แอมเนสตี้ชี้การละเมิดต่อชาวโรฮิงญาบั่นทอนความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 55 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ พม่า: การละเมิดต่อชาวโรฮิงญาบั่นทอนความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

แถลงการณ์

20 กรกฎาคม 2555

พม่า: การละเมิดต่อชาวโรฮิงญาบั่นทอนความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชน

หกสัปดาห์หลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐยะไข่ของพม่า การโจมตีและการละเมิดของกองกำลังความมั่นคงต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญาและชาวมุสลิมเชื้อชาติอื่น ๆ ยังเพิ่มขึ้น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในวันนี้

ความรุนแรงระดับชุมชนในรัฐดังกล่าวก็ยังดำเนินต่อไปเช่นกันแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว

“การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน” เบนจามิน ซาวัคกี้ (Benjamin Zawacki) นักวิจัยด้านพม่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว “กองกำลังความมั่นคงมีหน้าที่ปกป้องสิทธิของทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้นและไม่แยกแยะ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ และกองกำลังความมั่นคงจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนเองด้วย

รัฐบาลพม่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐยะไข่เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนหลังเกิดความรุนแรงระดับชุมชนที่แพร่ไปในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เป็นการปะทะกันระหว่างชาวยะไข่พุทธ ชาวยะไข่มุสลิม และชาวโรฮิงญามุสลิม ในหลายพื้นที่ยังคงมีความรุนแรงเช่นนั้นอยู่

นับแต่นั้นมา กองกำลังรักษาความมั่นคงชายแดน (nasaka) กองทัพและตำรวจก็ยังคงดำเนินการกวาดล้างอย่างหนักในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญา มีการควบคุมตัวบุคคลซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและเด็กผู้ชายหลายร้อยคน และถูกกีดกันไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก หรือมีการปฏิบัติอย่างโหดร้าย

แม้ว่าการพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยและการปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องจำเป็น แต่ดูเหมือนว่าการจับกุมส่วนใหญ่เป็นการกระทำตามอำเภอใจและเลือกปฏิบัติ ละเมิดสิทธิที่จะมีอิสรภาพและเสรีภาพจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลด้านศาสนา

“ในช่วงเวลาหกสัปดาห์ พม่าได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบที่เคยทำมาต่อชาวโรฮิงญา และยังหวนกลับไปสู่การควบคุมตัวบุคคลด้วยเหตุผลทางการเมือง” ซาวัคกี้กล่าว

“หลังจากมีการอภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษการเมืองกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันจำนวนนักโทษการเมืองโดยรวมของพม่าได้เพิ่มขึ้นอีก”

บุคคลที่ถูกจับกุมนับแต่วันที่ 10 มิถุนายน จะต้องถูกตั้งข้อหาตามความผิดอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และถูกควบคุมตัวด้วยศาลที่เป็นอิสระหรือไม่ก็ได้รับการปล่อยตัว การไต่สวนคดีต้องสอดคล้องมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยความเป็นธรรมและจะต้องไม่นำไปสู่การลงโทษประหาร

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังได้รับรายงานที่น่าเชื่อถือว่าได้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮิงญาและชาวมุสลิมเชื้อสายยะไข่อื่น ๆ ทั้งการทำร้ายร่างกาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทำลายทรัพย์สิน และการสังหารอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งที่เป็นการกระทำของกลุ่มชาวยะไข่พุทธและกองกำลังของรัฐ ทางการควรยุติการกระทำเหล่านี้และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก

เมื่อวันอังคาร ชาวยะไข่พุทธในพื้นที่ได้สังหารชาวมุสลิม 10 คนที่เมืองตองกกในรัฐยะไข่ ระหว่างโดยสารรถทัวร์เพื่อกลับบ้านที่กรุงย่างกุ้ง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของพม่าแถลงเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมว่า มีผู้ถูกสังหารอย่างน้อย 78 คนนับแต่เกิดความรุนแรงขึ้นมา แต่ตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่า น่าจะมีคนตายเกิน 100 คน

มีการประมาณว่าประชาชน 50,000-90,000 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ โดยตัวเลขต่ำสุดมาจากการประมาณของรัฐบาล และตัวเลขสูงสุดมาจากหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ

เหตุที่มีความแตกต่างของตัวเลขมากมายเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะทางการพม่าจำกัดการเข้าถึงของผู้สังเกตการณ์ที่เป็นอิสระและผู้สังเกตการณ์สากล ทั้งยังกีดกันผู้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

“ความต้องการด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมของผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ต้องพึ่งพาการเข้าถึงพื้นที่ของผู้สังเกตการณ์และผู้ทำงานด้านมนุษยธรรม” ซาวัคกี้กล่าว

“ทางการพม่ากำลังทำความผิดพลาดเพิ่มเติม ด้วยการทำให้ผู้พลัดถิ่นได้รับความทุกข์ทรมานจากความรุนแรงและการละเมิดมากยิ่งขึ้น”

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องรัฐสภาของพม่าให้แก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. 2525 เพื่อประกันว่าชาวโรฮิงญาจะไม่เป็นคนไร้รัฐอีกต่อไป

“ตามมาตรฐานและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล รัฐไม่อาจปล่อยให้บุคคลเป็นคนไร้รัฐได้ แต่เป็นเวลานานมาแล้วที่สถิติสิทธิมนุษยชนในพม่าแปดเปื้อนด้วยปัญหาการปฏิเสธไม่ยอมให้สัญชาติต่อชาวโรฮิงญา ทั้งยังมีการเลือกปฏิบัติต่อพวกเขามากมาย” ซาวัคกี้กล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์