ตอนไปปราศรัย ฟ้าซ้อมใหญ่ฝนตกลงมาบ้าง คือไม่ตกไม่ได้เดี๋ยวถูกว่า สองมาตรฐาน แต่ตกมาพอให้เห็นแล้วก็พอวันรุ่งขึ้นเขาไปก็ตกหนัก เสียอย่างเดียว พอฝนตกหนักปรากฎว่านายจตุพรเลยไปอ้างศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จะต้องเป็นจำเลยในคดีที่ผมฟ้องอ้างว่าฝนตกหนักเป็นหวัด ศาลก็ใจดี๊ ใจดีเชื่อมัน ปรากฎว่ายอมเลื่อนคดีให้ เย็นวันนั้นมันไปขึ้นเวทีปราศรัยอีก หวัดมันหายเร็วจังเลยนะ ไม่รู้คนหรือคางคกเป็นหวัดแล้วหายเร็ว

พี่น้องครับ วันนี้ยังต้องมาย้ำหลายสิ่งหลายอย่างคือตอนแรก เขากลัวว่าตั้งเวทีกรุงเทพฯ ตั้งเวทีวงเวียนใหญ่ ที่นั่นที่นี่ คนที่อื่นอาจจะไม่รู้ แต่เดี๋ยวนี้ปรากฎว่าพอมีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ คือบลูสกาย กับทีวีดี ถ่ายทอดแล้วทีนิวส์ ถ่ายทอดการปราศรัยทราบว่าพี่น้องให้ความสนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง ผมเลยคงไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ ๆ ในสิ่งที่พูดมาแล้ว 3 เวที แต่ต้องขยายความบางเรื่อง และต้องมาเล่าให้ฟังว่า การต่อสู้ในเรื่องนี้แม้สภาปิดสมัยประชุมไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่เรายังวางใจไม่ได้ และมันมีกระบวนการหลายสิ่งหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ผมกราบเรียนพี่น้องครับ อาทิตย์ที่แล้วตอนที่ไปมีนบุรี การปราศรัยก็ให้ความรู้เรื่องกฎหมาย เรื่องรัฐธรรมนูญ ก็เรียบร้อยดีทุกประการ บังเอิญคนจัดเวทีชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณหงุดหงิด หงุดหงิดเพราะว่าขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย ที่ต้องขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้ายเพราะว่าผมยื่นคำขาดว่าถ้าให้ผมพูดเป็นคนสุดท้ายอีก ผมไม่ไปแล้ว ยืนหงุดหงิด ๆ 4 ทุ่มยังไม่ได้ขึ้นเวที รู้ว่า 5 ทุ่มคนจะรีบไปดูบอล 4 ทุ่ม 5 นาทียังไม่พูด 4 ทุ่ม 10 นาที ยังไม่ได้พูด พอขึ้นเวทีปั๊บ พิธีกรส่งกระดาษขึ้นมา อย่าพูดนาน คนจะกลับไปดูบอล คุณสุเทพ ก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ก็เลยเอาให้คุ้มเลยครับ พูดไป 8 นาที แต่เป็นพาดหัวข่าวใหญ่ไปอีก 1 อาทิตย์ เพราะเอาความจริงมาเปิดเผย มาแฉว่า หลายเรื่องที่ทักษิณ ที่แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่แกนนำเสื้อแดงพูดเสมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเป็นเรื่องของความคิด เป็นเรื่องของอุดมการณ์ เป็นเรื่องของประชาธิปไตย แท้ที่จริงไม่ใช่

คุณสุเทพเปิดเผยความจริงเพียงแค่ว่าคุณทักษิณนั้น พยายามทุกวิถีทางเพื่อไปสู่เป้าหมายที่หลายคนบนเวทีนี้พูดไปแล้วก็คือว่า ขอให้ตัวเองไม่ติดคุก แล้วถ้าไม่ติดคุกแล้ว ก็จะได้คิดเอาเงิน 46,000 ล้านไปเป็นของตัวเองอีก และถ้าได้เงินคืนแล้วก็ค่อยคิดถึงเรื่องของการที่จะมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเล่นการเมือง แล้วก็คงมีเป้าหมายเบื้องต้นเป็นนายกรัฐมนตรี

แล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ถ้าไปถึงจุดนั้นแล้วจากเดิมที่บอกว่า เคยสำนึกผิดในบางเรื่อง วันนี้ก็หลุดออกมาแล้วเพิ่งไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศบอก ถ้ากลับมาเป็นนายกฯ นั้นจะทำทุกอย่างเหมือนเดิม

ทำเหมือนเดิม ก็คุก อีกสิครับ พี่ !

เพราะประเทศไทยยอมอย่างนั้นไม่ได้ คุณสุเทพก็เลยเปิดเผยให้ทราบว่า ในขณะที่จะยื่นกฎหมาย ในขณะที่มีการปลุกระดมมวลชน ก็ยังมีความพยายามในการหาวิธีการอื่นอีก เช่น ส่งคนมาทาบทามให้ไปเจรจาให้พรรคประชาธิปัตย์ไปเจรจา ผมยืนยันว่า คุณสุเทพไม่พูดเท็จหรอกครับ เพราะถ้าคุณสุเทพพูดเฉพาะที่มีนบุรี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ ผมคงต้องสงสัยเหมือนกันว่าอยู่ดี ๆ เอาอะไรมาพูด แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่า คุณสุเทพเล่าให้ผมฟังถึงความพยายามในการติดต่อในเรื่องเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญก็คือว่า ไม่ใช่คุณสุเทพคนเดียวครับ มีคนอื่น ๆ ที่อยู่ในพรรค ที่ใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยมารายงานให้ผมทราบถึงแนวคิดที่จะมีการเจรจาแบบเดียวกับที่คุณสุเทพเล่าให้ผมฟัง

ฉะนั้นผมจึงกล้าพูดได้ว่า ไม่ใช่คุณสุเทพหงุดหงิดนึกสนุก กุเรื่องเล่น ๆ ขึ้นมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพราะคุณสุเทพก็ไม่มีนิสัยอย่างนั้น แต่เป็นเรื่องที่ผมรับรู้รับทราบ มีการรายงาน และเล่าให้ฟังก็ได้ครับ ถึงขั้นที่ว่า ผมเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคมาประชุม เพราะผมเกรงว่าถ้ามีการติดต่ออย่างนี้มาก ๆ เข้า เดี๋ยวคนในพรรคสับสน หวาดระแวงว่าเอ๊ะ ทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค คนนั้นคนนี้มีการไปพูดคุยกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย กับฝ่ายคุณทักษิณ จะไขว้เขวไปหรือไม่ในแนวทางต่าง ๆ แล้วในที่สุดพอประชุมกันก็เป็นเสียงเอกฉันท์ครับว่า ใครจะมาติดต่ออย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจุดยืนชัดเจนครับว่า ไม่ประสงค์ที่จะเข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แต่พร้อมเป็นฝ่ายค้านต่อสู้เคียงข้างพี่น้องประชาชนเพื่อความถูกต้อง

แล้วที่คุณสุเทพ อ.แก้วสรร คุณสำราญ พูดก่อนหน้านี้ บางทีก็มาเจรจา พูดจาแบบไพเราะอ่อนหวาน มาร่วมกันเถอะ บ้านเมืองจะได้สงบ แต่บางทีก็ใช้วิธีข่มขู่ ข่มขู่ว่าคดีเหตุการณ์ปี 53 กำลังมีการไต่สวนในศาลเดี๋ยวจะเดือดร้อนมาถึงผม เดือดร้อนมาถึงคุณสุเทพ ก็นิรโทษกรรมทุกฝ่ายเลิกแล้วกันไป ผมก็ตอบมาทุกครั้งครับ ทำไปเถอะครับ ตามกระบวนการยุติธรรม พี่น้องสูญเสียชีวิต มีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ ไต่สวนตามกระบวนการของกฎหมาย พวกผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมทุกประการ

เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยหลายคนออกมาโวยวาย โวยวายพวกที่โวยวายบอก ไม่อยากร่วมรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ไม่ว่ากันครับ ผมก็ไม่ได้อยากร่วมกับคุณ

แต่ผมไม่ร่วมกับคุณ ผมก็ต่อสู้ตามวิถีทางของสังคมที่เจริญแล้ว ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ปลุกระดม ไม่ไปจลาจล ไม่ไปเผาบ้านเผาเมือง เมื่อคุณไม่อยากร่วมกับผม ผมไม่อยากร่วมกับคุณ เรื่องก็น่าจะจบ แต่มันก็ดิ้นรนกันนักหนานะครับ ให้ข่าวว่าไม่ได้ นายสุเทพต้องเปิดเผยชื่อ เป็นใคร ผมจำไม่ได้ 2 หญิง 1 ชาย เป็นใครต้องบอกมา ไม่บอกแปลว่าโกหก ท้าไปสาบาน ท้าไปสาบาน ผมก็แปลกใจ ผมเห็นจตุพร ณัฐวุฒิ ก่อแก้ว ทักษิณ ใครต่อใคร พูดจาเหลวไหลมาไม่รู้กี่เรื่อง เอ่ยชื่อก็ไม่เอ่ย ว่าเป็นใครมาล้มล้างรัฐบาลบ้าง จะปฏิวัติบ้าง กดขี่พี่น้องประชาชนบ้าง เรียกว่าอำมาตย์บ้าง เรียกว่าบุคคลผู้มีอิทธิพลเหนือ นอกรัฐธรรมนูญบ้าง ไม่เห็นมันเคยเปิดเผยชื่อสักครั้งนึงเลยครับ

แล้วทำไมไม่ไปสาบานบ้างล่ะ ว่าพูดจริงหรือไม่จริง สุดท้ายเขาก็ท้าคุณสุเทพไปสาบาน คุณสุเทพก็ไม่ไปนะ ที่ไม่ไปเนี่ย มาอธิบายกับผม เหตุผลฟังขึ้น คือเดี๋ยวนี้อากาศแปรปรวน กลัวฟ้าไม่แม่น เคยเจอพวกเหลวไหลใจร้อนไปหน่อย ผ่าตู้ม แต่เกิดการคลาดเคลื่อนเล็กน้อยมาโดยฝ่ายเรา ก็เลยไม่ไป ไม่ไปก็ไม่แปลกนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ผมจำได้เรื่องสาบานเนี่ย ยุคไหนแต่ไหนแต่ไร ชอบมีอย่างนี้ครับ สาบานกันในสภา อะไรต่าง ๆ แต่ผมก็จำได้เหมือนกันนะครับว่าที่เขาจัดจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวเลย ผมจำได้ก็คือเมื่อปี 50 ตอนเลือกตั้ง กกต.เนี่ยเชิญพรรคการเมือง และสส. หรือผู้สมัคร สส. ระบบสัดส่วน และคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในกทม. ไปสาบานว่าจะไม่ซื้อเสียง ปรากฎว่าพวกผมไปกันครบครับ แต่ฝั่งนู้น บางคนไม่ไป เช่นเอาคนเดียวพอ เฉลิม อยู่บำรุง ไม่ไป

ที่จริง จตุพร ก็ไม่ไป ใครก็ไม่ไปครับ ไอ้อย่างนั้นสิครับ มีการจัดเป็นเรื่องเป็นราวเป็นพิธี ผมไม่ได้ว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่เราแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่นี่ผมไม่รู้สาบานกันเรื่องอะไร แล้วอยู่ดี ๆ ก็เลยมีการไปฝ่ายเดียว ไอ้คนที่ไปก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ไม่รู้จะไปสาบานอะไร เลยมาสาบานแทนนายสุเทพ คือชินกับระบบนอมินี ก็เลยบอกไปแทนนายสุเทพ ผมก็ถาม เอ๊ะ เขาไปทำอะไร เขาบอกไปพูดว่า ถ้านายสุเทพพูดไม่จริงขอให้พรรคเขาเจริญ มันสาบานแบบไหนวะ ถ้าสาบานมันต้องไปพูดเช่นว่า ถ้าพวกผมที่มาสาบานไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเนี่ย ขอให้ฉลาดเท่าเดิมไปทุกชาติ

อย่างนี้แหละครับ ถึงจะเป็นการสาบาน ผมไม่รู้ว่าจะกล้าไม๊ครับ หรือกลัวฉลาดเท่าเดิม ผมจึงบอกพี่น้องว่า วันนี้ต้องชัดเจนว่าเรื่องราวทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ พรุ่งนี้ที่บอกจะซ้อมใหญ่ก็จะอ้างเป็นเรื่องอุดมการณ์ อิงกับว่าวันพรุ่งนี้ 24 มิถุนา ครบรอบเปลี่ยนแปลงการปกครอง 80 ปี จะจัดเวทีใหญ่จัดไป ผมไม่รู้ว่าจะไปปลุกระดมอะไรอีกนะครับ แต่ถ้ามาตรฐานเหมือนกับที่จัดที่ดอนเมืองเมื่อวานนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าว่า 80 ปี ผ่านไปนักการเมืองไทยบางพวก ถอยหลัง แย่กว่าเดิม เพราะไม่มียุคไหนหยาบคาย ไร้สาระแบบนั้นครับ

แต่ว่าถ้าอยากฟังของดี ๆ แหมบังเอิญตั๋วหมดแล้ว ไม่กล้าโฆษณา พรุ่งนี้ท่านนายกฯ ชวน กับผมก็จะไปจัดกิจกรรมที่จะพูดจากับพี่น้องซึ่งกรุณาซื้อตั๋วไปแล้วก็จะเอารายได้ที่หักรายจ่ายแล้วมอบให้กับสภากาชาด ก็จะได้เหลียวหลัง แลหน้าประชาธิปไตยไทย ว่ากันด้วยเหตุผล ว่ากันด้วยหลักการ ว่าด้วยเนื้อหาสาระที่เราคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาการเมืองของเรา

แต่วันนี้ที่มาตั้งเวทีตรงนี้ก็ต้องย้ำอีกครั้งครับ 2 เรื่องหลักของเรายังไม่จบ เรื่องแรก เรื่องรัฐธรรมนูญ ปิดสมัยประชุมไปขณะนี้ศาลก็กำลังจะมีการไต่สวน พิจารณาเพราะมีคนไปร้องว่า การพยายามที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญด้วยการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291 หรือจะเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่น ๆ ในสังคมนั้นเข้าข่ายตามมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งแทนที่เราจะได้ยินพรรคเพื่อไทยผู้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญออกมาพยายามอธิบายถึงเหตุ ถึงผลต่าง ๆ เรากลับได้ยินการไปตั้งเวทีขู่ศาลรัฐธรรมนูญ แกนนำเสื้อแดงพยายามจะบอกว่าศาลต้องตัดสินให้ดีนะ ไม่งั้นบ้านเมืองจะมีปัญหา เขาไปตั้งเวทีที่มีนบุรีเขาบอกว่า ถ้าศาลตัดสินไม่ดี ไม่ดีของเขาคือไม่ถูกใจ เขาก็จะมายึดกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง

พี่น้องยอมรับได้ไหมครับ วิธีการแบบนี้ ท่านประธานศาลเมื่อวานถึงกับเอ่ยปากออกมาว่า ด้วยประสบการณ์ของท่านในวงการตุลาการ คดีนี้เป็นคดีที่แปลกมาก จำเลยไม่คิดต่อสู้โจทก์ จำเลยคิดต่อสู้ศาล

เราจะเอาระบบอย่างนี้เหรอครับ ถ้าเราปล่อยระบบอย่างนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะไม่มีทางได้รับความยุติธรรมในสังคม กลายเป็นใครเสียงดัง ใครพวกมาก ใครมีอำนาจก็สามารถข่มขู่คุกคาม ผิดก็เป็นถูก ถูกก็เป็นผิดได้ ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนยอมอย่างนั้นได้ สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี เลือกตั้งมาจากคนทั้งประเทศโดยตรง ยังต้องอยู่ภายใต้ศาลสูงสุด ที่สามารถชี้ได้ว่าการกระทำการออกกฎหมายนั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เขาไม่มาบอกหรอกครับว่ามีเสียงมากี่ล้านเสียง ผู้พิพากษากี่คนจะมาใหญ่กว่า เพราะเขารู้ว่า มันมีการแบ่งแยกอำนาจ ถ่วงดุล ตรวจสอบ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทุกคนเป็นเจ้าของประเทศจริง ๆ ไม่ใช่ระบบพวกมากลากไป หรือพวกมากทำอะไรก็ได้

 

"ความจริงพวกเรา ส.ส. ในพื้นที่ คุณสุเทพ และแม้กระทั่งอดีตนายกฯ ชวนนะครับ ขึ้นอภิปรายแนะนำในเรื่องกฎหมายการยางซึ่งรัฐบาลที่แล้วจะผ่านสภาอยู่แล้ว ยุบสภา นึกว่ารัฐบาลนี้ใครเข้ามาจะทำต่อ กลับไปเริ่มต้นใหม่ สอนเท่าไหร่แกไม่ฟังครับ แกนึกว่าแกเก่ง เพราะแกมีประสบการณ์เรื่องขนยางมาเผา"

 

พี่น้องที่เคารพครับ ดังนั้นเรื่องรัฐธรรมนูญนี้จึงยังเป็นปมที่พวกเราทุกคนต้องเป็นกำลังใจให้ศาลนั้นดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ท่านจะวินิจฉัยอย่างไร ถูกใจหรือไม่ถูกใจ เราต้องยอมรับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหลายเรื่องไม่ถูกใจประชาธิปัตย์มาแล้ว แต่เราก็ยอมรับเพราะเราต้องรักษาระบบ และเห็นว่าระบบสำคัญกว่าตัวเรา ถูกต้องใช่ไหมครับ พี่น้องครับ ถ้าเรารักษาแนวทางอย่างนี้ให้กำลังใจตุลาการ งานต่าง ๆ ของบ้านเมืองมันก็จะเดินได้ ไม่ใช่ตัดสินไม่ถูกใจปั๊บ ก็ปลุกระดม เอาคนมา มาใช้การข่มขู่คุกคามมีความรุนแรง และเดี๋ยวนี้หนักข้อว่า ยังไม่ทันตัดสิน ก็คิดจะไปล้อมไปข่มขู่ ต่อไปถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ ไม่ต้องดูกฎหมายกันแล้ว ใครผิดใครถูกก็ทุกคนก็ดูเอาก็แล้วกันว่า กลัวใคร หรือไม่กลัวใคร ผมว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เรื่องรัฐธรรมนูญก็ต้องว่ากันต่อไป

อาทิตย์ที่ผ่านมาผมยังโดนพาดพิงจาก คุณจาตุรนต์ ฉายแสง เอ้าเอ่ยชื่อก็ได้ เขาบอกว่านายอภิสิทธิ์นี่ไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภาจริง ถ้าเชื่อมั่นระบบรัฐสภาจริงทำไมไม่สนับสนุนให้สภาสู้กับศาลรัฐธรรมนูญ เขาพยายามยุว่าสภาต้องลงมติไปเลย ไม่ต้องฟังคำสั่งศาล คำสั่งศาลไม่ผูกพันสภา เขาบอกนั่นแหละเป็นการปกป้องสภา รักษาเกียรติยศของสภา

ผมไปออกรายการโทรทัศน์ บังเอิญอาทิตย์ก่อนเขาเชิญคุณจาตุรนต์ ผู้ดำเนินรายการก็เลยถามผมบอกว่า คุณจาตุรนต์ถามผมอย่างนี้ ผมว่าอย่างไร ผมก็บอก ผมและพรรคประชาธิปัตย์รักสภา ปกป้องสภา และหวงแหนอำนาจของสภา แต่แนวคิดของคุณจาตุรนต์ที่บอกรักสถาบันสภา จะให้สภาไปสู้กับศาล ไม่ต่างจากนักเลงอาชีวะ ที่ไปไล่ตีสถาบันอื่นแล้วอ้างว่านั่นคือการปกป้องสถาบันตนเอง

ไม่ใช่ครับ ถ้าเรารักสถาบันของเรา เราต้องรู้ว่าขอบเขตอำนาจของเราอยู่ตรงไหน อะไรควร อะไรไม่ควร การรักษาสภาไม่ให้ไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งผมว่าที่ทำอยู่ตอนนี้ถูกต้อง คือไม่ว่าจะคิดว่าคำสั่งศาล ถูกไม่ถูก ผูกพัน ไม่ผูกพัน จะเป็นอะไรไปล่ะครับ ที่จะรอให้ศาลเขาไต่สวนให้เรียบร้อยวินิจฉัยให้เรียบร้อย ถ้ามั่นใจว่าถูกต้องศาลเขาบอกว่ารัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไปได้ ก็รอไปอีกซักอย่างมากก็เดือน 2 เดือน แล้วก็ลงมติกัน จะเป็นอะไรไปครับ ใครรอไม่ได้ จะรีบไปตายที่ไหนล่ะครับ

ผมจึงบอกว่า ที่เราต้องให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งนั้น ผมไม่ได้บอกว่าเราบอกว่าใครถูกใครผิด แต่เราต้องการให้สังคมมีการยับยั้งชั่งใจ เมื่อมีระบบการแบ่งแยกอำนาจ ถ่วงดุลอำนาจ เคารพซึ่งกันและกัน แล้วจะทำให้บ้านเมืองมีความสมดุลแล้วเดินต่อไปได้ นั่นเรื่องรัฐธรรมนูญ

ถัดมาก็เรื่องกฎหมายล้างผิด 4 ฉบับที่ว่า ที่เล่ากันมาหลายครั้งแล้วละครับว่า ตกลงอะไรก็ไม่ผิดทั้งนั้น เผาบ้านเผาเมือง จะศูนย์การค้า ศาลากลาง ไม่ผิด เอาเงินงบประมาณต้องไปซ่อมแซมเยียวยา ไม่รู้กี่พันล้าน ก็จะสูญเปล่าไปไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ มีการฆ่า มีการเอากำลังมา มีการปาระเบิด มีการยิง M79 ยิง RPG ก็ไม่ต้องรับผิด อย่างนี้คือสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายที่เขาเรียกว่าเป็นกฎหมายปรองดอง แล้วก็พ่วงแถมเข้าไปครับ ขาดไม่ได้ตกหล่นไม่ได้ เรื่องของนายใหญ่ นอกจากบรรดาความผิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมขัดแย้งทางการเมือง ขอพ่วงพวกที่ถูกศาลลงโทษในคดีทุจริต ที่เริ่มต้นมาจากการทำงานของ คตส. ก็คนได้ประโยชน์สูงสุดก็ไม่ใช่ใครหรอกครับ ก็ทักษิณ

ใครที่ยังคิดว่าจำเป็นต้องทำอย่างนี้ เพราะทักษิณถูกกลั่นแกล้ง เพราะคตส. ศาลไม่ให้ความยุติธรรม ผมว่าฟังอ.แก้วสรรแล้วต้องเข้าใจ เอาข้อเท็จจริงมาหักล้างสิ่งที่ อ.แก้วสรร พูดสิครับ อย่าไปเพียงพูดลอย ๆ ว่า ตั้งคนมีอคติ สอบสวนแล้วก็กลั่นแกล้งทักษิณ กลั่นแกล้งครอบครัว ต้องคืนความยุติธรรม หลังสุดนี่เลขาของประธานสภาบอก ต้องเยียวยาให้คุณทักษิณเขาน่าสงสารมาก ที่ถูกกระทำแบบนี้

ที่นี่ไม่ค่อย ผมนึกว่าคนที่นี่ใจอ่อนนะ ขอ 46,000 ล้านก็ไม่ให้ ขอไม่ติดคุกก็ไม่ให้ ผมเรียนตรง ๆ ละครับ ตอบแทนพี่น้องมันไม่ใช่เรื่องใจอ่อน ใจแข็ง มันไม่ใช่เรื่องทักษิณ หรือไม่ทักษิณครับ มันเป็นเรื่องหลักการความถูกต้องของบ้านเมือง ใครทำแบบทักษิณก็ต้องรับผลการกระทำตามกฎหมายไทย มาตรฐานเดียวกันทุกคน

พี่น้องก็ยังจำเป็นจะต้องช่วยกันเล่าให้ฟัง บอกกันต่อ ๆ ไปครับ เพราะไม่งั้นกระบวนการของการบิดเบือน ของการสร้างกระแสก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่าจะต้องมาลบล้างความผิดเพราะทักษิณถูกกลั่นแกล้ง ผมไม่ย้ำแล้วนะครับเพราะว่า ข้อสังเกตของผมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ขึ้นไปที่ศาลว่า ไม่ใช่ คตส. นะ มีเรื่องอัยการกลั่นกรองแล้ว ทักษิณก็กลับมากราบแผ่นดินเข้าไปต่อสู้คดีในศาลแล้ว อุตส่าห์มีถุงขนม 2 ล้านก็แล้ว แล้วศาลก็อุตส่าห์ยกฟ้องไป 2 ข้อหา ยกฟ้องคุณหญิงพจมานก็แล้ว ครอบครัวคุณทักษิณก็เอาประโยชน์จากคำพิพากษาไม่ต้องเสียภาษีไปเป็นร้อยล้านแล้ว ยังจะมาบอกได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้ง

แต่ความพยายามตรงนี้ไม่จบครับ ขณะนี้เขารอสภาเปิดมาในวันที่ 1 สิงหาคม ถ้าการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปตามปกติ นั่นหมายความว่าเรื่องแรกที่จะต้องพิจารณากันในการประชุมครั้งแรกของสภาผู้แทนราษฎร ก็คือกฎหมาย 4 ฉบับนี้ครับ เพราะเขาเลื่อนขึ้นมาจ่อเอาไว้ กลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ในการทำงานของรัฐบาล เป็นไปได้ยังไงครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ที่วันนี้คุณสุเทพบอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้มาไล่รัฐบาล ไม่ได้มาไล่คุณยิ่งลักษณ์ ถ้าจะไล่คือไล่ให้ไปทำงานให้ประชาชนสักทีครับ อย่ามัวทำอย่างอื่นอยู่

ผมไปใต้เขาก็บ่นอย่างที่คุณสุเทพเล่าให้ฟัง ตอนประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลพ้นจากตำแหน่งมา ยาง 180 บาท วันนี้ผ่านไป 1 ปี เลข 1 หายไปเฉย ๆ ยางเหลือ 80 บาท แล้วดูสิครับ นายกฯ ก็ทำร้ายจิตใจประชาชนคนใต้เหลือเกิน เอาใครไปรับผิดชอบงานแก้ไขปัญหายางพารา ทราบไหมครับ

กรุณาอย่าเรียกไอ้นะครับ เป็นอำมาตย์แล้ว สรุปสั้น ๆ คือเอาคนใต้ที่คนใต้ไม่เอา ไปแก้ปัญหาให้คนใต้ แล้วก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว พรรคประชาธิปัตย์พยายามเสนอว่าต้องแก้ 1-2-3-4-5 ไม่ฟังทั้งนั้น เพราะความจริงพวกเรา ส.ส. ในพื้นที่ คุณสุเทพ และแม้กระทั่งอดีตนายกฯ ชวนนะครับ ขึ้นอภิปรายแนะนำในเรื่องกฎหมายการยางซึ่งรัฐบาลที่แล้วจะผ่านสภาอยู่แล้ว ยุบสภา นึกว่ารัฐบาลนี้ใครเข้ามาจะทำต่อ กลับไปเริ่มต้นใหม่ สอนเท่าไหร่แกไม่ฟังครับ แกนึกว่าแกเก่ง เพราะแกมีประสบการณ์เรื่องขนยางมาเผา

ซึ่งพวกเราไม่เคยทำ เราเลยไม่รู้ แต่วันนี้ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาหนักอก หนักใจ เดือดร้อนไป สำหรับพี่น้องที่ปลูกยางพารา ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะภาคใต้ ภาคตะวันออกก็มี ภาคอีสานก็มี ภาคเหนือก็มี ภาคกลางก็มี พิษณุโลกก็มี นี่ยังไม่นับเรื่องข้าว เรื่องมัน ทำกันจนชนิดที่เรียกว่าพวกเราติดตามตรวจสอบ เหนื่อยมากกับเรื่องนี้ ผมก็บังเอิญไปตั้งคุณหมอวรงค์ (เดชกิจวิกรม) อยู่นู้น ๆ บังเอิญไปตั้งเป็นรัฐมนตรีเงากระทรวงพาณิชย์ เหนื่อยมากครับ ต้องคอยไปติดตาม ลานมัน โรงสี พี่น้องเกษตรกร ถ่ายคลิป ถ่ายวิดีโอ ตั้งกระทู้ถามให้รัฐบาลเข้าใจ ผมจะเตือนว่าต่อไปนี้ใครจะคลอดลูกอย่าไปหาหมอวรงค์ ลืมหมดแล้ว แต่ใครปลูกข้าว ใครปลูกมัน ใครเป็นเกษตรกร เรียกใช้ได้ตลอดเวลา เดี๋ยวนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ

รัฐบาลก็ต้องไปทำเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่มามั่วแก้ปัญหาให้กับพี่ชาย ให้กับนายใหญ่ นี่เรื่องแค่เรื่องเดียวนะครับ เรื่องพืชผลทางการเกษตร ซึ่งขณะนี้แก้ไม่เป็นจนกระทั่งโครงการก็ทุจริต คอร์รัปชั่นมาก ปปช. ก็ทำจดหมายเตือน ผู้ส่งออกก็กำลังเตือนว่าทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ข้าวไทยเสียแชมป์ในตลาดโลกแน่ ปัญหานี้ เป็นปัญหาใหญ่

ฝนตกตอนนี้ผมไปที่ไหน เจอพี่น้องประชาชนก็ถามอย่างเดียวว่า ปีนี้น้ำจะท่วมอีกไหม ผมก็บอกว่า ผมฟังไม่ถนัด ตกลงเอาอยู่หรือไม่อยู่ เอ้า ใครเอาอยู่ ใครว่าเอาไม่อยู่ ส่งเสียงหน่อยซิ ใจเย็น ๆ หนู ผมแนะนำว่า อย่าไปร้องเรียนกับรัฐบาลเลย ทำได้อย่างเดียวคือร้องเรียนต่อฟ้ากับฝนครับ ภาวนาว่าอย่าตกหนักมากเหมือนปีที่แล้ว เพราะ 1 ปีผ่านไป ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมเลยว่า จะบริหารจัดการต่างจากปีที่แล้วอย่างไร ใครมาจากบางระกำบ้างเนี่ย จำบางระกำโมเดลได้ไม๊ ผมอธิบายหน่อยนะฮะ เดี๋ยวคนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจภาษาอังกฤษดีไป โมเดลที่นี่แปลว่าแบบจำลอง ไม่ได้แปลว่านายแบบนะครับ ที่บอกว่าเป็นบางระกำโมเดล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ แล้วทัวร์รอบ 2 ก็รู้สึกว่าพยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปพื้นที่ที่ยังคงเป็นปัญหา ผมจึงบอกไม่หรอกครับ ไม่มาไล่รัฐบาล แต่จะไล่ให้ไปทำงานแก้ปัญหาเหล่านี้ หยุดสนอกสนใจแต่เรื่องของพวกพ้องของตัวเอง

 

"วันนี้ถึงเวลาต้องพิสูจน์ครับ เพราะถูกกดดันอย่างมากจากพี่ชายนายใหญ่ ที่จะต้องทำเรื่องนั้น จะต้องทำเรื่องนี้ ถูกกดดันมาโดยตลอด ถ้ายอมไปเรื่อย ๆ เอาพี่ชายกลับมาเป็นเลยครับ จะได้รู้ดี รู้ชั่วกันไปเลย ผมกลัวแต่ว่า ผมกลัวแต่ว่ามาเห็นหน้าพวกเราแล้วไม่กล้ากลับมา"

 

เพราะฉะนั้นนะครับ การต่อสู้ของพวกเราจึงต้องเป็นการต่อสู้ที่มีระเบียบวินัย ที่ต้องอดทน เพราะเขาจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดปัญหาเสมือนกับว่าเป็นเรื่องมวลชน ชนกับมวลชน เป็นเรื่องของความพยายามที่จะล้มล้างเสียงข้างมาก เป็นเรื่องของผู้มีอิทธิพล อำมาตย์ มนุษย์ลึกลับที่ไหนไม่ทราบที่กำลังจะมาล้มล้างเสียงของประชาชน เราต้องใจเย็นหนักแน่น แล้วก็บอกว่าไม่ใช่ เราเพียงแต่ต้องการคัดค้านการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง

ผมเรียนให้ทราบครับ คำว่าปรองดอง ความจริงเป็นคำที่ดี แล้วกระบวนการการปรองดองสมควรจะเกิดขึ้น แต่การจะปรองดองให้ถูกวิธีมันมีคนที่ทำงาน มันมีคนที่ศึกษาเยอะแยะไปหมดครับ ผมเพิ่งไปให้ข้อมูล ให้ความเห็นกับคณะกรรมการอิสระในเรื่องของการปรองดอง ที่มี อ.คณิต เป็นประธานเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดนี้กำลังจะเสนอรายงานฉบับสุดท้ายให้รัฐบาลในเดือนหน้า แต่เขาได้ทำบันทึกมาถึงผม ทำบันทึกไปถึงรัฐบาล ทำบันทึกไปถึงประธานสภา และผู้ที่เกี่ยวข้องว่าการเร่งผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมในขณะนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดบรรยากาศการปรองดอง แต่กำลังทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นในสังคม

ความจริงไม่ใช่เฉพาะ คอป. หรอกครับ หลายชุด นักวิชาการหลายคนก็เตือน และผมว่าใช้สามัญสำนึกพี่น้องประชาชนก็ทราบ เพราะก่อนที่รัฐบาลจะผลักดันกฎหมาย 4 ฉบับ ผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ บ้านเมืองก็สงบเรียบร้อยดีทุกอย่าง มีชุมนุมบ้าง ก็มีแต่พวกรัฐบาลเอง คือเสื้อแดง แล้วมีไม่พอใจนายกฯ ไม่พอใจรัฐบาลบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่ทำใจแล้วว่า ก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีใครบอกว่าจะต้องไปล้มล้าง จะไปปลุกระดมให้คนมาขัดแย้งต่อสู้กัน แต่ขณะนี้พอทำเรื่องนี้บ้านเมืองสุ่มเสี่ยง ผมเห็นข่าววันก่อนบอก กฎหมายปรองดองเนี่ยแหละ เหลืองกับแดงคุยกันปรากฏว่าแทงกันตายเรียบร้อย นี่เกิดแล้วนะครับ นี่คุยกันแค่ 1 คน ต่อ 1 คนนะครับ ถ้าวันหนึ่งเกิดมีคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยต่างมาชุมนุมแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ผมจึงบอกว่ากฎหมายปรองดองเป็นเพียงปรองดองแต่ชื่อ ไม่มีสาระของการปรองดอง และถ้ารัฐบาลจริงใจกับการปรองดองต้องหยุด วันนี้เขาไม่ทำอย่างนั้นครับ ข้างหน้าบอกที่บ้านหย่ากันไปเรียบร้อยแล้ว มีอีกไม๊ครับ เดี๋ยวจะได้ขึ้นบัญชีเอาไว้ ผมเรียนว่ารัฐบาลต้องหยุด แต่ขณะนี้ผมทราบว่าเขาไม่หยุด แล้วกำลังทำบางสิ่งบางอย่างครับที่อยากให้พี่น้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเราแล้วบอกเรา คือพอปิดสภา เขากำลังจะไปใช้วิธีการหาทางที่จะบอกว่าปิดสภาแล้วมีการไปสำรวจตรวจสอบแล้วประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎหมายปรองดอง โดยยังไงครับ คือทุกคนที่อยากปรองดองโดยเฉพาะ คอป. ก็ดี สถาบันพระปกเกล้าฯ ก็ดี กรรมาธิการของสภา ซึ่งพยายามทำเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้ก็ดี เขาบอกว่า ถ้าจะมีการทำกฎหมาย ถ้าจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่ต้องเริ่มต้นคือ จัดทำสิ่งที่เขาเรียกว่า สานเสวนา ออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

สถาบันพระปกเกล้าฯ เขาก็เสนอตัวครับ เขาบอกเขาเป็นกลางเขาพร้อมที่จะทำงานนี้ให้กับรัฐบาล พอเรื่องไปถึงรัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็มีมติบอก ความคิดที่จะไปทำสานเสวนาดี แต่ไม่ให้สถาบันพระปกเกล้าฯ ทำจะให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ เสร็จแล้วหลังจากที่มอบหมายกระทรวงมหาดไทยไปสักพักนึง ปรากฎว่าหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่มีความชำนาญในการทำเรื่องการสานเสวนา ก็ทำเรื่องไปขอให้สถาบันพระปกเกล้าฯ ช่วยทำคู่มือให้หน่อยว่าจะต้องไปทำยังไง คือเขาอาสาทำให้ไม่ให้เขาทำ พอตัวเองจะทำ ทำไม่เป็นไปขอให้เขาส่งคู่มือมาให้ ปัญหาขณะนี้ครับ ผมกลัวว่าอ่านคู่มือของพระปกเกล้าฯ ก็จะอ่านไม่รู้เรื่อง ผมได้เห็นคู่มือแล้ว มันมีหลักสำคัญ 3 ข้อในการที่จะทำนะครับ

ข้อที่ 1 เขาบอกว่า คนที่จะเป็นคนกลางจัดสานเสวนาเอาคนมาพูดคุยแลกเปลี่ยน เอาข้อมูลแลกเปลี่ยนกัน เพื่อที่จะหาทางออกจะต้องเป็นกลาง ถ้าเอาคนที่มีอคติ มีฝักมีฝ่ายเป็นพวกหนึ่งพวกใดมาทำ แน่นอนครับ มันจะไม่ได้คำตอบที่เหมาะสม

ข้อที่ 2 เขาบอกว่า เวลาไปทำสานเสวนาอะไรต่าง ๆ จะเชิญใครมานั้น มันต้องใช้หลักวิชาว่าจะให้ใครมาบ้าง เช่น ต้องสุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม มีความหลากหลาย หลากหลายเรื่องเพศ ศาสนา ที่อยู่ รายได้ อาชีพ อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่จัดเวทีแล้วก็ใช้วิธีกะเกณฑ์คนเข้ามา โดยเฉพาะคือกะเกณฑ์เฉพาะพรรคพวกของตัวเองเข้ามาแล้วมาให้ความเห็น

และสำคัญที่สุดที่ 3 ครับ การสร้างความปรองดองนั้น มาพูดคุยกันแล้วต้องหาข้อยุติในลักษณะที่ทุกฝ่ายคิดร่วมกันแล้วเห็นว่าเดินไปอย่างนี้ด้วยกัน นั่นจึงจะเป็นการปรองดอง แต่ขณะนี้ แต่ขณะนี้เขาเตือนมาว่าถ้าไม่ใช้วิธีนี้แต่กลับไปใช้วิธีว่า ยกมือซิ ข้างไหนมากกว่ากันแล้วสรุปอย่างนั้น อย่างนี้ไม่ใช่ปรองดอง เพราะการปรองดองจะเกิดจากการยัดเยียดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้โดยเด็ดขาดครับพี่น้องครับ

ที่ผมจะเตือนพี่น้องคืออะไรครับ วันนี้มันมีข่าวว่าข้อแรก แทนที่จะหาคนกลางมาจัดเวที เขาจะบอกว่า เขามอบหมาย สส. ข้าราชการ บรรดาบุคคลที่มีตำแหน่งทั้งหลาย ในรัฐบาลบ้าง ในราชการบ้าง เป็นคนไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชน เพราะฉะนั้นพี่น้องต้องดูนะครับ พวก ส.ส. ทั้งหลายพรรคเพื่อไทยที่เวลาน้ำท่วมแล้วไม่โผล่มา แต่วันนี้จะโผล่มาขอความเห็นเนี่ยต้องรู้ทันว่ากำลังจะมาหาความชอบธรรมให้กับกฎหมาย 4 ฉบับ ผิดหลักข้อแรกไปแล้ว ไม่เอาคนกลางมาทำ ข้อที่ 2 เขาจะไปพูดคุยกับคนที่รู้ว่าสนับสนุนฝ่ายเขา คงไม่มาถามแถวนี้แหละ ยิ่งพวกโพกหัวสีฟ้า ๆ แบบนี้เขาไม่มาคุยด้วย

สำคัญที่สุดตอนนี้เริ่มมีเอกสารคล้าย ๆ แบบสอบถาม หรือแบบฟอร์ม ที่กำลังจะไปให้ประชาชนเซ็น แล้วบอกว่า สนับสนุนร่างพรบ. จุดจุดจุด สุดท้ายพอ 1 สิงหา มาเขาก็จะบอกว่าจากการไปประชาพิจารณ์ สานเสวนา พูดคุยกับประชาชนพบว่าประชาชน 90 กว่าเปอร์เซนต์บอกให้ออกกฎหมายปรองดอง

พวกเราจึงต้องเอาความจริงเหล่านี้ไปบอกพี่น้องประชาชนทั้งหลายว่า 1. อย่าเป็นเหยื่อของกระบวนการตรงนี้ และ 2. ช่วยกันเป็นหูเป็นตาครับ ชุมชนไหน ตำบลไหน หมู่บ้านไหน อำเภอไหน มีการกระทำแบบนี้ บอกพวกเราครับ เราจะได้เปิดโปงให้รู้ว่ากำลังมีความพยายามอ้างความชอบธรรมจากประชาชน ไปออกกฎหมายล้างผิดให้กับคนทุจริตโกงชาติ และพวกก่อความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง

เพราะฉะนั้นวันนี้มาฟังแล้ว มีการบ้านติดตัวกลับไป ไปตรวจสอบ สำรวจตรวจสอบ เป็นหูเป็นตาและไปเผยแพร่ความจริงเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนของท่าน ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอของท่านและพี่น้องทั่วประเทศ มิเช่นนั้นแล้ว วิกฤติใหญ่รออยู่ต้นเดือนสิงหาคม ที่เขาจะพยายามผลักดันเรื่องนี้อ้างมวลชน แล้วก็จะมีการปลุกระดมอย่างเช่นที่กำลังตั้งเวทีของเสื้อแดงมาจะล้อมศาล ล้อมสภา เพื่อที่จะผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้ได้

ผมจึงบอกครับว่า สิ่งสุดท้าย ที่วันนี้ต้องบอกไปยังรัฐบาล ฝากไปถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คุณเป็นรัฐบาล คุณเป็นนายกรัฐมนตรี  คุณบอกว่าคุณมีนโยบายให้บ้านเมืองสงบปรองดอง คุณต้องไปไล่ดำเนินคดีกับคนที่กำลังข่มขู่คุกคามตุลาการ ข่มขู่คุกคามประชาชน ถ้าคุณทำ คุณจะพิสูจน์ตัวเองได้ว่า คุณเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยอย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณไม่ทำ เพียงเพราะคนที่ทำผิด คนที่กำลังทำตัวเป็นอันธพาลครองเมือง เป็นพวกคุณ นั่นหมายความว่าคุณเป็นได้ก็เพียงเฉพาะนายกรัฐมนตรีของคนพวกนั้น

วันนี้ถึงเวลาต้องพิสูจน์ครับ เพราะถูกกดดันอย่างมากจากพี่ชายนายใหญ่ ที่จะต้องทำเรื่องนั้น จะต้องทำเรื่องนี้ ถูกกดดันมาโดยตลอด ถ้ายอมไปเรื่อย ๆ เอาพี่ชายกลับมาเป็นเลยครับ จะได้รู้ดี รู้ชั่วกันไปเลย ผมกลัวแต่ว่า ผมกลัวแต่ว่ามาเห็นหน้าพวกเราแล้วไม่กล้ากลับมา วันนี้เราต้องเรียกร้องครับ รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของประชาชน ต้องเป็นรัฐบาลของประเทศ ต้องเอากฎหมายความถูกต้อง ความสงบเรียบร้อยมาก่อนผลประโยชน์ของพวก ต้องยืนยันอย่างนี้ มิเช่นนั้นประชาธิปไตยของไทยที่ผ่านมา 80 ปี ไม่ได้เดินไปไหน

ผมจึงกราบวิงวอนพีน้องครับ เราจะต้องตั้งเวทีอย่างนี้ไปอีกหลายเวทีทั่วประเทศ พี่น้องก็อาจจะได้มีโอกาสติดตามเมื่อมีการถ่ายทอดบ้าง หรือไม่ได้มีโอกาสติดตาม ก็อาจจะต้องพยายามรับฟังผ่านสื่อสารมวลชนอื่น ๆ บ้าง แต่พี่น้องทิ้งประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ เขายังเคลื่อนไหวเดินหน้าตลอด และนี่เป็นเพียงก้าวแรก เป้าหมายแรกของเขาที่ไปไกลกว่านั้น คุณสุเทพ และอีกหลายต่อหลายคนได้พูดไปแล้ว ผมเชื่อว่าสิ่งที่รออยู่ปลายทางเป็นเป้าหมายของเขาไม่ใช่ประเทศไทยแบบที่พวกเราต้องการ เพราะฉะนั้นพวกเรายังต้องปักหลักสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป และต่อเนื่อง

ต้องถามทุกครั้งครับ สู้ไม่สู้ (ผู้ชุมนุมกล่าวว่า - สู้) อันนี้ได้ยินมาอยู่ในพิษณุโลกอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ครับ สู้ไม่สู้ (สู้) ดังขึ้นอีกหน่อย ยังไม่ถึงดูไบ เอาดัง ๆ อีกครั้งแล้วไม่ใช่สู้ครั้งเดียว เมื่อกี้สำราญ บอก 2 ครั้งใช่ไหม งั้นผมขอ 3 สู้ไม่สู้ (สู้ สู้ สู้) ถ้าอย่างนี้พวกผม สู้กับพี่น้องตลอดไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์