ศาสวัต บุญศรี: เมื่อรายการทางทีวีเสนอเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เมื่อตีสิบกล้านำเสนอประเด็นสามจังหวัดชายแดนใต้ ก็คงต้องบอกว่ากล้าไม่น้อยที่นำเสนอประเด็นนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ยังผิวเผินและไม่มีอะไรใหม่สักเท่าใดนัก ซึ่งหากย้อนดูรายการทีวีไทย มีน้อยมากที่กล้าพูดถึงและคำถามที่ลึกกว่าปรากฏการณ์ก็ยิ่งหาได้ยาก

คืนวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2555 รายการตีสิบได้นำเสนอเรื่องราวของร้อยเอก ‘ผู้กองฝ้าย’ ที่ต้องสูญเสียเท้าซ้ายไปขณะปฏิบัติงานกู้ระเบิดในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางรายการเชิญทั้งเจ้าตัว ผู้บังคับบัญชา มาร่วมสัมภาษณ์ ต้องยอมรับว่าตัวร้อยเอกท่านนี้มีฐานกำลังใจดีและมองโลกในแง่บวกเป็นพื้นชีวิต ทำให้เราอดยิ้มไม่ได้แม้ว่าเขากำลังเล่าเรื่องเหตุการณ์เสียเท้าซ้ายไปตลอดชีวิตก็ตาม

นอกจากสัมภาษณ์ รายการยังนำเอาคลิปเหตุการณ์จริงทั้งของผู้กองฝ้ายและเหตุการณ์ระเบิดอื่น ๆ มาให้ได้ชม เรียกอารมณ์สะเทือนขวัญได้อย่างยิ่ง ก่อนจะต่อด้วยการโชว์อุปกรณ์กอบกู้ระเบิดต่าง ๆ ทั้งรองเท้ากันระเบิดที่มีอยู่คู่เดียวทั้งประเทศ ไปถึงชุดกู้ระเบิดอันแสนเทอะทะแต่จำเป็นยิ่งในการรักษาชีพ

เมื่อชมรายการจบผู้เขียนเองก็มีคำถามในใจมากมาย เลยลองเปิดหน้าเวบไซต์กระทู้สังคมออนไลน์สำรวจความคิดเห็นของผู้ชมว่าเป็นไปในทิศทางใด กระทู้หนึ่งในเวบไซต์พันทิปอุดมไปด้วยคำถามไม่ว่าจะเป็นเรื่องรองเท้ากันระเบิดทำไมถึงมีคู่เดียวเอย เรื่องงบประมาณที่ได้ปี ๆ หนึ่งไม่น้อยแต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ไปจนถึงเรื่องความคุ้มค่าของค่าตอบแทนแก่นายทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตรว่ามากพอหรือไม่

ภาพรวมความรู้สึกของผู้ชมหลังจากเทปนี้ออกอากาศออกมาทิศทางเดียวกันคือสงสารทหาร รู้สึกว่าทหารนั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เสี่ยงชีวิต พร้อมกับสรรเสริญการเสียสละของพวกเขา แต่ก็มีบ้างที่ออกมากล่าวว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นในทีวีมากนัก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสงสารนั้นมาพร้อมกับความรู้สึกเกลียดชังต่อผู้ก่อเหตุ ทางรายการเองก็ใช้คำว่า ‘ผู้ร้าย’ เรียกแทนกลุ่มก่อความไม่สงบในช่วงแนะนำรายการ การรับรู้ของคนไทยส่วนใหญ่ต่อเหตุการณ์รุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ มีผู้ก่อการร้ายวางระเบิดฆ่าพระและประชาชนผู้บริสุทธิ์เพื่อหวังแบ่งแยกดินแดน

แม้จะถือว่าตีสิบกล้าไม่น้อยที่นำเสนอประเด็นนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ยังผิวเผินและไม่มีอะไรใหม่สักเท่าใด นัก หากย้อนดูรายการทีวีไทย มีน้อยมากที่กล้าพูดถึงเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมากอยู่ในรายการข่าว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ก็มักนำเสนอการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดระเบิดขึ้นที่ใดก็จะรายงานสภาพเหตุการณ์ ผู้ถูกกระทำคือชาวบ้านตาดำ ๆ ที่อาศัยในละแวกนั้น ไม่ก็เจ้าหน้าที่กอบกู้ระเบิดที่ปฏิบัติภารกิจพลาด แต่อะไรคือปมปัญหากันแน่, แท้ที่จริงใครคือผู้ที่เป็น ‘เหยื่อ’ หรือแม้แต่ทหารไทยกำลังสู้อยู่กับใคร คำถามเบื้องต้นเหล่านี้แทบไม่เคยมีการกล่าวถึงเลย จะมีบ้างก็ในรายการสนทนาสัมภาษณ์ซึ่งก็มีนาน ๆ ที

เมื่อคำถามสำคัญไม่เคยถูกนำมาเสนอและหาคำตอบอย่างต่อเนื่อง สภาวะการรับรู้ของผู้ชมต่อเหตุการณ์นี้จึงมีลักษณะซ้ำเดิมไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครรู้ปมปัญหาแท้จริง รู้แต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ชวนให้รู้สึกอยากนิยามว่าโจรใต้ทำการวางระเบิดตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วมีคนเสียชีวิตมากมาย การนำเสนอเช่นนี้เมื่อซ้ำเข้า ๆ ในที่สุดมันก็กลายเป็นชุดความจริงชุดหนึ่งที่คนยอมรับและใช้ในการตัดสินปรากฎการณ์

ลองคิดกลับกันว่าหากคนไทยส่วนใหญ่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รู้ว่าหัวเมืองต่าง ๆ ของสยามในยุคนั้นถูกปฏิบัติอย่างไรบ้าง หรือการถูกกระทำโดยรัฐไทยจนเกิดภาวะสองหรือสามมาตรฐานในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนจนทำให้คนในพื้นที่เกิดความไม่พอใจอย่างสูงแต่ต้องทนเก็บไว้นั่นเป็นอย่างไร ภาพและรูปแบบการนำเสนอคงไม่ออกมามีแค่เพียงชุดความจริงเพียงแบบหรือสองแบบเหมือนทุกวันนี้

ไม่รู้เป็นการคาดหวังมากไปหรือเปล่าที่อยากให้สื่อทีวีอันเป็นสื่อที่มีคนรับสารคอยชมเยอะที่สุดยกระดับผลงานเรื่องเกี่ยวกับชายแดนภาคใต้ให้เข้มข้นกว่านี้ ผู้เขียนเองเชื่อว่าลึก ๆ แล้วตัวคนทำสื่อโดยเฉพาะสายข่าวนั้นรู้เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังดี เพียงแต่ไม่กล้าพูดหรือนำเสนออาจด้วยกลัวเหยียบตาปลาเสียก่อน

ลองจินตนาการถึงวันที่สื่อไทยพูดเรื่องภาคใต้อย่างจริงจังและเปิดอก เปิดชุดข้อมูลต่าง ๆ ถกเถียงไปถึงรากปัญหาจริง ๆ น่าจะเป็นนิมิตรหมายอันดีในการเข้าใจต่อปมปัญหาจริง ๆ แม้จะยังแก้ไม่ได้ในสิบปีแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่อย่างน้อย ๆ คนก็ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติกันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

คงต้องรอวันนั้นมาถึง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นวันไหนนะครับ!!!

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์