เปิดตัวนักแสดงหนัง "นวมทอง"-บก.ฟ้าเดียวกัน ตั้งคำถามบทหนัง

โด่ง อรรถชัย รับบทเป็น “นวมทอง” ร่วมด้วย จ.เจตน์, ไม้หนึ่ง ก.กุนที และ จิตรา คชเดช ฯลฯ ผู้จัดเผยเป็นหนังแฟนตาซี บันทึก 100 ปีการต่อสู้ประชาธิปไตย เปิดกล้อง ก.ย.นี้ คาดแล้วเสร็จต้นปีหน้า บก.ฟ้าเดียวกัน วิจารณ์ "พลังวิเศษ" ในบทหนัง อ่านแล้วนึกถึง "สุวินัย ภรณวลัย"

 

วานนี้ (13 ส.ค.55) เวลา 18.00 น. คณะกรรมการบริหารและจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง" ร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมจัดเลี้ยงโต๊ะจีนเพื่อระดมทุนสร้างหนัง "นวมทอง" ซึ่งมีสโลแกนว่า “หนังประชาธิปไตยเรื่องแรกของคนเสื้อแดง โดยคนเสื้อแดง และเพื่อคนไทยทั้งประเทศ” ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว พร้อมเปิดตัวนักแสดงนำในเรื่อง โดยมี โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ รับบทเป็น “นวมทอง” จ.เจตน์ รับบทเป็น “จีระ บุญมาก” ไม้หนึ่ง ก.กุนที รับบทเป็น “จิตร ภูมิศักดิ์” และ จิตรา คชเดช รับบทเป็น “ผู้นำกรรมกรในโรงงาน” เป็นต้น นอกจากนี้ในงานยังมีการกล่าวปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรีอีกด้วย
 


อภิรักษ์ วรรณสาธพ กรรมการบริหาร
และจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง"

นายอภิรักษ์ วรรณสาธพ กรรมการบริหารและจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง" เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุผลในการจัดสร้างภาพยนตร์นี้ว่า มาจากแนวคิดที่ว่าคนเสื้อแดงควรขับเคลื่อนในทุกๆ ทางเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงมีผู้เสนอว่าควรจะทำการเคลื่อนไหวรณรงค์ในเชิงศิลปะด้วย จึงได้หาคนที่จะเขียนบท ก็ได้คุณวัฒน์ วรรลยางกูร เสนอพล็อตเรื่องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนไทย ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่กบฏหมอเหล็ง ร.ศ.130 การเปลี่ยนแปลงการปกครอง(2475) 14 ตุลา 16, 6 ตุลา 19 จนกระทั่งถึง พฤษภา 53 ของคนเสื้อแดง โดยจะเป็นลักษณะหนังแฟนตาซี เพื่อให้คนดูไม่รู้สึกว่าหนักไปและให้สาระที่ครบถ้วน

สำหรับเหตุที่ใช้ชื่อหนังว่า “นวมทอง” นั้น นายอภิรักษ์ ให้เหตุผลว่า ต้องการให้เกียรติและเชิดชู ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งยอมสละชีวิต ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จริงๆ ก็มีคนอื่นๆ ที่สละชีวิตต่อสู้ แต่คุณลุงนวมทองเป็นบุคคลในยุคปัจจุบันที่ชัดเจน และยังเป็นแรงบันดาลใจของคนหลายๆ คน จึงใช้คำว่า “นวมทอง” อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ประวัติลุงนวมทอง แต่เป็นประวัติการต่อสู้และเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของไทย ตั้งแต่รุ่นหมอเหล็ง รุ่นพระยาพหลฯ มาจนถึงผู้นำนิสิตนักศึกษาประชาชนรุ่นต่างๆ มาแลกเปลี่ยนมาให้ความรู้ รวมทั้งมีนักคิดต่างชาติที่มีชื่อเสียงมาให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ แล้วเรื่องนี้ก็มาขมวดปมลงในตอนที่มีการสังหารโหดประชาชนเมื่อ พฤษภา 2553

“เราตั้งใจว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังของประชาชนจริงๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีนายทุนคนใดมาเป็นเจ้าของหนัง เราขอให้คนเสื้อแดงร่วมกันลงขันกันสร้าง ลงแรงกันแสดง ร่วมความคิดกันทำ” กรรมการบริหารและจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง" กล่าว

ด้านการดำเนินการจัดสร้าง นายอภิรักษ์ กล่าวว่า หนังตั้งงบประมาณ 3 ล้านบาท เฉพาะผลิตหนังอย่างเดียว ไม่คิดการทำโฆษณาการทำการตลาด แต่เราต้องการทำหนังที่มีคุณภาพในระดับที่ส่งประกวดนานาชาติได้ หนังเรื่องนี้ทำเสร็จจะส่งประกวดเทศกาลหนังนานาชาติที่เบอร์ลิน เยอรมนี ที่เวนิส อิตาลี เป็นต้น คุณภาพของหนังเราตั้งใจทำให้ไปสู่ระดับนั้นจริงๆ ซึ่งตอนนี้ก็ระดมทุนมาได้ประมาณ 3 ใน 4 ของงบประมาณที่ต้องการใช้แล้ว สำหรับกำหนดการเปิดกล้องกรรมการบริหารและจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ฯ ยืนยันว่า หลังจากเดือนนี้จะเริ่มถ่ายแล้ว เพราะทุกอย่างค่อนข้างลงตัวหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทภาพยนตร์ ดารา สถานที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปีหน้า

นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า ดารานำเป็นดาราอาชีพที่ประกาศตัวว่าเป็นคนเสื้อแดง รวมถึงคนเสื้อแดงที่แม้ไม่ได้เป็นดาราแต่ว่ามีความสามารถ เป็นศิลปินก็มาร่วมแสดงด้วย และคนเสื้อแดงทั่วๆ ไปที่อยากจะเข้ามา เป็นการลงขันสร้าง ร่วมแรงทำและระดมความคิดกัน เพราะฉะนั้นก็ร่วมแรง คนที่แสดงทุกคนไม่ได้คิดค่าตัวเลย ทุกคนแสดงด้วยใจทั้งหมด

เรื่องการเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วไปนั้น กรรมการบริหารและจัดการกองทุนสร้างภาพยนตร์ฯ มองว่า ขึ้นอยู่กับโรงว่าจะฉายหรือไม่ และขึ้นอยู่กับบรรยากาศของประชาธิปไตยในเมืองไทย อย่างไรก็ตาม จะทำเป็นแผ่นด้วย เพื่อให้ผู้ที่ร่วมลงขันสร้างได้เก็บไว้ดู เก็บไว้เป็นที่ระลึกส่งต่อให้ลูกหลานต่อไป

 


วัฒน์ วรรลยางกูร ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ “นวมทอง”


"วัฒน์" แจงเป็นหนังแฟนตาซี ใช้พลังความคิดสู้เผด็จการ

นายวัฒน์ วรรลยางกูร ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ “นวมทอง” กล่าวกับผู้ร่วมงานระดมทุนว่า หนังดังกล่าวจะมีผู้กำกับมือรางวัลจากเทศกาลหนังเบอร์ลินมาร่วมกำกับด้วย เป็นหนังที่ทุกคนดูได้ไม่ว่าจะเสื้อสีอะไร ขอเพียงมีหัวใจที่เป็นธรรม

นายวัฒน์ยังได้เปิดเผยถึงบางช่วงบางตอนของหนังว่า หนังเรื่องนี้จะมีเมืองปีศาจประชาธิปไตย ที่รวบรวมเอาบรรดาผู้ที่มีความใฝ่ฝันต่อสู้ในทางประชาธิปไตย ในช่วงเวลา 100 ปี ตั้งแต่กบฏหมอเหล็ง 2455 สมัย ร.6 ซึ่งบรรดาผู้ที่ชุมนุมในเมืองปีศาจประชาธิปไตย ก็ต้องมาร่วมต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีฉากแฟนตาซีอยู่มาก จะมีนักคิดอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ เช กูวารา มาเคลื่อนไหวอยู่ในจอภาพยนตร์เรื่องนี้ บรรดาปีศาจประชาธิปไตยเหล่านี้จะรวบรวมพลังช่วยต่อสู้ โดยจะมีการฝึกกระบวนวิชา เพื่อต่อกรฝ่ายเผด็จการที่จะเอาปืนมาไล่ยิงคนเสื้อแดง

“เพราะว่าเราสู้กับเผด็จการอำนาจพิเศษ อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นพลังประชาชนอย่างเดียวมันไม่ค่อยพอ แล้วฝ่ายประชาธิปไตยก็ต้องมีอำนาจพิเศษ ก็คือจิตวิญญาณของปีศาจประชาธิปไตยเหล่านั้น ซึ่งความจริงอำนาจพิเศษเหล่านั้นก็คือ พลังแห่งปณิธานของคนรุ่นหมอเหล็ง รุ่นนายปรีดี พนมยงค์ รุ่นจิตร ภูมิศักดิ์ รุ่นศรีบูรพา หรือนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั่วโลก จะมาช่วยกัน แท้จริงแล้วพลังพิเศษของคนเหล่านั้นก็คือ “พลังแห่งความคิด” “มรดกทางความคิด” เจตนารมณ์อุดมการณ์ที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ได้ทิ้งไว้ให้พวกเราได้สืบสานต่อสู้ต่อไปให้เป็นจริงขึ้นมา” นายวัฒน์ วรรลยางกูร ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ กล่าว
 

บก.ฟ้าเดียวกัน วิพากษ์หลังอ่านบทหนัง
เชื่อในพลังวิเศษมากกว่าอำนาจประชาชน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการวารสาร “ฟ้าเดียวกัน” ได้เขียนวิจารณ์การสร้างหนัง "นวมทอง" ลงในบันทึกลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “อย่าหาว่าขัดคอกันเลยอ่านเรื่องย่อ "นวมทอง" แล้วนึกถึงสุวินัย ภรณวลัย” 

เห็นข่าวการจัดระดมทุนเพื่อสร้างหนัง "นวมทอง" ในวันที่ 13 ส.ค. 55 เวลา 18.00 น. ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว
http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/41938
ข่าวระบุว่า สามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 2.2 ล้านบาทแล้ว จากงบที่ตั้งไว้ 3 ล้านบาท เท่ากับว่าเหลือีก 8 แสนก็จะได้ครบเพื่อจะสร้างหนังเรื่องนี้ออกมา 

ในฐานะคนที่ "อิน" กับลุงนวมทอง ไพรวัลย์ (2489-2549) ผมคิดถ้าพูดถึงนวมทอง ไพรวัลย์ คนก็จะนึกถึงจดหมาย "สละชีพเพื่อประชาธิปไตย" ชิ้นนั้น ซึ่งน่าจะเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยสมัยใหม่ที่สำคัญชิ้นหนึ่ง และอดจะดีใจไม่ได้ ถ้าจะมีหนังที่จะถ่ายทอด ชีวิตและความคิดของลุงนวมทองที่หล่อหลอมมาจนเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ชิ้นดังกล่าว

แค่เมื่อมาอ่าน เรื่องย่อภาพยนตร์นวมทอง แล้วไม่แน่ใจว่าคนสร้างคิดที่จะสร้างหนังประวัติลุงนวมทอง หรือสร้างหนังแฟนตาซีเกี่ยวกับการเมืองไทย

ดังที่ประโยคที่สรุปว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้จะอาศัยเทคนิคการล่องหน เกิดเป็นเรื่องสนุกตื่นเต้น ตลกขบขัน และเศร้าสะเทือนใจคละเคล้ากันไป ตลอดจนแทรกประวัติศาสตร์การเมือง เปิดโปงเบื้องหลังเผด็จการ"
http://prachatai.com/sites/default/files/Proposal-budget-form_Nuamthong%28Thai%29.pdf

สำหรับผม การอาศัยพล็อต "ระลึกชาติ" ของหนังเรื่องนี้ อ่านไปอ่านมาดูเหมือนเป็นพวกจิตวิญญาณ ที่เชื่อในพลังวิเศษมากกว่าจะเชื่อเรื่องอำนาจที่มาจากการสร้างขึ้นเองของประชาชน สารภาพว่าอ่านไปแล้วนึกถึงหน้าสุวินัย ภรณวลัย มากกว่าแววตาของลุงนวมทอง ไพรวัลย์

http://www.youtube.com/watch?v=LjWOEASFc3U
แต่ถึงที่สุดแล้วในฐานะคนที่ติดตามข่าวเรื่องนี้ก็ขอเอาใจช่วยให้หนังเรื่องนี้ออกมาได้

 

โดยในบันทึกของนายธนาพล ยังมีการเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม และมีผู้ใช้ชื่อ “Bhuridata Jaiyasresratha” ร่วมแสดงความเห็นด้วยว่า

กูว่า เทคนิควิธีการเล่าเรื่องมันกลายเป็นเป้าหมายในตัวเองไปเลยว่ะ กูว่ามันน่าจะเป็นเครื่องมือที่มุ่งไปรับใช้เป้าหมายที่อยากไปถึงมากกว่า ...
แต่ก็เข้าใจว่าคงอยากจะสื่อสารในวงกว้าง อยากให้สนุก อยากให้แปลกๆ แต่ก็นั่นแหละ มันอาจพาคนดูไปผิดทาง ผิดเป้าที่อยากไปถึงเลยก็ได้

(อยากยกตัวอย่างนอกเรื่อง มิวเซียมสยามที่พยายามสื่อเรื่องสุวรรณภูมิให้ข้ามพ้นเรื่องชาติแบบเดิมๆ ดันเสือกมีห้องให้ยิงปืนใหญ่ใส่กองทัพพม่า เพื่อความสนุกสนานของเด็ก สุดท้าย เด็กแม่งจำออกมาว่า อยากฆ่าพม่าๆ ย้อนแย้งไม๊ล่ะ เฮ้อ...นี่เป็นเรื่องที่คนในมิวเซียมสยามพูดเองนะ)

กูว่านี่เป็นปัญหาคลาสสิคเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของนักคิดในสังคมไทยเลยล่ะ เอาแต่จะคิดงานแบบ hi-concept ไปขายกันอยู่นั่น (ลูกค้าแม่งก็จะเอาแต่ hi-concept เหมือนกัน) งานออกแบบ (ที่กูสังกัดอยู่) ก็เป็นด้วย น่าเบื่อ และเซ็งอย่างยิ่ง

กูคงอยากดูหนังนวมทองแบบง่ายๆ จริงๆ แต่สำรวจลึกลงไปในความเป็นมนุษย์ของแก เห็นหลายๆ ด้าน ไม่ตัดสิน ปล่อยให้คนดูพิจารณาเอาเอง ในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนนึงเช่นกัน กูว่าอย่าเอาแกมารับใช้อุดมการณ์ของกลุ่มตัวเองเลยวะ ปล่อยให้แกเป็นอิสระในฐานะมนุษย์ได้ไม๊ ... ขอร้อง
 

สำหรับนายนวมทอง ไพรวัลย์ (พ.ศ. 2489 - 31 ต.ค. 2549 รวมอายุ 60 ปี) คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส และต่อมา 1 เดือน ในคืนวันที่ 31 ตุลาคมหลังออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว นายนวมทองได้ผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออกเยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้ โดยนายนวมทองได้สวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์)

 

ภาพบรรยากาศงานระดมทุน :


หุ่นนิ่งในงาน


รูปปูนปั้น นวมทอง ไพรวัลย์


จ.เจตน์ รับบทเป็น “จีระ บุญมาก”


จิตรา คชเดช รับบทเป็น “ผู้นำกรรมกรในโรงงาน”

วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ร่วมปราศรัยในงาน

จาตุรนต์ ฉายแสง ร่วมร้องเพลงในงาน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์