องค์กรชุมชนไทใหญ่ค้านการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับไปยังพื้นที่สงคราม

โดยออกแถลงการณ์เรียกร้องไม่ให้มีการผลักดันชุมชนผู้ลี้ภัยที่ชายแดนไทย-พม่าด้าน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ กลับไปยังเมืองทา ในรัฐฉาน ชี้ในพื้นที่ยังมีการสู้รบ และเต็มไปด้วยกับระเบิด และผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเมืองทา แต่อพยพมาจากพื้นที่ต่างๆ ในภาคกลางของรัฐฉาน

แผนที่ซึ่งแนบมากับแถลงการณ์ของชุมชนไทใหญ่ แสดงให้เห็นพื้นที่บ้านเมืองทา ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่รองรับการผลักดันผู้อพยพชาวไทใหญ่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยพบว่าในพื้นที่ยังคงเป็นที่ตั้งทางทหารของทั้งกองทัพพม่า กองทัพสหรัฐว้า และกองทัพรัฐฉาน

 

เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) องค์กรชุมชนไทใหญ่ ประกอบด้วย มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทยใหญ่ องค์กรสภาวะสิ่งแวดล้อมแห่งฉาน องค์กรเครือข่ายปฏิบัติงานสตรีฉาน องค์กรพลังเยาวชน และ กลุ่มประสานงานเยาวชน ได้เผยแพร่แถลงการณ์เรียกร้องไม่ให้ผลักดันผู้ลี้ภัยกลับในพื้นที่ที่ยังมีการสู้รบ

สำหรับเนื้อหาระบุว่า "ชุมชนไทยใหญ่มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับกรณี มีการเตรียมการผลักดันให้ผู้อพยพ มากกว่า 500 คน ที่อาศัยอยู่ในค่ายอพยพ ชายแดนไทยภาคเหนือ ให้กลับไปในพื้นที่ที่ยังมีความขัดแย้ง"

โดยในวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา สภาผู้อพยพนอร์เวย์ (Norwegian Refugee Council) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับสัญญาภายใต้โครงการการสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในพม่า นำโดยประเทศนอร์เวย์ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้อพยพในค่ายกุงจ่อ บริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยขึ้นสำรวจทุกบ้าน เกี่ยวกับการยินดีกลับไปยังหมู่บ้านเมืองทา ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 20 กม. โดยสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม องค์กรชุมชนไทใหญ่เปิดเผยว่า สภาพหมู่บ้านที่จะผลักดันกลับนั้น แทบจะเป็นหมู่บ้านร้าง โดยจัดเตรียมพื้นที่ให้เป็นแปลงพื้นที่อยู่อาศัยผู้อพยพ ระหว่างการเจรจาหยุดยิงระหว่างกองกำลังกู้ชาติรัฐฉาน ตอนใต้ กับรัฐบาลพม่า

ในแถลงการณ์ขององค์กรชุมชนไทใหญ่ระบุด้วยว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 กองทัพรัฐฉาน ได้ลงนามหยุดยิง และรัฐมนตรีว่าการกิจการรถไฟพม่าได้ให้สัญญาว่าจะยกพื้นที่หัวเมือง และเมืองทา ซึ่งอยู่ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ให้กองทัพรัฐฉาน อย่างไรก็ตามยังมีการสู้รบระหว่างทหารไทใหญ่กับพม่าในหลายพื้นที่ และยังมีการสู้รบในพื้นที่เมืองทาด้วย

ทั้งนี้ ผู้อพยพในค่ายกุงจ่อได้บอกกับผู้แทนชาวนอร์เวย์ในเดือนกรกฎาคมปี 2554 ว่า พวกเขายังไม่อยากกลับไปในพื้นที่เมืองทา เนื่องจากยังไม่ปลอดภัยจากทหารพม่า และกลุ่มอาสาสมัครที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล และเป็นพื้นที่ที่ยังเต็มไปด้วยกับระเบิด และผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เมืองทา แต่ได้หนีอพยพมาจากอำเภอต่างๆ ในภาค กลางของรัฐฉาน

โดยแถลงการณ์ขององค์กรชุมชนไทใหญ่ระบุว่า "การสำรวจวันนี้ ได้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้อพยพในค่ายเป็นอย่างมากและกลัวจะถูกผลักดันกลับในเวลาอันสั้น ถึงแม้สภาผู้อพยพนอร์เวย์ มีโครงการพัฒนาและช่วยเหลือในพม่า แต่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์การทำงาน กับผู้อพยพไทยใหญ่"

จายเครือแสง จากองค์กรสภาวะเพื่อสิ่งแวดล้อมไทใหญ่กล่าวว่า “ชาวอพยพไม่ได้เป็นหนูทดลองของกระบวนการสร้างสันติภาพ” เขากล่าวด้วยว่า “แทนที่จะผลักดันผู้อพยพกลับ กองทุนนานาชาติที่สนับสนุนสันติภาพ ควรผลักดันให้รัฐบาลพม่า เจรจาให้เกิด สันติภาพที่ยั่งยืน”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์กรชุมชนรัฐฉาน ได้เรียกร้อง ให้รัฐบาลและกลุ่มสนับสนุนต่างๆ ที่สนับสนุนสันติภาพในพม่า ควรวางตัวเป็นกลางและไม่ควรผลักดันกลุ่มชาติพันธุ์ ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ค.ศ. 2008 ของทหารพม่า

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น