ทบ.แจงติดป้าย "เขตการใช้กระสุนจริง" เพื่อไม่ให้ปชช.เข้ามา แม้แต่ทหารยังถูกโต้ด้วยกระสุนจริง

รองโฆษก ทบ. แจงข่าวขึ้นเบิกความคดีเสียชีวิต "ชาญณรงค์ พลศรีลา" ที่ราชปรารภเมื่อ พ..ค. ปี 53 นั้นยังไม่มีการพิสูจน์วิถีกระสุน เพียงแต่ระบุว่าเสียชีวิตด้วยกระสุนความเร็วสูง แถมอาวุธปืนของทหารที่ถูกปล้นก็ถูกนำมาใช้ร่วมอยู่ในสถานการณ์หลายครั้ง

กรณีที่มีการนำเสนอข่าวการขึ้นเบิกความในเรื่องคดีการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ พลศรีลา เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553 บริเวณหน้าปั้มเชลล์ ถ.ราชปรารภนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) ล่าสุดเช้าวันนี้ (18 ก.ค.) มติชนออนไลน์ รายงานความเห็นของ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ชี้แจงถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการขึ้นเบิกความในเรื่องคดีการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ว่า การเบิกความดังกล่าวนั้นอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่านายชาญณรงค์เสียชีวิตด้วยการกระทำจากเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากมีการให้การว่าในวันเกิดเหตุมีการก่อความวุ่นวายของผู้ชุมนุมบริเวณปั้มเชลล์ซอยรางน้ำ จากนั้นก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้บาดเจ็บต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในขณะนั้นได้สั่งให้รถพยาบาลเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บแต่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากถูกยิงสกัดจากแนวรั้วลวดหนามนั้น

"กองทัพบกขอชี้แจงว่าเดิมทีเจ้าหน้าที่ทหารได้วางกำลังเข้าไปในซอยรางน้ำ แต่เนื่องจากถูกกดดันต่อต้านจากกลุ่มผู้ชุมนุม อีกทั้งถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด จนต้องทำให้เจ้าหน้าที่ทหารถอนกำลังออกจากรางน้ำมาอยู่บริเวณปากซอย ราชปรารภ 14 แสดงว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ได้มีการใช้อาวุธอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น และทางทหารเองก็ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่เช่นกันว่ามีผู้บาดเจ็บจึงได้จัดกำลังเข้าไปเพื่อค้นหาและช่วยเหลือ โดยในขณะนั้นยังคงมีการใช้อาวุธตอบโต้และขัดขวางการเข้าช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ใช่แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้นที่ถูกขัดขวาง ซึ่งช่างภาพที่อยู่ในชุดที่ออกไปช่วยเหลือนั้นก็ยังได้ถูกยิง แต่ก็ยังคงออกไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจนสามารถนำผู้บาดเจ็บคือ นายชาญณรงค์และนักข่าวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาลได้ อีกทั้งแสดงว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ได้มีการใช้อาวุธอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น รวมทั้งการเสียชีวิตของนายชาญณรงค์ก็ยังไม่มีการพิสูจน์เรื่องวิถีกระสุน เพียงแต่ระบุว่าเสียชีวิตด้วยกระสุนความเร็วสูง ซึ่งอาวุธปืนของทหารที่ถูกปล้นยึดไปจำนวนหลายสิบกระบอก และพบว่าถูกนำมาใช้ร่วมอยู่ในช่วงสถานการณ์หลายครั้ง" พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการสืบสวนหาข่าวเห็นทหารพกปืนเอ็ม16 และทราโว่นั้นขอเรียนว่าปืนทั้งสองชนิดเป็นอาวุธประจำกายมีไว้เพื่อป้องกันตัว สำหรับปืนทราโว่นั้นที่ติดกล้องนั้นถือเป็นส่วนประกอบหลักของปืนรุ่นนี้ทุกกระบอกอยู่แล้ว ไม่ได้มีการติดตั้งเพิ่มเติม  และไม่ใช่อาวุธปืนที่เรียกกันว่าปืนสไนเปอร์ ส่วนความจำเป็นในเรื่องการติดป้ายเขตการใช้กระสุนจริงนั้น เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องการให้ประชาชน เข้ามาในเขตอันตรายนี้ เพราะเจ้าที่ทหารเองก็ยังถูกตอบโต้ด้วยกระสุนจริงภายในเขตนี้

ดังนั้นขอชี้แจงเพิ่มเติมไว้เพื่อให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย พ.อ.วินธัยกล่าว

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์