สรุปคำพิพากษาศาลปกครองย้ายหมู่บ้านม้งแม่ตะละไม่ชอบ

ระบุชัด ทำให้สูญเสียอัตลักษณ์ทางสังคมวัฒนธรรมของตนโดยการยุบรวมกับอีกชุมชนหนึ่ง ย้ำมหาดไทยต้องคำนึงความสมัครใจของราษฎร 

 ตามที่ เมื่อวัน 27เม.ย.2555 ที่ผ่านมา ชาวบ้านแม่ตะละ ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ จำนวน 249 คน ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ หลังถูกแจ้งย้ายและจำหน่ายทะเบียนเพื่ออพยพชาวบ้าน หมู่ที่6 ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง ไปรวมกับหมู่ที่ 7 ต.แม่แดดอ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอำเภอที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่นั้น

นั่นทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว จึงตัดสินใจใช้กระบวนการต่อสู้ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ที่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ได้มีแถลงผลการวินิจฉัยให้เพิกถอนประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการบังคับให้ชุมชนบ้านแม่ตะละ ทำให้สูญเสียอัตลักษณ์ทางสังคมวัฒนธรรมของตน โดยการยุบรวมกับอีกชุมชนหนึ่ง ย้ำมหาดไทยต้องคำนึงความสมัครใจของราษฎร และต้องมีมติเห็นชอบจาก สภา อบต.เป็นต้น

จึงขอสรุปคำพิพากษา จากคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่ กรณีชาวบ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ รวม 249 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1, ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 2, และนายอำเภอสะเมิง ที่ 3 โดยได้มีการสรุปคำพิพากษาของศาลปกครองเชียงใหม่ เอาไว้ 3 ประเด็นดังนี้ คือ

1.ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวเขตบ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยศาลปกครองเชียงใหม่เห็นว่าปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้คือ การตั้งหมู่บ้านแม่ตะละตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลปกครองเชียงใหม่พิจารณาแล้วเห็นว่าประกาศทั้งสองฉบับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบ้านแม่ตะละนั้น คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่  แม้ว่าทางผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้ว่าราชการจังหวัด) จะอ้างว่าการดำเนินการออกประกาศทั้งสองฉบับนั้นชอบด้วยหมายแล้วเนื่องจากไม่ราษฎรรายใดคัดค้านหรือโต้แย้งประกาศทั้งสองฉบับ อีกทั้งการย้ายหมู่บ้านมาตั้ง ณ ที่ปัจจุบันนั้นผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้แจ้งให้ทางราชการทราบ ทางผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ทราบได้ว่ามีหมู่นี้ตั้งอยู่

จากการพิจารณาของศาลเห็นว่า การอพยพของราษฎรนั้นจะไม่ได้แจ้งให้ทางการทราบ ทางผู้ถูกฟ้องคดีย่อมต้องทราบโดยปริยาย เนื่องจากที่ผ่านมาทางผู้ถูกฟ้องคดีก็ยอมรับการมีอยู่ของหมู่บ้านดังกล่าวและให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรมาโดยตลอดอยู่แล้ว อีกทั้งประกาศกระทรวงทั้งสองฉบับออกประกาศหลังจากที่ราษฎรมีการอพยพโยกย้ายมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบันเป็นเวลานานถึง 20 ปี หากมีการตรวจสอบแนวเขตการปกครองอย่างแท้จริงย่อมต้องทราบว่าแนวเขตพื้นที่ของบ้านแม่ตะละ ตะละ หมู่ที่ ๖ ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในแนวเขตการปกครองอำเภอใด ดังนั้นข้ออ้างของผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่อาจรับฟังได้

ศาลจึงได้มีคำพิพากษาและคำบังคับให้เพิกถอนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 เฉพาะในส่วนของการกำหนดเขตหมู่บ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามดำเนินการกำหนดเขตหมู่บ้านแม่ตะละ (คือย้อนไปตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2540) ให้ถูกต้องตามกฎหมายภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

2.การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่ได้ดำเนินการแก้ไขประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 ในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดเขตหมู่บ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือไม่

ศาลเห็นว่าการกำหนดแนวเขตหมู่บ้านและตำบลต้องปฏิบัติให้ตรงตามข้อเท็จจริง ตามพรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ และหลักเกณฑ์ของหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีลักษณะเป็นกฎ ซึ่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำหนดแนวเขตการปกครองคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ต้องคำนึงถึงความสะดวกของราษฎร ในการเดินทางไปติดต่อราชการ

(2) เขตท้องที่ควรใช้สิ่งที่เป็นเส้นเขตได้แน่นอนและเห็นได้ง่ายเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครอง

(3) ให้คำนึงความสมัครใจของราษฎร โดยก่อนดำเนินการปรับปรุงเขตท้องที่ ต้องประชุมราษฎรในท้องที่ที่ของปรับปรุงเพื่อฟังความเห็นของราษฎรเสียก่อน

(4) การเปลี่ยนแปลงเขตท้องที่การปกครองระดับหมู่บ้านหรือตำบล ให้สภาตำบล(ปัจจุบันคือสภาองค์การบริหารส่วนตำบล) ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วย

ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นผลมาจากความบกพร่องในการตรวจสอบแนวเขตดังที่ศาลวินิจฉัยไว้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ออกประกาศทั้งสองฉบับดังกล่าวต้องเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศทั้งสองฉบับดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ประกอบกับไม่เคยปรากฏว่ามีการถามความสมัครใจของราษฎรและมติที่ประชุมของ อบต.  ฉะนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่ดำเนินการแก้ไขประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 ในส่วนที่เกี่ยข้องกับบ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน ฯ ให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

3.คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (นายอำเภอสะเมิง) เรื่องการแจ้งย้ายและจำหน่ายทะเบียนบ้านเพื่ออพยพราษฎรบ้านแม่ตะละ หมูที่ 6 ตำบลยั้งเมิน ฯ ไปรวมกับ บ้านแม่ตะละม้ง หมู่ที่ 7 ตำบลแม่แดด อำเภอกัลยานิวัฒนา ลงวันที่ 21 กันยายน 2554 นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามที่ต้องแก้ไขให้ตรงตามข้อเท็จจริง การใช้วิธีการแก้ไขโดยการยุบรวมหมู่บ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน ฯ ไปรวมกับหมู่บ้านอื่นเป็นวิธีการที่มิอาจทำได้ เพราะนอกจากจะขัดต่อประกาศประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 ข้อที่ 5 ที่กำหนดว่า เขตตำบลยั้งเมิน ให้มีเขตการปกครอง รวม 7  หมู่บ้าน คือ .....หมู่ที่ 6 บ้านแม่ตะละ ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่(หมายความว่าหมู่บ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมินฯ ยังคงมีสถานะความเป็นหมู่บ้านโดยชอบด้วยกฎหมาย)แล้ว ยังเป็นการบังคับให้ชุมชนบ้านแม่ตะละ ซึ่งมีอัตลักษณ์ทางสังคมวัฒนธรรมของตนเองโดยเฉพาะต้องสูญเสียอัตลักษณ์ทางสังคมวัฒนธรรมของตน โดยการยุบรวมกับอีกชุมชนหนึ่ง ที่มิได้มีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องยึดโยงกันในทางสังคมวัฒนธรรมและวงศ์วานเครือญาติ  เพียงเพราะหน่วยงานราชการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องมุ่งแต่จะให้ประกาศกำหนดเขตท้องที่ของทางราชการซึ่งกำหนดโดยคลาดเคลื่อนนั้นยังคงความถูกต้องไว้ ดังนั้นคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จากทั้งสามประเด็นดังกล่าวศาลจึงมีคำพิพากษาและคำบังคับดังต่อไปนี้

(1)ให้เพิกถอนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 เฉพาะในส่วนของการกำหนดเขตหมู่บ้านแม่ตะละ หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามดำเนินการกำหนดเขตหมู่บ้านแม่ตะละ (คือย้อนไปตั้งแต่วันที่29 พฤษภาคม 2540) ให้ถูกต้องตามกฎหมายภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

(2)ให้เพิกถอนประกาศสำนักทะเบียนอำเภอสะเมิง เรื่อง การแจ้งย้ายและจำหน่ายทะเบียนบ้าน เพื่ออพยพราษฎร หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ไปรวมกับหมู่ที่ 7 ตำบลแม่แดด อำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 21 กันยายน 2554 และให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ที่ให้แจ้งย้ายรายการบุคคลในทะเบียนบ้านของผู้ฟ้องคดีทั้งสองร้อยสี่สิบเก้าคนและราษฎรที่เหลือของหมู่ที่ 6 ทั้งหมดเข้าทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียนอำเภอสะเมิง และเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายรายการเลขที่บ้านของผู้ฟ้องคดีทั้งสองร้อยสี่สิบเก้าคนและราษฎรที่เหลือของหมู่ที่ 6 นับแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีคำสั่งดังกล่าว

(3)ให้คำสั่งศาลเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามประกาศสำนักทะเบียนอำเภอสะเมิง เรื่องการแจ้งย้ายและจำหน่ายทะเบียนบ้าน เพื่ออพยพราษฎร หมู่ที่ 6 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ไปรวมกับหมู่ที่ 7 ตำบลแม่แดด อำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 21 กันยายน 2554 ไว้เป็นการชั่วคราว คงมีผลบังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งย้ายหมู่บ้านม้งแม่ตะละ

http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/42212 "Times New Roman";color:#111111">

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์