22 ปี มรณกาล จ่าง แซ่ตั้ง : 'เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน'

                สำหรับหลายๆ คนแล้ว 26 สิงหาคม 2555 อาจเป็นแค่วันธรรมดา แต่สำหรับคนในแวดวงศิลปะ วันที่ 26 สิงหาคม 2555 เป็นวันครบรอบ 22 ปี แห่งการจากไปของศิลปินคนสำคัญคนหนึ่งในวงการศิลปะไทย “จ่าง แซ่ตั้ง”

                นอกจากวาระ 22 ปีแห่ง มรณกาลของ จ่าง แซ่ตั้ง แล้ว วันที่ 26 สิงหาคม 2555 หนังสารคดีสั้น “เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน” ก็ชนะเลิศรางวัลดุ๊ก (สารคดี) จากงานเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 16 สารคดีสั้น “เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน” เป็นผลงานของ ทิพย์ แซ่ตั้ง ทายาทของจ่าง ที่บอกเล่าเรื่องราวของ จ่าง แซ่ตั้ง กับพื้นที่ว่างของเขา ที่บรรจุผลงานสร้างสรรค์ของเขาทั้งชีวิต

                จ่าง แซ่ตั้ง เป็นศิลปินคนสำคัญคนหนึ่ง เขาเป็นทั้งจิตรกรและกวี จ่างเกิดที่ตลาดสมเด็จริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี จ่างได้เรียนหนังสือเพียงแค่ชั้นมูล ที่โรงเรียนเทศบาลสอง วัดพิชัยญาติ แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง จ่างจึงต้องหยุดเรียน และไม่ได้กลับเข้ารับการศึกษาในระบบอีกเลย จ่างฝึกฝนการวาดภาพด้วยตัวเอง ตั้งแต่วัยเยาว์ อาจพูดได้ว่า การสร้างงานศิลปกรรมทั้งหมดของจ่าง เกิดจากการที่จ่างศึกษาด้วยตนเองทั้งหมด โดยไม่ได้เข้ารับการศึกษาในระบบจากที่ไหนเลย

                จ่างมีชื่อเสียงจากการเป็นคนแรกในประเทศไทยที่สร้างงานศิลปะแบบนามธรรม (Abstract Art) จากการค้นพบของตนเองผ่านปรัชญาตะวันออก (เต๋าและพุทธ) โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก และจ่างยังเป็นคนแรกในประเทศไทยที่สร้างงาน “บทกวีรูปธรรม” (Concrete Poetry) หรือวรรณรูป โดยอาศัยการเขียนคำซ้ำๆ กัน และจัดวางในลักษณะที่คล้ายกับการเขียนรูป ในสมัยนั้น เคยมีคนว่าเขาเป็นกวีติดอ่าง แต่เวลาผ่านมาจนปัจจุบัน งานของจ่างถูกนำมาศึกษาในสถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่มัธยมศึกษา จนถึงระดับบัณฑิตศึกษา

                ทิพย์ แซ่ตั้ง ถ่ายทอดเรื่องราวของพ่อผ่านสารคดีสั้น “เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน” สารคดีสั้นความยาวประมาณ 36 นาที กับการเล่าเรื่องประกอบภาพผลงานและภาพถ่ายเก่า โดยเสียงของทิพย์ผู้เป็นทายาท มีผู้กล่าวว่าเสน่ห์ของสารคดีเรื่องนี้อยู่ที่การเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่สามารถสะกดให้ผู้ชมอยู่กับเรื่องราวที่สารคดีนำเสนอได้ตลอด 36 นาที

                หากใครยังจำได้ “เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน” เป็นชื่อของงานนิทรรศการของจ่าง ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แต่เกิดมหาอุทกภัยเสียก่อน งานนิทรรศการดังกล่าวจึงล้มเลิกไป และสารคดีเรื่องนี้ก็เป็นความตั้งใจเดิมในการที่จะเอาไว้ประกอบนิทรรศการดังกล่าว

                “ ฉันเคยรับจ้าง เขียนรูปเหมือนให้กับพ่อแม่ชาวบ้าน
                ฉันเคย เขียนภาพทิวทัศน์ แต่ไม่รับจ้าง
                ฉันเคย สร้างภาพจิตรกรรม แต่ไม่รับจ้าง
                ฉันเคย เขียนบทกวี แต่ไม่รับจ้าง
                เพราะฉันต้องการ ที่ว่างของฉัน
                ฉันไม่อยากเป็นแต่ขี้ข้าคนอื่น ฉันอยากมีตัวฉันเอง
                (ตอนหนึ่ง จากข้อเขียนของจ่าง แซ่ตั้ง ในหนังสารคดี)

                จากข้อเขียนดังกล่าว “ที่ว่าง” ของ จ่าง แซ่ตั้ง อาจหมายถึงพื้นที่ทางนามธรรมบางอย่าง ที่เป็นเสมือนพื้นที่สำหรับเจตจำนงในการสร้างสรรค์ของจ่าง ในขณะที่ชีวิตจริง จ่างก็ยังต้องหาเลี้ยงลูกเมียโดยการขายเก๊กฮวย แต่จ่างก็ยังต้องการ “ที่ว่าง” ของชีวิต ในการที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะที่จะหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา

                บน “ที่ว่าง” ของจ่าง เขาสร้างผลงานจิตรกรรมบนผ้าใบไว้ 214 ชิ้น จิตรกรรมบนกระดาษอีกกว่า 5000 แผ่น และงานเขียนทั้งบทกวี เรื่องสั้น งานทดลอง เรื่องแปล บทความ บันทึก และจดหมาย กว่า 90,000 แผ่น และอื่นๆ อีกมากมาย บน “ที่ว่าง” แห่งการสร้างสรรค์ของเขา เขาไม่เคยขายผลงานของเขาออกไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

                ในขณะที่การหาเงินเป็นเรื่องของการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง การทำงานศิลปะก็เป็นเรื่องของการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเช่นกัน

                เศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของ จ่าง แซ่ตั้ง  ถูกนำมาเล่าผ่านสารคดีสั้น “เพราะฉันต้องการที่ว่างของฉัน” โดย ทิพย์ แซ่ตั้ง ผู้เป็นทายาท และสารคดีสั้นเรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลดุ๊ก ซึ่งเป็นรางวัลชนะเลิศการประกวดสารคดีสั้น ในงานเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 16 จัดโดย มูลนิธิหนังไทย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2555 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 22 ปี มรณกาลของ จ่าง แซ่ตั้ง อีกด้วย

                แม้จ่าง แซ่ตั้ง จะจากไปกว่า 20 ปีแล้ว แต่สิ่งที่ จ่าง ได้สร้างเอาไว้ ก็ยังคงเหลืออยู่เป็นมรดกทางปัญญาให้กับคนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป