เครือข่ายฯ ที่ดินสุราษฎร์หนุนแก้รัฐธรรมนูญ เอื้อประชาชนเข้าถึงทรัพยากร

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้หนุนแก้รัฐธรรมนูญ หวังรื้อโครงสร้างอำนาจรัฐเป็นประชาธิปไตยแท้จริง เชื่อเอื้อตั้งศาลสิ่งแวดล้อมใช้ระบบไต่สวน จัดทำ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายคดีสิ่งแวดล้อม ชี้ม็อบ “ศาลากลาง-ทำเนียบ” แค่ยันเฉพาะหน้า

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 กรกฏาคม 2555 ที่หลาเรียนรู้ศาลาชุมชน มูลนิธิอันดามัน ตำบลควนปริง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกฎหมายกับเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) และโครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)  โดยมีชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จากจังหวัดตรัง พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ และชาวบ้านสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประมาณ 50 คน

นายบุญฤทธิ์ ภิรมย์ กรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) กล่าวว่า เราต้องทำอะไรมากกว่าการวอนขอจากรัฐ แม้จะมีสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย 2550 รับรอง แต่กฎหมายลูกของกรม กระทรวงต่างๆ มีอำนาจเหนือกว่า เมื่อมองในมุมกลับแปลงยางของชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัดถูกอุทยานฯ ฟันทำลาย แต่สวนปาล์มน้ำมันที่สุราษฎร์ธานีของบริษัทที่ปลูกในพื้นที่ป่าเช่นกันกลับไม่มีการบุกปราบ

“หากพูดถึงกรรมสิทธิ์ต้องเกิดจากการต่อสู้ สรุปแล้วปัญหาของทรัพยากร ณ วันนี้ต้องทำอย่างไรให้ชาวบ้านเข้าถึงทรัพยากร แต่เราไม่สามารถกลไกรัฐได้ ทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีอำนาจอย่างชอบธรรม ขณะที่โครงสร้างการปกครองประเทศไม่เป็นธรรม” นายบุญฤทธิ์ กล่าว

นายสุรพล สงฆ์รักษ์ ผู้ประสานงานสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) กล่าวว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับระบบตุลาการที่ไม่เป็นธรรมขึ้นอยู่กับการเมืองจารีตนิยม กรณีชุมชนสันติพัฒนา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกกรมบังคับคดีให้รื้อถอนหมู่บ้าน เมื่อคำพิพากษาผิดพลาดโดยการเหวี่ยงแหชาวบ้านกว่า 100 คน อำนาจตุลาการไม่เคยสนใจใยดีชาวบ้าน ทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฯลฯตรวจสอบแล้วว่าบริษัทได้ที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่นำไปพิจารณาในการพิพากษา แต่ให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่บ้านที่รับใช้บริษัททุนเพียงคนเดียวมาพิพากษา เป็นคำพิพากษาที่อัปยศ กระเหี้ยนกระหือรือ

นายสุรพล กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่าถ้าประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงจะไม่เอื้อช่วยเหลือภาคประชาชนอย่างถึงรากถึงโคน ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกไม่จบไม่สิ้น ภาคประชาชนทำได้เพียงแค่การต่อสู้เฉพาะหน้าชุมนุมประท้วงศาลากลางจังหวัด หน้าทำเนียบรัฐบาล ยันได้แค่เพียงครั้งคราวเท่านั้น ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายสุรพล กล่าวอีกว่า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น ตนคิดว่าเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เอื้อให้เกิดพระราชบัญญัติประมวลกฏหมายคดีสิ่งแวดล้อม เอื้อให้เกิดศาลทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยใช้ระบบการไต่สวน ผู้พิพากษาศาลต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่การแต่งตั้ง ผู้พิพากษาเป็นคนธรรมดาย่อมมีอคติ ชาวบ้านสิทธิโต้แย้งถกเถียงได้ไม่ใช่เป็นอาญาสิทธิ์หาไม่เช่นนั้นแล้วอาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับนักโทษมาตรา 112 ตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา

“ผมคิดว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจรัฐ ทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแบบไหน รายมาตรา หรือทั้งฉบับ คนแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องรู้ว่าภาคประชาชนเดือดร้อนอย่างไร ชาวบ้านต้องการอะไร เราจึงควรดำเนินการยันในทางพื้นที่และทางการเมือง แต่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายสุรพล กล่าว

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์