โรเบิร์ท ฟิสก์ : ความจริงสีเลือดของสงครามกลางเมืองซีเรีย

ผู้สื่อข่าวสายตะวันออกกลางเขียนบทความลง The Independent แสดงความเห็นเรื่องสงครามซีเรียและเหตุสังหารหมู่ในดารายา ขณะที่รัฐบาลพยายามสร้างภาพต่อชาวโลกโดยตีตัวออกห่างกลุ่มทหารรับจ้างชาบิยา และให้ตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ ฝ่ายกบฏก็กลายเป็นผู้เผยแพร่ความรุนแรงที่ตนก่อเสียเอง

โรเบิร์ท ฟิสก์ ผู้สื่อข่าวสายตะวันออกกลางเขียนบทความลงในเว็บไซต์ The Independent ของอังกฤษ แสดงความเห็นต่อกรณีสงครามกลางเมืองในซีเรีย รวมถึงการสังหารหมู่ที่เมืองดารายาครั้งล่าสุด โดยที่เรียบเรียงมานี้เป็นบทความในวันที่ 26-27 ส.ค.

โรเบิร์ทกล่าวในบทความว่า มีรายงานการสังหารหมู่ครั้งใหม่ในซีเรียอยู่ทุกวัน และเมื่อวันที่ 26 ส.ค. เป็นการรายงานเหตุที่เมืองดารายา ซึ่งทางฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีอัสซาดบอกว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายกองทัพรัฐบาลบอกว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายที่ต่อต้านรัฐบาล โดยอ้างว่ามีภรรยาของทหารรายหนึ่งถูกยิงและทิ้งไว้ให้เสียชีวิตในดารายา

"แน่นอนว่ากองทัพทั้งหลายต้องการให้ตัวเองดูใสสะอาด ดิ้นทองพวกนั้น, ตราเกียรติยศพวกนั้น, คติทหารจากการสวนสนาม... แต่ปัญหาคือเมื่อพวกเขาไปทำสงคราม กองทัพมีพันธมิตรเป็นกลุ่มทหารรับจ้าง, มือปืน, กองหนุน,ฆาตกร,นักสังหารหมู่ผู้น่ารังเกียจ บางครั้งก็เป็นกลุ่มศาลเตี้ยในประเทศที่ทำแปดเปื้อนความเป็นคนของตัวเองด้วยเครื่องแบบและประเพณีที่เย่อหยิ่ง จนกระทั่งพวกนายพลทั้งหลายจะเปลี่ยนภาพลักษณ์พวกเขาใหม่ตอนเขียนประวัติศาสตร์" โรเบิร์ท ฟิสก์กล่าว

"แต่มันเป็นไปไม่ได้สำหรับกองทัพซีเรียที่จะลบชาบิยาออกจากหน้าประวัติศาสตร์สงครามต่อ 'ผู้ก่อการร้าย' หรือ 'กลุ่มติดอาวุธ' ที่ชื่อกลุ่มปลดปล่อยซีเรีย และอัล-เคด้า" ฟิสก์กล่าว เขาบอกอีกว่ากองทัพซีเรียเริ่มพยายามตีตัวออกห่างชาบิยา และทำเป็นว่ากองทหารของรัฐบาลกำลังต่อสู้ตามคำร้องขอของประชาชนให้ปกป้องประเทศ

ฟิสก์เขียนในบทความว่า สิ่งที่รัฐบาลซีเรียพยายามกระทำก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่หลายประเทศเคยทำไว้ในสงคราม คือการพยายามฟอกตัวเองให้บริสุทธิ์แล้วโยนว่าเหตุรุนแรงต่างๆ เป็นฝีมือของอีกกลุ่มหนึ่ง เช่นกรณีของสงครามโลกครั้งที่สอง

"กลุ่มสหพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองก็มีการสังหารผู้คนอย่างผิดกฏหมายเช่นเดียวกัน แม่ว่าจะไม่อยู่ในระดับเดียวกับศัตรู" ฟิสก์กล่าว "และต้องขอบคุณยูทูบด้วย ที่กลุ่มปลดปล่อยซีเรียอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ก็ได้โฆษณาฝีมือการฆาตกรรมของตัวเองในซีเรีย อย่างการผลักตำรวจตกจากดาดฟ้า และการยิงสมาชิกกลุ่มชาบิยาจนตายหลังจากที่ทรมานพวกเขาแล้ว สิ่งพวกนี้ไม่ได้ช่วยทำให้คุณนายคลินตัน หรือมองซิเออร์ฟาเบียส หรือศาลโลกดูดีขึ้นเลย" 

"การเก็บกวาดให้สะอาดกลายเป็นงานที่สกปรก" ฟิสก์กล่าว

บทความของฟิสก์เปิดเผยว่า ฝ่ายรัฐบาลที่ร่วมสู้รบในดามาสกัสเป็นหน่วยทหารกองพลที่ 4 อันโหดเหี้ยมของมาเฮอร์ อัล-อัสซาด น้องชายของบาชาร์ ผู้มีความรู้ด้านการทหารบอกว่ามันเป็นการสังหารหมู่ และซากศพที่กองอยู่นั้นมีบางส่วนไม่ใช่ชาวซีเรีย แต่เป็นชาวอียิปต์, จอร์แดน, ปาเลสไตน์, ชาวเติร์กหนึ่งคน และซูดาน โดยเขานับจากซากศพ 70 ศพในที่แห่งหนึ่ง มีอยู่ 42 รายที่ไม่ใช่ชาวอาหรับ

FSA บอกว่าพวกเขาสูญเสียคนไปแค่ 20 คน ขณะที่ทหารซีเรียเน้นว่าคนที่เสียชีวิตเป็นนักรบจากต่างชาติ ชายหนุ่มคนหนึ่งให้ความเห็นว่าทหารซีเรียไม่อยากคิดว่าตนยิงใส่ชาวซีเรียด้วยกันเอง พวกเขาจะรู้สึกดีกว่าหากได้เชื่อว่าพวกเขายิงใส่คนต่างชาติ

"สถิติของสงครามในซีเรียจะยังเป็นที่ถกเถียงต่อไป ทั้งสองฝ่ายต่างก็จะบอกว่าตนสูญเสียน้อยที่สุด และเมื่อสงครามจบแล้วก็จะโก่งตัวเลขผู้สละชีพฝ่ายตนให้ดูมาก พวกเราคงไม่มีทางรู้ตัวเลขที่แท้จริงของจำนวนประชาชนที่เสียชีวิต หรือรู้ตัวคนสังหารที่แท้จริงได้" โรเบิร์ท ฟิสก์กล่าว 

แต่ฟิสก์ก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลคนหนึ่งยอมรับในการมีตัวตนอยู่ของทหารรับจ้างชาบิยา เพียงแต่อ้างว่าพวกเขาเป็น 'ผู้ปกป้องหมู่บ้าน' ที่คอยคุ้มครองประชาชนจากศัตรูของรัฐบาล

ฟิสก์กล่าวถึงกรณีนี้โดยโยงกับเหตุการณ์ในอัลจีเรียที่มีการต่อสู้ระหว่างกลุ่มกบฏกับเผด็จการ ก็มีกลุ่มชาบิยาซึ่งคอยกระทำสิ่งโหดเหี้ยมต่อเมืองและหมู่บ้านที่เชื่อว่าเป็นผู้เห็นใจหรือถูกใช้โดย 'ผู้ก่อการร้าย' และในอัลจีเรีย และรัฐบาลอัลจีเรียในยุคนั้นก็เรียกศัตรูของตนว่าเป็นนักรบจากต่างชาติ

"ที่อัลจีเรียก็เรียกศัตรูของตนว่าเป็นนักรบจากต่างชาติเช่นกัน เป้นกลุ่มเดียวกับที่ต่อสู้ในสงครามอัฟกันเพื่อต่อต้านรัสเซีย และกลับมาทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ต่ออดีตเจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศส แล้วในตอนนี้ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสซึ่งเป็นรัฐฆราวาส แต่มีนิกายอลาไวท์เป็นผู้ปกครอง ผู้ปกครองเหล่านี้บอกว่ามีนักรบจากอัฟกานิสถาน ไม่ต้องแยกชื่อเลยว่าพวกเขาเป็น กลุ่มกองพลน้อยสามัคคี (Unity Brigades) กลุ่มภราดรภาพมุสลิม หรือ ซาลาฟิสท์ หรือชื่อดาดๆ อย่างกลุ่มปลดปล่อยซีเรีย (Free Syria Army) ไม่มีใครแปลกใจเลยหากพวกเขารู้ว่าอัลจีเรียกับซีเรียมีความใกล้ชิดกันมาด้านข่าวกรองการทหาร" ฟิสก์กล่าวในบทความ

แต่การพยายามสร้างภาพให้ชาวโลกได้เห็นของรัฐบาลซีเรียก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนัก แม้จะมีภาพข่าวแสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มคนติดอาวุธปืนคาลาชนิคอฟอยู่ใกล้กับกลุ่มผู้ประท้วงและช่างภาพก้สามารถจับภาพมือปืนที่โจมตีใส่ทหารในหมู่บ้าน วาดี คาลัค ได้เมื่อเดือน พ.ค. 2011 

ฟิสก์เปิดเผยในบทความอีกว่ากลุ่มกบฏในซีเรียมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ รวมถึงมีรายงานว่าฝ่ายกบฏได้จับตัวประชาชนจากรถบัสและบังคับให้บริจาคเงินจำนวนมากให้ FSA หรือไม่ก็ให้คนหนุ่มในครอบครัวเขาเข้าร่วมกลุ่มกบฏ ในหมู่บ้านราบเลย์ก็ใคนถูกฝ่ายกบฏใช้เป็นโล่มนุษย์

"รัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด ต้องเผชิญกับศัตรูที่มีทรัพยากรมาก มีอาวุธอย่างดี และมีความโหดเหี้ยม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก เช่นเดียวกับที่กลุ่มมูจาฮิดินได้รับการสนับสนุนเงินทุนและอาวุธจากตะวันตกในการต่อสู้กับสหภาพโซเวียตในอัฟกานิสถานช่วงปี 1980s" ฟิสก์กล่าว "ด้วยความที่มีกำลังคนอยู่ 50,000 นาย รถถังอีกราวๆ 4,000 คัน กองทัพซีเรียไม่สามารถพ่ายแพ้ แต่พวกเขาจะเอาชนะได้หรือ?"

 

ที่มา

Robert Fisk: The Syrian army would like to appear squeaky clean. It isn't, The Independent, 27-08-2012 http://www.independent.co.uk/opinion/commentators/fisk/robert-fisk-the-syrian-army-would-like-to-appear-squeaky-clean-it-isnt-8082070.html

Robert Fisk: The bloody truth about Syria's uncivil war, The Independent, 26-08-201 http://www.independent.co.uk/opinion/commentators/fisk/robert-fisk-the-bloody-truth-about-syrias-uncivil-war-8081386.html

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์