ม็อบที่ดินเทือกเขาบรรทัดเดือด! ระดมปิดถนนเพชรเกษม

ม็อบที่ดินเทือกเขาบรรทัดเดือดนัดระดมปิดถนนเพชรเกษมวันนี้ เปิดยุทธการรักษาแผ่นดิน เพื่อเจรจาหน่วยงานรัฐ หักดิบอุทยานฯ หยุดฟันยาง หลังบุกที่ว่าการอำเภอนาโยง-ศาลากลางฯ ตรัง ประกาศจะแก้ปัญหาด้วยอุปกรณ์ทำกินที่มีอยู่

 
 
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2555 ที่สนามหญ้าข้างศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเขาบรรทัด ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง แนวร่วมปกป้องสิทธิที่ดินทำกินดั้งเดิมริมเทือกเขาบรรทัด จัดเวทีสาธารณะพูดคุยถึงนโยบายปราบปรามผู้บุกรุกทำลายป่าในภาคใต้ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับการที่ถูกประกาศทับชุมชนดั้งเดิม โดยมีชาวบ้านจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง กระบี่ และสตูล ร่วมประมาณ 300 คน
 
เวลา 10.00 น. นายเกียรติก้อง เส็นฤทธิ์ ตัวแทนแนวร่วมปกป้องสิทธิที่ดินทำกินดั้งเดิมริมเทือกเขาบรรทัด เปิดแถลงข่าวโดยมีใจความว่า นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 เป็นต้นมา ชาวบ้านไม่น้อยกว่า 40 – 50 ราย ได้รับความเดือดร้อน ถูกรื้อถอน 200 – 300 ไร่ ค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่บริเวณริมเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสตูล แถมยังมีพื้นที่เป้าหมายอีกไม่ต่ำกว่า 100 แปลง ซึ่งต้องรื้อถอนตามแผนงานโครงการฯ ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2555 หรือ อย่างช้าไม่เกินเดือนกันยายน 2555
 
นายเกียรติก้อง กล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้เดือดร้อนในหลายพื้นที่มีการประสานพลังเพื่อทวงสิทธิและปกป้องพื้นแผ่นดิน โดยจัดตั้งทีมเฉพาะกิจพร้อมร่วมกันกำหนดแผนงาน ภายใต้ชื่อว่า “แนวร่วมปกป้องสิทธิที่ดินทำกินดั้งเดิมริมเทือกเขาบรรทัด” เพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม โดยขอยืนยันว่า ที่ดินเป็นของชาวบ้านที่บรรพบุรุษได้ทำการบุกร้างถางพง มาก่อนการประกาศเป็นป่าอนุรักษ์ และมีสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และ 2550 ที่ยอมรับสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร
 
“พวกเราขอให้ทางกรมอุทยานฯ ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่โดยทันทีและขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 20 พฤษภาคม 25555 นโยบายการรื้อถอนต้นยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคใต้ และขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน เพื่อพิจารณาหาทางออกในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน” นายเกียรติก้อง ระบุ
 
ต่อมาเวลา 10.20 น. ชาวบ้านจังหวัดตรังที่ได้รับความเดือดร้อน จากนโยบายการรื้อถอนต้นยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคใต้ ของกรมอุทยานฯ ประมาณ 100 คน ได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอนาโยง และที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่อยื่นแถลงการณ์หยุดประพฤติตัวเยี่ยงโจร โค่นต้นยางคนจนของกรมอุทยานฯกับนายอำเภอนาโยง และนายอำเภอเมือง จังหวัดตรัง
 
แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหาว่า จากการที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าไปโค่นล้มต้นยางพาราของพี่น้องชาวบ้านใน อำเภอป่าพะยอม อำเภอศรีบรรพต และอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จำนวน 20 แปลง เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่เศษ โดยการดำเนินการของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นการเข้าไปดำเนินการในช่วงเช้ามืด ใช้กำลังนับพันคนพร้อมอาวุธครบมือ โดยไม่ได้มีการบอกกล่าวให้ชาวบ้านได้รับรู้แต่ประการณ์ใด ทำให้เกิดความความวิตกกังวลต่อพวกเราชาวบ้านในจังหวัดตรัง ผู้ทำมาหากินโดยสุจริตและมีการปกป้องเรียกร้องสิทธิของเรามาโดยตลอด
 
จนกระทั่งล่าสุด ได้มีการเจรจากับทางจังหวัดจนมีบันทึกข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 และต่อมาได้มีคำสั่งจังหวัดตรัง ที่ 308/2555 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการพื้นที่สมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ท้องที่จังหวัดตรัง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ที่ดินทำกินของสมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด หรือตามความเข้าใจของชาวบ้าน คือ เป็นคณะทำงานที่ไปตรวจสอบร่วมกันว่า เป็นที่ทำกินเดิมหรือเป็นการบุกรุกป่าใหม่ หากมีการบุกรุกใหม่ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากเป็นที่ทำกินเดิมก็ให้ทำกินตามปกติต่อไปจนกว่าคณะกรรมการระดับชาติจะได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน
 
แต่ทางกรมอุทยานฯ ไม่ได้เคารพข้อตกลงและคำสั่งโดยมีการติดป้ายดำเนินคดี และป้ายสีทำแนวเขตที่จะเข้าไปตัดโค่น หลังจากมีบันทึกข้อตกลงและคำสั่ง พวกเราเห็นว่าการกระทำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เป็นการกระทำที่มีพฤติการณ์เยี่ยงโจร มาปล้นคน โดยอ้างเพียงกฎหมายของตน ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนจน ไม่ต่างอะไรกับประเทศที่ปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการ
 
“วันนี้พวกเราชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา รวมตัวกันพร้อมมีดตัดยาง มีดพร้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ เพื่อร้องเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดตรัง ประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อยุติการตัดฟัน รื้อถอน ทำลาย โค่นต้นยางพารา ของชาวบ้านในท้องที่จังหวัดตรังทันที หากไม่มีการดำเนินการใดๆ เราจะร่วมชุมชนกับชาวบ้านอีก 4 จังหวัดเพื่อกำหนดมาตรการที่เข้มข้นกว่าเดิม” แถลงการณ์ ระบุ
 
ต่อมาเมื่อเวลา 11.20 น. ชาวบ้านได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดตรัง เพื่อยื่นแถลงการณ์ดังกล่าวกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง แต่ปรากฏว่าผู้ว่าฯ ไม่อยู่ และไม่มีใครลงมารับแถงการณ์ ชาวบ้านจึงส่งตัวแทนขึ้นไปยื่นแถลงการณ์กับนายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง
 
นายสาธร บอกกับตัวแทนชาวบ้านว่า จังหวัดไม่มีอำนาจไปก้าวก่ายกรมอุทยานฯ แต่จะทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรายงานความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพื่อประสานงานกับอธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ชะลอการตัดฟันยางพาราของชาวบ้าน
 
ด้านชาวบ้านอยากให้นายสาธร ลงไปพูดคุยกับชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่หน้าศาลากลาง แต่นายสาธร ปฏิเสธ ชาวบ้านจึงปักหลักหน้าศาลากลางบีบให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงมาพูดคุยกับชาวบ้านให้ได้ กระทั่งเวลา 12.41 น. นายไชยยศ ธงไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ลงมาพบกับชาวบ้าน พร้อมรับปากว่าจะนำปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านประชุมในระดับจังหวัดตรังและประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหา แต่ชาวบ้านไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ
 
จากนั้นชาวบ้านสลายตัวในเวลา 13.00 น.แล้วกลับมารวมตัวกันที่เวที ซึ่งมีการปราศรัยจากชาวบ้านที่ประสบปัญหาที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ฟันยางพารา จากจังหวัดพัทลุง ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช และสตูล จากนโยบายรื้อถอนยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคใต้ ของกรมอุทยานฯ โดยจี้ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 สิงหาคม 2555 ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี นโยบายรื้อถอนยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคใต้
 
ทั้งนี้ แนวร่วมปกป้องสิทธิที่ดินทำกินดั้งเดิมริมเทือกเขาบรรทัดมีการหารือและมีข้อตกลงร่วมกันว่า วันที่ 28 สิงหาคม 2555 นี้จะเปิดยุทธการรักษาแผ่นดินร่วมกันเคลื่อนพลใหญ่โดยให้ชาวบ้านในจังหวัดต่างๆ กลับไปรวบรวมกำลังคนให้มากที่สุด เตรียมจะปฏิบัติการณ์ปิดถนนเพชรเกษม เพื่อเจรจาต่อรองหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้อุทยานฯ หยุดฟันยาง
 
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์