สภาผ่านฉลุยงบปี 2556 วุฒิสภานัดถกงบ 3-4 ก.ย.นี้

สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาทด้วยคะแนน 279 เสียงต่อ 8 เสียง งดออกเสียง 127 เสียง วุฒิสภาเตรียมถกงบต่อ 3-4 ก.ย.นี้ ด้านยิ่งลักษณ์ระบุขอฝ่ายค้านส่งข้อมูลทุจริต สวนดุสิตโพลล์ชี้หลังการอภิปรายงบประมาณ การเมืองไทยยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท ได้มีการพิจารณาเสร็จสิ้นและลงมติวาระสามเมื่อเวลา 01.39 น.ของวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ด้วยคะแนน 279 เสียงต่อ 8 เสียง งดออกเสียง 127 เสียง โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว. คลัง ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และจะนำข้อสังเกตของสมาชิกไปปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการบ้านเมืองต่อไป จากนั้นจึงปิดประชุมในเวลา 01.43 น.

โดยตลอด 3 วันของการพิจารณา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปนั่งฟังการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายแค่ 10 นาที

ปชป.ย้ำรบ.ล้มเหลวชี้แจงงบฯ

ด้าน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงข่าวในเช้าวันเดียวกันถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เมื่อวันที่ 15-17 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลล้มเหลวในการชี้แจงในหลายประเด็น และรัฐบาลควรได้รับสมญานามว่า เป็นรัฐบาลที่ “เปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสของประชาชน” ใน 4ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม ปีพ.ศ. 2555 รัฐบาลมีงบกลาง 1.2 แสนล้านบาท ที่ใช้ในการป้องกันและเยียวยาน้ำท่วม ในการเฉพาะหน้าและเรื่องเร่งด่วน เป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านจำเป็นต้องรู้ว่างบในจำนวนนี้รัฐบาลใช้ไปอย่างมี ประสิทธิภาพและเหมาะสมหรือไม่ในการที่จะอนุมัติของบประมาณเพิ่มเติม ในปี 2556 แต่รัฐบาลพยายามที่จะเลื่อนการมอบเอกสารและหาข้อแก้ตัว นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามเปิดช่องทุจริตโครงการน้ำท่วมในปีนี้ เพราะจะมีเงินกู้เข้ามาอีก 3.5 แสนล้าน

นายชวนนท์ ยังออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ถูกอัยการสั่งฟ้องเรื่องการประพฤติมิชอบ และอาจเข้าข่ายการทุจริต ในตำแหน่งหน้าที่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ กรณีส่งเสือไปจีนซึ่งตนปล่อยให้เรื่องแบบนี้ผ่านไปไม่ได้ และเชื่อว่าคนไทยไม่สบายใจที่นายกฯมอบหมายให้นายปลอดประสพมาดูแลเงินจำนวนนี้อย่างแน่นอน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนคนที่ดูแลเงินก้อนนี้

นายชวนนท์ กล่าวว่า 2.การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ออกมาระบุว่า จะแก้ปัญหายางพารา โดยการลดพื้นที่ปลูกป่า และตัดยางต้นเก่าทิ้ง 1 แสนไร่ รวมถึงส่งออกยางให้น้อยลง 1.5 แสนตัน แล้วยังจะขออนุมัติงบประมาณที่เหลืออีก 1.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่เคยขออนุมัติ ครม.ไว้ 3 หมื่นล้านบาท และได้ใช้ไปแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท? ตนอยากถามว่า 1.5 หมื่นล้านบาทแรก ที่นายณัฐวุฒิ นำไปใช้พยุงราคาให้ถึง 104 บาทต่อกิโลกรัมนั้น การใช้เงินเป็นอย่างไรและจะขอเพิ่มไปทำอะไรและนี่จะเป็นการเปิดช่องให้ทุจริต โกงกินการเมือง รัฐบาลเปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสประชาชน

อัด เจ๊ “ด” อยู่เบื้องหลังดูดงบ

นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า 3.โครงการจำนำข้าว รัฐบาลพยายามตัดตอนการทุจริต สร้างภาพว่าการทุจริตเป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือผู้ มีอำนาจ พยายามให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอสร้างภาพว่าลงไปตรวจสอบอย่างเต็มที่ ตนอยากเรียนว่าท่านทำตอนนี้เพราะเป็นช่วงงบประมาณเท่านั้น เพราะท่านต้องการก้อนเงินเม็ดโตอีก 2.6 แสนล้านบาท ที่จะนำไปรับจำนำถลุงกันเล่นในปีฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้ ซึ่ง 2.6 แสนล้านบาท ตามตัวเลขของทีดีอาร์ไอจะถึงมือเกษตรกรแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ จะตกอยู่ในมือนักการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการทุจรติคอร์รัปชั่น นี่เป็นการทุจริตมหาศาลและทำลายประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

“ไม่รู้ว่า“เจ๊ ด”ที่กล่าวถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แค่ไหน แต่มีข่าวลือว่า คนที่อยู่ในอาณัติต้องผลักดันโครงการนี้ให้ได้ เพราะเจ๊ดัน นอกจากนี้ม.หอการค้าไทยได้ออกมาแสดงผลการสำรวจโดยพบว่าเกษตรกรมีหนี้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น3-5เปอร์เซ็น ดังนั้นหากโครงการนี้ดีจริงเหตุใดเกษตรกรจึงมีหนี้เพิ่มขึ้น” นายชวนนท์ กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า และ 4.น้ำมัน ซึ่งโครงสร้างน้ำมัน ประกอบด้วย ราคาขายหน้าปั๊มน้ำมัน และกองทุนน้ำมัน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเพื่อไม่ให้ระดับราคาน้ำมันในประเทศสูง เมื่อไหร่ที่กองทุนน้ำมันติดลบแสดงว่ารัฐบาลเอาเงินไปช่วยประชาชน ให้ได้ใช้น้ำมันราคาถูก แต่วันนี้เราเกิดปฏิกิริยาสองเด้ง ขณะนี้กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และกำลังจะต้องกู้เพิ่ม ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้จริงน้ำมันและแก๊สต้องมีราคาถูก แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ทำกองทุนน้ำมันติดลบ น้ำมัน และแก๊สแพง เจ๊งกันหมดทุกฝ่าย ตกลงว่าเงินจำนวน 2 หมื่นล้านที่กู้มาตอนต้นปี กู้เพื่อให้เอกชน

เพื่อไทยอ้างฝ่ายค้านสอบตก

ทางด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมฝ่ายค้านที่ให้ความร่วมมือในการอภิปรายงบประมาณ ตามกรอบตลอด 3 วันที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีบางคนที่ล้ำเส้นและพูดพาดพิงบุคคลที่ 3 บ้างแต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่พอรับได้ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของเนื้อหาต้องถือว่าฝ่ายค้านสอบตก เพราะไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ที่น่าสนใจ แค่เอาข่าวตัดแปะจากหนังสือพิมพ์มาอภิปรายเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังเอาแต่ร้องแลกแหกกระเชอ ขอเอกสารซึ่งได้มอบให้ไปหมดแล้ว อยากฝากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในการอภิปรายการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ขอให้ทำการบ้านให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่คุยโม้แล้วสุดท้ายก็มาพูดจาวกวน ซ้ำซาก ไร้สาระ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกจากความสะใจของตัวเอง

วุฒิสภานัดถกงบ 3-4 ก.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ในส่วนของวุฒิสภานั้นนายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าทางกรรมาธิการฯ จะมีการนัดประชุมเพื่อสรุปรายงาน และข้อเสนอแนะในการพิจารณางบประมาณฯ จากนั้นจะนำเสนอรายงานต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้บรรจุในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่หารือกับนายนิคม ไวยรัชพานิช ว่าที่ประธานวุฒิสภา มีความเป็นไปได้ว่า วุฒิสภาจะนัดประชุมเพื่อพิจารณา วันที่ 3-4 ก.ย. นี้

อย่างไรก็ตามสำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ56 ของวุฒิสภา ซึ่งทำควบคู่ไปกับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พบการจัดงบประมาณที่ไม่โปร่งใส ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เช่น งบโครงสร้างพื้นฐาน สร้าง ซ่อมแซมถนน แหล่งน้ำ พบว่ามีการจัดสรรไปในพื้นที่ส.ส.ในพรรครัฐบาลมากกว่าพื้นที่อื่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามการพิจารณาของวุฒิสภา จะเป็นไปในภาพกว้าง อาจไม่ลงลึกอย่างที่ ส.ส.ทำ เพราะวุฒิสภาไม่สามารถไปปรับลดงบประมาณส่วนใดได้

“นายกฯ”เดินหน้าต้านคอร์รัปชั่น

เช้าวันเดียวกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธาน เปิดโครงการประเทศไทยก้าวไกล ไร้ทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเปิด 3 ช่องทางร้องเรียนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ได้แก่ ตู้รับเรื่องร้องเรียนทุจริตทั่วประเทศ, สายด่วน 1206 และสื่อออนไลน์ www.stopcorruption.co.th เพื่อรับข้อมูลจากประชาชน โดยข้อมูลทั้งหมดที่ประชาชนร้องเรียนจะส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้แต่ละทีมงานตรวจสอบต่อไป

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าโครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลต้องการสร้างความโปร่งใสใน การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านธุรกิจ ทั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ในด้านการตระหนักรู้ ทัศนคติเชิงบวก สร้างภูมิคุ้มกัน และความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย ควบคู่กับการสร้างค่านิยมบนพื้นฐานความถูกต้อง โดยอาศัยกลไกทางสังคมเป็นการลงโทษผู้กระทำผิด และสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการ ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และความประพฤติมิชอบในภาครัฐให้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของประเทศ

เร่งสร้างจิตสำนึกไม่โกง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าเรื่องนี้ทุกอย่างต้องค่อยๆ ทำและดูในเรื่องของการชี้วัดมากกว่า ไม่อยากให้ตั้งเป้าว่า คดีจะต้องจบ เพราะทุกอย่างถ้าจบที่การปราบปรามก็จะไม่มีทางออกแต่ถ้าจบการที่การสมัครใจ จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กว่า การใช้มาตรการในการตรวจจับ แล้วค่อยมาป้องกันปัญหาคงไม่ใช่ทางออก แต่เราต้องป้องกันแต่แรก โดยต้องสร้างจิตสำนึก และให้ทุกคนร่วมมือกันด้วยใจมากกว่า เพราะวันนี้ประชากรมีเยอะ เราคงไม่สามารถใช้กฎระเบียบต่างๆ มาขีดได้

อย่างไรก็ตามภายหลังเปิดงาน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีได้ร่วมแปรตัวอักษรบนลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด เป็นคำว่า สต๊อปคอร์รัปชั่น หรือหยุดคอร์รัปชั่น เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์แทนความร่วมมือของทุกภาคส่วน จากนั้นได้เขียนคำปฏิญาณลงบนกำแพงสีขาว เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจจริงในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น

ขอฝ่ายค้านส่งข้อมูลทุจริต

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีเรื่องของการทุจริต และมีการหักค่าหัวคิว นายกฯ กล่าวว่า ถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานก็ยินดี เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินคดีอยู่แล้ว วันนี้เราต้องติดตามและถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ฝ่ายค้านมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย ถือเป็นกลไกตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ?ยืนยัน รัฐบาลไม่ต้องการให้มีเรื่องนี้อยู่แล้ว และถ้ามีเมื่อไหร่ เราดำเนินการตามหน้าที่แน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเปิดงานต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ปรากฏว่า ได้มีเหตุระทึกขึ้นในบริเวณเดียวกัน เนื่องจากมีชายปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลานเซ็นทรัลเวิล์ด แสควร์ ที่นายกฯมาเปิดงานทำให้นายตำรวจติดตามนายกฯ ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มาดูแล

สวนดุสิตโพลล์ชี้หลังการอภิปรายงบประมาณ "การเมืองไทย" ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม

19 ส.ค. 55 - หลังจากที่มีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ที่มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 สค.-17 สค. เสร็จสิ้นลงโดยที่ประชุมมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณดังกล่าว เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองและเป็นฐานข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่สนใจติดตามการ อภิปรายทั่วประเทศ จำนวน 1,157 คน ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2555

 1. ประชาชนมีความคิดเห็นต่อ “การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี” ดังนี้

อันดับ 1 จะได้รู้ว่าในปีหน้ารัฐบาลมีโครงการอะไรบ้างที่จะช่วยเหลือประชาชน และประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากงบประมาณดังกล่าว /ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ 38.46%

อันดับ 2 เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการอภิปรายเพื่อพิจารณาความถูกต้อง โปร่งใส ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น

/เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 37.18%

อันดับ 3 เป็นการทำหน้าที่ของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านที่จะต้องมีการอภิปรายและชี้แจง /มีการถกเถียงกัน

ในประเด็นต่างๆ เนื่องจากมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน /ขัดแย้งกันเหมือนเดิม 24.36%

 2. ประชาชนได้ประโยชน์จากการอภิปรายครั้งนี้หรือไม่?

อันดับ 1 ได้ประโยชน์ 46.15% เพราะ จะได้รู้ว่ารัฐบาลนำเงินไปใช้ในเรื่องอะไรและช่วยเหลือประชาชนได้หรือไม่ ,เป็นงบประมาณจำนวนมากที่ควรมีการชี้แจง ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 42.32%เพราะ ยังมีบางประเด็นที่รัฐบาลตอบข้อซักถามไม่ชัดเจนและฝ่ายค้านมุ่งจับผิดมากเกินไป ,ต้องรอดูผลงานในปีหน้า ฯลฯ

อันดับ 3 ไม่ได้ประโยชน์ 11.53%เพราะ เป็นการเล่นเกมการเมืองมากเกินไป มีการตอบโต้กันไปมาและมีการประท้วงเหมือนเช่นเคย ฯลฯ

3. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การอภิปรายของรัฐบาล”

อันดับ 1 เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องตอบข้อซักถามหรือชี้แจงเหตุผลให้ฝ่ายค้านและประชาชนเข้าใจ 48.23%

อันดับ 2 การตอบข้อซักถามยังไม่ชัดเจน บางครั้งขาดเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลมายืนยัน 31.74%

อันดับ 3 รัฐบาลถือเสียงข้างมากย่อมผ่านมติในที่ประชุมอยู่แล้ว 20.03%

4. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ “การอภิปรายของฝ่ายค้าน”

อันดับ 1 เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องตรวจสอบการทำงานและความโปร่งใสของรัฐบาล 39.08%

อันดับ 2 เนื้อหาที่อภิปรายส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว อยากให้เน้นเรื่องงบประมาณในปีหน้า

ให้มากกว่านี้ 31.81%

อันดับ 3 ฝ่ายค้านมุ่งจับผิดเกินไป จนบางครั้งทำให้บรรยากาศในการประชุมดูแย่ลง 29.11%

5. สิ่งที่ประชาชน “พึงพอใจ” ต่อการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556

อันดับ 1 การอภิปรายงบประมาณครั้งนี้อยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด 40.20%

อันดับ 2 ประชาชนมีความเข้าใจและได้รับรู้ข้อมูลต่างๆเพิ่มมากขึ้น 32.46%

อันดับ 3 งบประมาณจำนวนนี้น่าจะช่วยพัฒนาประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ 27.34%

6. สิ่งที่ประชาชน “ไม่พึงพอใจ” ต่อการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556

อันดับ 1 บรรยากาศในการประชุมยังคงมีการประท้วง การทะลาะเบาะแว้งอยู่เหมือนเดิม /เสียเวลาที่ประชุม 59.54%

อันดับ 2 รัฐบาลตอบข้อซักถามไม่ชัดเจน /ฝ่ายค้านพูดเรื่องเก่าและพูดนอกเรื่องมากเกินไป 22.68%

อันดับ 3 เอกสาร ข้อมูลต่างๆที่นำมาใช้ในการอภิปรายมีน้อยไป ขาดความน่าเชื่อถือ 17.78%

7. ประชาชนคิดว่าสภาพการเมืองไทยหลังการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 เสร็จสิ้นลง จะเป็นอย่างไร?

อันดับ 1 เหมือนเดิม 64.11%เพราะ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านยังคงมีความคิดเห็นที่ขัดแย้ง แตกแยกอยู่เหมือนเดิม ,การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์เป็นการเล่นเกมการเมืองที่ไม่มีวันจบสิ้น ฯลฯ

อันดับ 2 ดีขึ้น 23.07% เพราะรัฐบาลสามารถเดินหน้าดำเนินงานตามนโยบายต่างๆที่กำหนดไว้ได้อย่างเต็มที่ ,การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3 แย่ลง 12.82%เพราะ เรื่องงบประมาณยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นไปอีก การออกมาเคลื่อนไหวหรือต่อต้านจากกลุ่มต่างๆ ,อาจมีการนำงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เกิดการทุจริต คอร์รัปชั่น , ฯลฯ

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: แนวหน้า, มติชน

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์