พธม.ปราศรัยที่เชียงใหม่ "สมเกียรติ" กล่าวโจมตีทักษิณหวังเป็น ปธน.

อัดทักษิณมียุทธศาสตร์หวังเป็นประธานาธิบดี มีกองกำลังในภาคเหนือภาคอีสานกว่า 7 หมื่นคน และส่งการ์ดไปฝึกกัมพูชา 5 พันคน ด้าน "พิภพ ธงไชย" เชื่อถ้าไม่เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์จะแพ้เพื่อไทยตลอดกาล

เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ รายงานเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.)  ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้จัดเวทีเสวนา "รวมพลัง 17 จังหวัดภาคเหนือเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย" ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 

เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ ยังรายงานด้วยว่า มีคนเสื้อแดงกลุ่ม นปช.เชียงใหม่ประมาณ 10 คน ไปปราศรัยขับไล่พันธมิตรฯ และพยายามเข้าไปดึงปลั๊กรถถ่ายทอดสด จนทีมงานถ่ายทอดสดต้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย

ในระหว่างการเสวนาของแกนนำพันธมิตรฯ ตอนหนึ่งนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวบนเวทีโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรีว่า ยุทธศาสตร์ของทักษิณเท่าที่มีการวิเคราะห์กันไว้นั้นจุดสูงสุดของเขาที่ตั้งไว้คือ เขาจะต้องเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทยให้ได้โดยมี 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.พ้นผิดทุกคดี 2. เอาเงิน 46,000 ล้านบาทคืนให้หมด 3. เอาอำนาจกลับมาเหมือนเดิม และ 4.เป็นประธานาธิบดีให้ได้

เห็นได้ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ขั้นแรกก็คือการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงโดยเฉพาะที่เปิดได้แล้วและเป็นจำนวนมากด้วยก็คือ ภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนที่ภาคใต้ยังไม่สามารถทำได้เพราะไปทำที่ภูเก็ตก็โดนไล่แทบไม่ทัน

นายสมเกียรติอ้างว่า สำหรับกองกำลังของทักษิณนั้นเท่าที่ดูจะมีอยู่ 3 กองกำลังด้วยกันคือ 1.มีแกนนำคือพรรคเพื่อไทย 2.มีกองกำลังจากอีสานและเหนือรวมกันแล้วประมาณ 6-7 หมื่นคน 3.มีเรดการ์ดที่ส่งไปฝึกที่เขมรประมาณ 5,000 คน และ 4. มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ซึ่งตอนนี้ยังขาดเพียงอำนาจตุลาการ ฉะนั้นของเราก็มีวิธีเดียวที่พึ่งได้ก็เพียงอำนาจตุลาการเท่านั้น และในส่วนของกองกำลังพันธมิตรฯ มีเพียง 1.แกนนำพันธมิตรและ 2.แนวร่วมมือตบเท่านั้น ฉะนั้นหน้าที่ของเรามี 3 ข้อด้วยกันคือต่อต้านกฎหมายทำลายชาติ ต้านกฎหมายปรองดองและการแก้รัฐธรรมนูญ 2.กำจัดนักการเมืองชั่วๆ ในสภาให้ออกไป และ 3.ปฏิรูปใหญ่การเมืองไทย

ด้านนายพิภพ ธงไชย อีกหนึ่งแกนนำพันธมิตรฯ ที่ร่วมขึ้นเวทีเสวนาครั้งประวัติศาสตร์ด้วย ระบุว่า ตอนนี้ในแวดวงมีการวิเคาระห์กันหลายฝ่ายว่าทักษิณกำลังถูกใช้โดยคนหลาย ๆ กลุ่มหลาย ๆ ฝ่ายด้วยกันจนทำให้สภาพของทักษิณตอนนี้เหมือนซากศพที่เดินได้ แต่อย่าพูดว่าทักษิณน่าสงสารนะ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นการสมยอมให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพราะผลประโยชน์รออยู่ข้างหน้า แม้แต่นักการเมืองอเมริกายังใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือเพื่อจะเอาแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยของประเทศไทยให้ได้ ทำให้ที่สภาพทักษิณในขณะนี้เพราะคนรอบตัวต่างใช้เป็นเครื่องมือแทบทั้งนั้น

ส่วนทักษิณเองหลังจากที่มีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว กลับเงียบกริบยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็นอะไร เป็นเพราะใจจริงเขานั้นต้องการให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ได้นาน ๆ และอยู่ตลอดไป ประกอบกับกำลังมีการตกล่องปล่องชิ้นกับอเมริกาและกัมพูชาในเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ที่รออยู่ข้างหน้า ฉะนั้นทักษิณตอนนี้เลยทำตัวให้เป็นข่าวน้อยหน่อยและถือว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินพร้อมกันได้ขยายอำนาจให้ประชาชนมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำเพราะเป็นการให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำอะไรกันบ้างอย่างไร

"อะไรก็แล้วแต่ตอนนี้ถือว่าทักษิณเป็นเหยื่อของนักการเมืองไทย เพราะคนที่ไม่เอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณกลับไม่ใช่พันธมิตรฯ แต่เป็นคนรอบข้างเขานั่นเอง"

นายพิภพกล่าวต่อว่า หันมามองที่พรรคประชาธิปัตย์ถ้าไม่เปลี่ยนอดีตนายกฯ หรือหัวหน้าพรรคคนนี้ก็เชื่อได้เลยว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแพ้พรรคเพื่อไทยตลอดกาล

ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง กล่าวด้วยว่าได้รับการร้องขอจากพันธมิตรเชียงใหม่ในการขอตั้งวิทยุชุมชนเพื่อถ่ายทอดสัญญานเสียงจาก ASTV ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากพันธมิตรเชียงใหม่ต้องการฟังการถ่ายทอดตลอดเวลาแม้จะต้องขับรถก็ตาม ซึ่งเรื่องดังกล่าวทาง พล.ต.จำลองจะรับเรื่องส่งให้ส่วนกลางพิจารณา

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์