ศาสวัต บุญศรี: เมื่อหนังตัวอย่างบอกเรื่องมากเกินไป

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตั้งแต่เด็ก ผมเองเป็นคนที่ชอบเข้าโรงภาพยนตร์ก่อนหนังฉายตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้ไม่พลาดตัวอย่างหนังที่ฉายให้ดูก่อน ยิ่งช่วงมัธยมที่มีโรงหนังประจำจังหวัดแค่โรงเดียว หนังตัวอย่างกลายเป็นแหล่งความรู้เพียงไม่กี่แหล่งที่ทำให้เรารู้จักหนังเรื่องต่าง ๆ (และบ่อยครั้งหนังเหล่านั้นมันก็ไม่เข้า)

หนังตัวอย่างทำหน้าที่หลากหลาย แต่โดยอุดมคติของมันคือการปลุกความอยากให้คนดูเสียเงินไปชมภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ดังนั้นตัวอย่างหนังจึงมักตัดต่อเอาภาพที่เป็นจุดขายมาร้อยกันเป็นเรื่องราวสั้น ๆ เพื่อบอกกล่าวว่ามีเรื่องราวอย่างไร ใครเป็นตัวเอก เป็นหนังแนวรัก บู๊ล้างผลาญ หรือหนังผีกระตุกขวัญ ก็ว่ากันไป

การผลิตตัวอย่างหนังนั้นไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับไอเดียคนทำว่าต้องการเลือกเอาห้วงอารมณ์ไหนในหนังมาเล่าเป็นพิเศษ มีการวิเคราะห์กันว่าหนังตัวอย่างที่ดีจะต้องบอกให้คนดูเรื่องราวในระดับหนึ่ง มีภาพไฮไลท์ไคลแมกซ์ในเรื่องสลับกับบทบรรยายเรื่องเก๋ ๆ เท่ ๆ ซึ่งทุกท่านคงคุ้นชินกันดี แต่อย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกว่านี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ หนังตัวอย่างหลายเรื่องก็ฉีกตัวเองไปไกล บ้างก็พาไปดูเบื้องหลังบ้าง ใน Dogville ของ Lars Von Trier มีการสร้างห้องพิเศษและกล้องตั้งไว้เพื่อให้นักแสดงมาระบายความในใจ จากนั้นผู้กำกับก็เอาภาพในห้องลับนั้นมาตัดเป็นตัวอย่างหนัง (แบบนี้ก็มีด้วย) หรือ Turin Horse ของ Bela Tarr ก็มีเพียงม้าวิ่งและตะเกียงที่จุดอยู่เท่านั้น (ซึ่งไม่ได้บอกเรื่องราวอะไรเลย)

ช่วงนี้ค่ายหนังฮอลลีวูดหลาย ๆ เรื่องเกิดภาวะกลัวคนดูไม่เข้ามาชมหนังในโรงกัน จึงเกิดสไตล์เทรนด์ใหม่ ๆ ที่นำเสนอตัวอย่างหนังกันยาวเป็นพิเศษ แถมยังสร้างเป็นเรื่องราวคล้าย ๆ หนังสั้น โดยอาจจะเป็นช่วงซีนหนึ่งในหนังเรื่องนั้น ๆ ที่สำคัญไม่ได้ออกมาแค่ตอนเดียว บางเรื่องมาเป็นซีรีย์ ครั้งหนึ่งผมเองเข้าไปชมหนังในโรงแล้วมีตัวอย่างของภาพยนตร์ John Carter ฉายหลังจากเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ ตัวอย่างหนังที่ว่าเป็นฉากที่จอห์น คาร์เตอร์ไปโผล่ยังดาวอื่น และกองกำลังทหารไปพบจึงเกิดการต่อสู้กัน ซึ่งเบ็ดเสร็จเวลาไปเกือบสิบนาที ทำเอาผมเองเกิดหวั่นว่าตนเองเข้าโรงผิดหรือเปล่า แต่พอจบซีนนั้นเรื่องก็เฉลยว่าเป็นตัวอย่างหนัง

กรณีคลาสสิคเกิดขึ้นกับ The Amazing Spider-man หนังรีบู๊ทภาคแรก ทางมาร์เวลและโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อาจจะหวั่น ๆ ว่าการรีบู๊ทหนัง (เอาภาคแรกมาทำใหม่ในระยะเวลาทิ้งช่วงไม่ถึงสิบปี) จะเรียกกระแสให้คนมาดูได้น้อยเพราะคนยังจำสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังภาคแรกได้ ทางทีมงานโปรโมตเลยวางแผนจัดการตัดต่อตัวอย่างหนังออกมาหลายเวอร์ชั่นเป็นเรื่องเป็นราว อาทิฉากสไปเดอร์แมนต่อสู้กับเหล่าร้าย ฯลฯ โดยแต่ละฉากก็มีความยาวประมาณ 3-4 นาที โดยถือหลักการยิ่งเห็นมากก็ยิ่งตื่นเต้นอยากดูในโรงเพราะจะได้ยิ่งฟิน แต่กลายเป็นว่ามีเรื่องตลกเกิดขึ้น (ซึ่งผมเองไม่แน่ใจว่าจริงไหม) คือมีคนเอาตัวอย่างหนังหลากหลายเวอร์ชั่นเหล่านี้มาตัดต่อรวมกันเพื่อบอกว่านี่คือบทสรุปทั้งหมดของหนัง คุณไม่ต้องเข้าไปดูให้เสียเวลาหรอก ดูเวอร์ชั่นตัดต่อรวมกันนี่ก็เข้าใจเนื้อเรื่องทุกอย่างแล้ว

ล่าสุดเกิดขึ้นกับเรื่อง Ted หนังตลกปากร้ายมุกเสียดสีเจ็บ ๆ ใครได้ดูตัวอย่างเรื่องนี้ต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ากรูจะต้องไม่พลาด เพราะในตัวอย่างหนัง เจ้าเท็ด หมีซีจีพูดได้ช่างมีลีลากวนโอ๊ยและมุกกวนประสาทเรียกเสียงหัวเราะจนกลิ้งกันไปเลย ตัวอย่างหนังเองก็ออกมาหลายเวอร์ชั่นทั้งตามความยาวมาตรฐานไปจนถึงเป็นซีนสั้น ๆ ประมาณสองสามนาที (เช่นตรงที่เท็ดร่ายชื่อสาว ๆ ออกมาเป็นกระบุง เป็นต้น)

พอเข้าไปดูกลับกลายเป็นว่ามุกสำคัญ ฮา ๆ ที่กลายเป็นหมัดเด็ดจนเราขำกลิ้งมันดันไปอยู่ในตัวอย่างเสียเกือบหมดแล้วนี่สิ เลยเกิดภาวะ ‘รู้หมดแล้ว’ และ ‘ขำไปหมดแล้ว’ ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นปัญหามากเพราะหากเราเข้าไปเจอสิ่งที่เราเคยเห็นมาก่อนในตัวอย่างหนัง ความผิดหวังย่อมตามมาอย่างช่วยไม่ได้ โอกาสในการบอกต่อของคนดูก็คงไม่มากนัก กรณีแบบนี้คล้าย ๆ กับหนังตลกไทยหลาย ๆ เรื่องที่ตัดต่อเอามุกตลกเข้าไปในหนังโดยหวังลักษณะตีหัวเข้าบ้าน มุกตลกในเรื่องกับในตัวอย่างมีไม่ต่างกัน คนดูเลยผิดหวังกันไป

เรื่องนี้คงต้องศึกษากันในระยะยาวอีกสักหน่อยดูว่าแผนการตลาดเน้นตัวอย่างหนังที่หลากหลายเวอร์ชั่นและเล่าเรื่องยาวรวมถึงเปิดเผยเรื่องมากกว่าปกตินี้ได้ผลมากน้อยเพียงใด (John Carter รายได้เจ๊ง ส่วน The Amazing Spider-man และ Ted ได้รายได้ที่น่าพึงพอใจ) ซึ่งอีกปีสองปีข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นเทรนด์ของการผลิตตัวอย่างหนังใหม่ ๆ ออกมาเรียกน้ำย่อยคนดูกันว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญยังไงก็กระตุ้นให้เรากระเป๋าฉีกกันอีกเป็นแน่

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์