แนวทางการช่วยเหลือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

                ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะเกิดจากปัญหาความยากจน และอื่น ๆ เพื่อสวัสดิภาพของทุกฝ่าย จึงควรให้การช่วยเหลือตั้งแต่การจัดหาที่พักพิงแบบเช่าหรือแบบให้เปล่าชั่วคราว การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคม แต่ทั้งนี้ทำได้ยากเพราะงบประมาณของรัฐในด้านสังคมมีจำกัดเพียง 0.44% ของงบประมาณแผ่นดิน ต่ำกว่างบประมาณด้านการทหารถึง 17 เท่าตัว

                เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 ผมในฐานะประธานมูลนิธิอิสรชน (http://www.facebook.com/issarachonfoundation) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้การช่วยเหลือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ได้รับเชิญจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ไปเป็นวิทยากรในการสัมมนา “คนเร่ร่อน ไร้ที่พึ่ง เครือข่ายคำทำงาน เรียนรู้ รุกและรับเพื่อสร้างความเป็นธรรมและเตรียมความพร้อมบุคลากรก่อนเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน” ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

                จากการสำรวจข้อมูลของมูลนิธิอิสรชนพบว่า ในปี 2554 มีผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะประมาณ 2,600 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 8%  แต่ก็เป็นจำนวนที่ไม่มากนัก  อย่างไรก็ตามหากนับรวมขอทานซึ่งมีทั้งที่เป็นขอทานเดี่ยว สัญชาติไทย และขอทานที่เป็นกระบวนการค้ามนุษย์ทั้งไทยและเทศ ก็คงมีอีกเป็นจำนวนมาก  แต่ไม่ได้อยู่ในการสำรวจรอบนี้

                ในต่างประเทศพบว่า กรณีนครนิวยอร์ก มีประชากรผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ณ เดือนมิถุนายน 2555 อยู่ถึง 44,402 คน หรือประมาณ 0.5% ของประชากรนิวยอร์ก (ทุก ๆ 1 ใน 200 คนของชาวนิวยอร์ก เป็นผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ) [1]  ส่วนอินเดีย มีประชากรผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะถึง 78 ล้านคน หรือราว 7% ของประชากรในประเทศดังกล่าว [2]  อาจกล่าวได้ว่า ประเทศที่เจริญทางเศรษฐกิจกว่ามักมีจำนวนประชากรผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะน้อยกว่า

                การเกิดขึ้นของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะก็เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่สามารถอยู่อาศัยในระบบบ้านปกติ เช่น บ้านจัดสรร บ้านเช่า บ้านพักคนงานในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยฐานะที่ยากจนลง ไร้ที่พึ่ง ต่อต้านสังคม วิกลจริต หรืออื่น ๆ ทำให้ต้องมาเป็นผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ  ซึ่งอาจแยกย่อยเป็นกลุ่มผู้ไร้บ้าน (ควรมีบ้านได้แต่ฐานะยากจนเกินกว่าจะมีบ้านได้หรือเช่าบ้านได้) เยาวชน ผู้ให้บริการทางเพศ คนวิกลจริต หรือผู้ย้ายถิ่นทั้งที่ชั่วคราวหรือ (กึ่ง) ถาวร เป็นต้น

                การดำรงอยู่ของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะถือเป็นปัญหาที่กระทบต่อสวัสดิภาพของผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะและบุคคลอื่น  รัฐบาลจึงควรมีมาตรการที่พึงให้ความช่วยเหลือ เช่น

                1. การบำบัดต่าง ๆ โดยเฉพาะความหิวโหย ซึ่งถือเป็นการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้า

                2. การให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายคนไม่มีบัตรประชาชนเพราะหายไป หรือร่างกายไม่สะอาด ได้รับการรังเกียจจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

                3. การจัดที่อยู่อาศัยฉุกเฉินให้โดยไม่คิดมูลค่าเป็นการชั่วคราวโดยเฉพาะผู้ที่ควรได้รับการบำบัดเป็นพิเศษเมื่อพบเห็น

                4. การมีที่พักอาศัย เป็นเตนท์ หรือเตียงขนาดเล็กให้เช่าหลับนอนราคาถูก โดยตั้งอยู่ใกล้ ๆ เป็นการชั่วคราว และให้อยู่ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดจนกว่าจะเข้าสู่สังคมปกติได้ โดยอาจเช่าที่วัด ราชพัสดุ เอกชน หรือขอรับการบริจาคจากเอกชน เพื่อสวัสดิภาพในการอยู่อาศัยยามค่ำคืน  สถานที่ตั้งต้องเป็นในเขตเมือง ไม่ใช่ออกไปชานเมือง เพราะคงไม่มีผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะสามารถเดินทางไปพักผ่อนในยามค่ำคืนได้

                5. สำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้ ไม่มีอาชีพแต่จำเป็นต้องอยู่อาศัยในที่พักอาศัยให้เช่าข้างต้น ก็ควรมีบริการงานให้ทำเพื่อให้เกิดรายได้ เช่น งานทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ งานฝีมือ ฯลฯ เพื่อเป็นค่าที่อยู่อาศัยในยามค่ำคืน

                6. การฝึกอาชีพ สำหรับบุคคลปกติแต่ขาดรายได้ โดยไม่เพียงแต่สอนให้มีทักษะอาชีพ แต่ยังควรสอนให้เป็นผู้ประกอผู้ประกอบการที่ดี หรือเป็นลูกจ้างที่ดีในอนาคตด้วยเช่นกัน

                7. ในกรณีบุคคลที่ไม่ได้ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง แต่เป็นกลุ่มเยาวชน ผู้ให้บริการทางเพศ คนวิกลจริต ฯลฯ ต้องส่งสถานสงเคราะห์ให้การรักษาจนกว่าจะกลับเข้าสู่สังคมได้ตามปกติสุข

                8. การจัดหน่วย ‘ลาดตระเวน’ เพื่อตรวจสอบ ป้องปรามอาชญากรรมในยามค่ำคืนตามย่านชุมชนและสถานีขนส่งประเภทต่าง ๆ

                9. การสร้างฐานข้อมูลผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะโดยออกสำรวจตามย่านชุมชนทั่ว กทม.และปริมณฑล โดยในกรณีนครนิวยอร์ก ได้ระดมอาสาสมัครออกสำรวจในยามค่ำคืนหนึ่งพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ได้ข้อมูลผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะอย่างครบถ้วน และยังมีการสำรวจถึงจำนวนและสถานที่สาธารณะที่พักอาศัยต่อเนื่องทุกเดือนจนสามารถรู้จักผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะทุกราย

                อย่างไรก็ตามโอกาสในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ข้างต้นอาจจำกัด เนื่องจากงบประมาณของประเทศมีจำกัด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ งบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเพียง 0.44% ของงบประมาณแผ่นดิน หรือเป็นเงิน 10,516.7 ล้านบาท (เป็นของกรมสวัสดิการสังคมเพียง 6,000 ล้านบาท)  และหากเทียบกับงบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่ 180,811.4 ล้าน บาท (7.5% ของงบประมาณแผ่นดิน) นั้น กลับสูงกว่างบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ถึง 17 เท่าตัว [3]

                ด้วยงบประมาณที่จำกัดนี้ จึงทำให้สถานสงเคราะห์ มีอยู่อย่างจำกัดมาชั่วนาตาปี  โอกาสขยายจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สามารถรองรับความต้องการจำเป็นในการดูแลสวัสดิภาพของประชาชน ไม่สามารถทำงานเชิงรุกเพื่อการป้องปราม  รัฐจัดสวัสดิการสังคมผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่เพียงในนาม เพราะเจียดงบประมาณให้น้อยมากนั่นเอง

                การช่วยเหลือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะก็เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม และเพื่อสวัสดิภาพและความสงบสุขในสังคมของทุกภาคส่วน  บุคคลที่สนใจสามารถติดต่อให้การสนับสนุนมูลนิธิได้ตามเว็บไซต์นี้ http://www.facebook.com/issarachonfoundation หรือติดต่อที่ผมก็ได้ sopon@thaiappraisal.org

 

 

อ้างอิง    

[1] โปรดดูรายละเอียดที่ http://www.coalitionforthehomeless.org/pages/basic-facts

[2] โปรดดูรายละเอียดที่ http://www.slumdogs.org/homeless-facts/

[3] โปรดดูรายละเอียดที่http://www.bb.go.th/FILEROOM/CABBBIWEBFORM/DRAWER29/GENERAL/DATA0000/00000120.PDF

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์