"กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ" ยันไม่จ่าย 30 บาท ชี้ขัดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ

แถลงจุดยืนไม่ประสงค์จ่ายค่าบริการ 30 บาท แต่พร้อมบริจาคโดยสมัครใจ ระบุการเก็บค่าบริการ 30 บาท ขัดกับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพ เพราะจะกระทบต่อคนจน-คนจนที่สุด และแม้จะยกเว้นคนบางกลุ่ม แต่ก็ทำให้คนไปรับบริการด้วยศักดิ์ศรีที่ต่างกัน

(17 ส.ค.55) ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ แถลงข่าวยืนยันว่าไม่ประสงค์จะร่วมจ่ายค่าบริการ 30 บาท หลังกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่องการร่วมจ่ายค่าบริการ พ.ศ.2555 ซึ่งเป็นนโยบายให้ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ร่วมจ่ายสมทบในการใช้บริการ โดยจะร่วมกันเคลื่อนไหวต่อเนื่องทั่วทุกภาคของประเทศ พร้อมร่วมกันยื่นบัตร “ไม่ประสงค์จะร่วมจ่าย 30 บาท แต่พร้อมบริจาคโดยสมัครใจ”

สุภัทรา นาคะผิว โฆษกกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า การเร่งรัดนำนโยบายเก็บเงินค่าธรรมเนียม ร่วมจ่ายที่หน่วยบริการทุกครั้งที่ไปรับบริการ ครั้งละ 30 บาทนั้น ถือว่าขัดแย้งกับนโยบาย “ลดความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพ” เพราะการเก็บเงินจะส่งผลกระทบต่อคนจนถึงคนจนที่สุด มากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ ถึงแม้จะมีการยกเว้นประชาชนบางกลุ่มประชาชนที่ยากจน และประชาชนที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติก็ตาม จุดนี้ทำให้ประชาชนไปรับบริการด้วยศักดิ์ศรีที่ต่างกัน เพราะต้องชี้แจงทุกครั้งว่าไม่พร้อมจ่ายเพราะยากจนหรือเป็นกลุ่มที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ

โฆษกกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพยืนยันว่า หลักประกันสุขภาพเป็นสิทธิของประชาชนไทย ที่จะได้รับบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพมาตรฐาน อย่างเสมอหน้า ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ที่เท่าเทียมกัน ขอยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิประสงค์ไม่ร่วมจ่าย 30 บาทตามวงเล็บ 21 แต่พร้อมบริจาคโดยสมัครใจ โดยให้ตั้งกล่องบริจาคไว้ที่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถานบริการ

กชนุช แสงแถลง กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพฯ กล่าวว่า รัฐบาลอ้างว่าการเก็บค่าบริการจะช่วยพัฒนาหน่วยบริการและลดการไปใช้บริการเกินจำเป็น แต่ข้อเท็จจริงคือ การเก็บ 30 บาทไม่ช่วยพัฒนาคุณภาพหน่วยบริการได้จริงตามที่กล่าวอ้าง จากข้อมูลเมื่อปี 2546 รัฐบาลมีรายได้จากการเก็บค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 30 บาท รวมทั้งหมด 1,073 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.9 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับอัตราค่าเหมาจ่ายรายหัวทั้งหมดที่รัฐต้องจัดสรรเข้าระบบ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพสถานบริการ การพัฒนาคุณภาพหน่วยบริการต้องใช้การจัดการงบประมาณผ่านค่าใช้จ่ายรายหัว เพื่อยกระดับพัฒนาระบบคุณภาพการรักษาและการบริการประกอบกับการลดรายจ่ายที่เกินจำเป็น

“สำหรับประเด็นการไปใช้บริการแบบฟุ่มเฟือยที่ภาครัฐกล่าวอ้างนั้น ก็มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าไม่เป็นความจริง คือ จากสถิติการมาใช้ผู้บริการระหว่างปีที่ร่วมจ่าย 30 บาทต่อครั้ง กับปี 2550 เป็นต้นมาที่ไม่มีการร่วมจ่าย ก็ไม่มีความต่างในอัตราการใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ แต่คนมาใช้บริการมากขึ้น เพราะเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นได้มากขึ้นตามภาวะความเจ็บป่วยที่สูงขึ้น นอกจากนี้การจะไปโรงพยาบาลก็มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายเอง เช่น ค่าเดินทาง ค่าเสียรายได้อื่นๆ"

นายชโลม เกตุจินดา ผู้ประสานงานภาคใต้ กล่าวถึงผลการจัดสมัชชารับฟังความคิดเห็นผู้รับบริการในเขตภาคใต้ ว่าไม่เห็นด้วยกับการกลับมาเก็บ 30 บาท และความกังวลที่ชัดเจนที่สุดของประชาชน คือความขัดแย้งกันระหว่างผู้ให้บริการกับประชาชนที่จะเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างกลุ่มคนที่ได้รับการยกเว้น หรือกลุ่มที่ต้องร่วมจ่าย

ทั้งนี้ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จะร่วมกันเคลื่อนไหวทั่วประเทศเพื่อแสดงเจตจำนงไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ พร้อมรวบรวมรายชื่อยื่นต่อผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด โดยกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ และกลุ่มคนอิสานรักหลักประกันสุขภาพจะเคลื่อนไหวในวันที่ 22 ส.ค.นี้

อนึ่ง ประกาศดังกล่าว แบ่งกลุ่มบุคคลที่ยกเว้นไม่ต้องจ่าย 30 บาทได้ 5 หมวดใหญ่ๆ คือ 1.ผู้มีรายได้น้อย 2.กลุ่มวัย อายุ สภาพร่างกาย ใจ จิต มีจำนวน 5 ประเภท เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เด็กที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้น เป็นต้น 3.กลุ่มคนที่ทำประโยชน์ให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงอื่นๆ จำนวน 12 ประเภท เช่น อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหารผ่านศึก ฯลฯ 4.กลุ่มเฉพาะ/พื้นที่เฉพาะ จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ นักบวชในพุทธศาสนาและศาสนาอิสลาม รวมถึงครอบครัว แลประชาชนในเขตจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ระนอง กระบี่ พังงาและภูเก็ต 5.กลุ่มที่นอกเหนือจากข้อยกเว้นอื่นๆ จำนวน 1 ประเภท ได้แก่ บุคคลที่แสดงความประสงค์ไม่จ่ายค่าบริการ

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์