จิตอาสากับจริตชนชั้นกลางเมืองหลวง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ภาพนี้มีชื่อว่า "เพื่อนกันวันอาทิตย์ กิจกรรมอาสาข้างถนน 29/7/55" อัลบั้มภาพชื่อว่า โครงการผู้ป่วยข้างถนน ของมูลนิธิแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นภาพครั้งแรกรู้สึกถึงความขัดแย้งตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างผู้ให้กับผู้รับ ขณะที่หลายคนมองเป็นความงดงาม กดแชร์ กดไลค์ มากมาย ในอีกด้านกลับพบความประดักประเดิดของผู้ถูกจับทำความสะอาด ตัดเล็บ ล้างแผล ล้างเท้า ถ้าผมเป็นเขาคงไม่เพียงทำตัวไม่ถูก แต่คงหวาดระแวง ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน และฉันทำผิดอะไรจึงต้องถูกจับล้างทำความสะอาดเช่นนี้ การรุมล้อมทำความสะอาดร่างกายดังปรากฏในภาพมีนัยสำคัญ 2 ประการ คือ การไม่ได้มองว่าร่างกายนั้นมีชีวิตหากแต่เป็นวัตถุที่ถูกจับจ้อง ควบคุม ที่ผ่านเข้ามาในอาณาบริเวณของการตรวจจับ  เพราะในชีวิตจริงเราจะไม่รุมล้อมสวมถุงมืออาบน้ำให้ใครด้วยจำนวนคนมากขนาดนั้น  ประการที่สองวัตถุที่ต้องใช้คนมากขนาดนี้ทำความสะอาด ก็ย่อมมีความสกปรกเป็นที่สุด ป่วยไข้เป็นที่สุด

ย้อนไปถึงวันที่ชนชั้นกลางไปล้างรอยเลือดในวัน big cleaning day ที่ไม่ใช่มีความหมายตื้นเขินเพียงแค่การรวมตัวกันมาทำประโยชน์สาธารณะ หากแต่เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษ์ ที่มองร่างกายของคนจน คนข้างถนน เสื้อแดงว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมไม่สะอาด และ "จิตอาสา" มีหน้าที่ ต้องกวาดล้างทำความสะอาด ให้เกลี้ยงเกลา โล่ง ใส สบายตา ในแบบร่างกายของคนชั้นกลาง ซึ่งผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การพัฒนา”  กล่าวคือเป็นร่างกายที่ได้รับการ ตกแต่ง ประทิน เสริม เติมอย่างพิถีพิถัน ห่อคลุมด้วยสิ่งสะอาด งดงาม  ขณะที่ร่างกายที่มีลักษณะตรงข้าม สกปรก เลอะเทอะ ปล่อยปะละเลย ขาดการปรุงแต่ง ไม่มีสิ่งสวยงามห่อหุ้ม ไม่ได้พอก ปิดด้วยเครื่องสำอาง เป็นร่างกายของความด้อยพัฒนา ร่างกายประเภทแรกจะสมบูรณ์ได้ก็ด้วยการแสดงให้เห็นถึงความเมตตาสงสาร การเข้ามาช่วยเหลือ ขจัดปัดเป่าร่างกายประเภทที่สอง เพื่อยกสถานะทางร่างกายให้สูงส่งเหนือขึ้นไปอีกระดับภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “จิตอาสา”

จิตอาสา ในยุคสมัยปัจจุบันทำหน้าที่สำคัญ คือการเข้ายึดพื้นที่ความดี งาม ในความหมายของการเยียวยา สงเคราะห์ ที่ทำได้ง่าย ๆ ทุกที่ ทุกเวลา ขอให้มารวมกันเยอะ ๆ จากตำแหน่งแห่งที่ทางสังคมที่หลากหลาย และถ้าเป็นข่าวด้วยก็จะเป็น จิตอาสาที่สมบูรณ์   พื้นที่ทำกิจกรรมจิตอาสามักเป็นพื้นที่ของคนหนุ่มสาวเมืองหลวง มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันตามรสนิยมรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น ถนนคนเดิน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ป่าชายเลน ทุ่งนาป่าเขา ลำธาร  หมู่บ้านชนบท  ท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ถนนราชประสงค์  

กิจกรรมจิตอาสาของคนเมืองหลวงเหล่านี้เป็นไปในลักษณะตรวจตรา ควบคุม เมื่อพบเห็นสิ่งใดไม่ดีงามก็เข้าไปกำกับ จัดการ โดยเรียกสิทธิอำนาจการเข้าไปจัดการนี้ว่า “จิตอาสา”  ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในแบบที่ไม่ได้ใช้กำลังบังคับ หรืออาวุธเข้าทำร้ายต่อร่างกาย แต่ใช้ความเมตตา สงสาร ในรูปการช่วยเหลือ เข้าไปจัดกระทำให้สะอาด สมบูรณ์ เช่น การจับอาบน้ำ การสั่งให้เข้าแถวเพื่อรับของบริจาคในบริเวณน้ำท่วม (เพื่อถ่ายภาพออกโทรทัศน์)  ปลูกป่าชายเลน (ที่ปลูกซ้ำพื้นที่เดิมที่เคยปลูกทุกปี)   จัดเรียงกระสอบทราย  การช่วยงานในศูนย์อพยพ (มีข่าวแย่งของบริจาคกลับไปใช้ที่บ้าน) ปั้นก้อนจุลลินทรีย์  การเข้าไปทำความสะอาด ทาสี  เลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก คนแก่ ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อมอบสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมที่ขาดแคลน

หากพิจารณาให้ดีกิจกรรมจิตอาสา  มักมีลักษณะ “สมัครเล่น” ไม่สนใจว่าผู้ร่วมกิจกรรมจะมีทักษะความรู้  ความเข้าใจ หรือไม่  การทำงานจิตอาสาจึงไม่สามารถคาดการณ์คุณภาพของผลงานได้ เพราะเพียงมีใจมาช่วยโดยไม่คิดถึงรายได้ตอบแทนก็ถือว่าน่ายกย่อง ศรัทธามากพอแล้ว กิจกรรมจิตอาสาจึงมักเป็นกิจกรรมที่ออกแบบมาสำหรับความสนุกสนามเพลิดเพลิน ไม่ต้องหวังผลจากสิ่งที่ทำมากนัก ง่ายทำได้หลายคน ให้ปริมาณมากกว่าคุณภาพ  ที่สำคัญต้องได้ท่องเที่ยวหรือไปอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ ได้พบปะผู้คน มีเพื่อนใหม่ ๆ วัยเดียวกัน กิจกรรมเหล่านี้ถูกยกย่องว่าเป็นคุณงามความดีตามการนิยามของคนเมือง คนชั้นกลาง  และไม่เคยที่จะถูกถามถึง “ความรับผิดชอบ”  (responsibility) ต่อผลที่ตามมาจากกิจกรรมอาสาเหล่านั้น และยิ่งละเลยอย่างยิ่งต่อการคำนึงถึงการล่วงละเมิดสิทธิของคนผู้รับความช่วยเหลือ  การที่สังคมจะอ้างว่าเมื่อไม่ได้รับเงิน ก็สมควรยกเว้นไว้สำหรับความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่เข้าใจผิด เนื่องจากกิจกรรมจิตอาสาได้สร้างสิทธิพิเศษให้แก่อาสาสมัคร  สิทธินี้เป็นสิทธิอำนาจ ได้แก่

การเข้าสู่พื้นที่ สถานที่เป็นอื่นได้เสมือนเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะถือเป็นผู้รู้ ผู้ให้ หรือผู้เข้ามาปลดปล่อย เช่นพื้นที่ชนบทห่างไกล พื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน เขตอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น

สิทธิของการทำหน้าที่ตรวจตรา ควบคุม จัดการ ในสิ่งแปลกปลอมที่พลัด หลงเข้ามาในพื้นที่  เช่น จัดการกับคนเร่อน จรจัด สิ่งสกปรกเลอะเทอะที่คนต่างจังหวัดเข้ามาทิ้งไว้

สิทธิเข้าควบคุม สั่งการ ต่อร่างกายของผู้ที่รับความช่วยเหลือ

สิทธิดังกล่าวข้างต้นทำให้จิตอาสา มีอำนาจในการกำหนดนิยาม และกดทับให้ผู้รับความช่วยเหลือเป็นวัตถุแปลกปลอม

ดังผู้มาแสดงความเห็นท้ายภาพข้างต้นข้อความว่า

"สุดยอด นับถือน้ำใจทุกคนเลยค่ะ เคยเห็นคนลักษณะแบบนี้แต่ย่ำแย่กว่านี้ที่อนุสาวรีย์ชัย เคยคิดอยากให้มีองค์กรจับไปขัดสีฉวีวรรณบ้าง แต่ถ้าให้ไปจับเองไม่กล้าค่ะ ตาขวางมาก" Monday at 12:21pm · Like · 6,"อาบน้ำให้คนไร้บ้าน น่าคารวะมากครับ" Monday at 12:30pm · Like · 2

จิตอาสาในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงมีลักษณะขยายช่องว่างความไม่เท่าเทียม ในสถานะของความเป็นมนุษย์ และทำให้ช่องว่างทางอำนาจระหว่างคนจน กับคนรวย คนชนบท กับคนเมืองกว้างขวางขึ้น 

จิตอาสาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นควบคู่กับความรู้เข้าใจในสิ่งที่ทำ  มีความรับผิดชอบ และเคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น โดยระลึกรู้ไว้เสมอว่า คนที่กำลังรับความช่วยเหลือนั้นมีสถานะความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับตนผู้มีจิตอาสา

 

 

หมายเหตุ : ผู้เขียนต้องขออภัยหน่วยงานเจ้าของภาพและผู้ที่ปรากฏในภาพ ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวพาดพิงบุคคลหรือองค์กรใดในภาพ แต่กำลังกล่าวถึงจิตอาสาที่กำลังเป็นอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์