ล่าชื่อร้อง ป.ป.ช.ห้าม "ข้าราชการพลังงาน" เป็นบอร์ด "กิจการด้านพลังงาน"

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชวนร่วมลงชื่อเรียกร้อง ป.ป.ช.ใช้อำนาจตามกฎหมาย ห้ามไม่ให้ปลัดกระทรวงพลังงาน-ข้าราชการ ก.พลังงานเป็นกรรมการในบริษัทกิจการด้านพลังงาน ชี้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชาติ-ประชาชน

 
วันนี้ (11 ก.ย.55) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหน้าเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มีการเชิญชวนประชาชนทั่วไปชวนร่วมลงชื่อเรียกร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ห้ามไม่ให้ปลัดกระทรวงพลังงาน และข้าราชการในกระทรวงพลังงานเป็นกรรมการในบริษัทที่ประกอบกิจการด้านพลังงาน เหตุหวั่นเกรงผลประโยชน์ทับซ้อนจากการปฏิบัติหน้าที่
 
ข้อมูลในหน้าเว็บดังกล่าวระบุว่า มีหลักฐานปรากฏชัดว่า ณ ขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงในกระทรวงพลังงานหลายตำแหน่ง เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น อันเป็นการดำเนินกิจการต้องห้ามตามความในมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
 
เพื่อยับยั้งป้องกันการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว กำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามความในบทบัญญัติดังกล่าวเพิ่มเติมโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนี้ 1.ปลัดกระทรวงพลังงาน 2.รองปลัดกระทรวงพลังงาน 3.อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 4.อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน 5.อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 6.ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
 
นอกจากยังมีการเผยแผร่ข้อมูลผลประโยชน์ทับซ้อนในกิจการพลังงาน อาทิ
 
 
 
 
เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระทรวงพลังงาน
 
ตำแหน่งในบริษัทเอกชน 
 
นายคุรุจิต  นาครทรรพ
รองปลัดกระทรวงพลังงาน
กรรมการบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจน้ำมัน มีโรงกลั่นน้ำมัน กำลังการกลั่น 170,000 บาร์เรล/วัน ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย
ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) (RATCH) รับซื้อเชื้อเพลิงโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติจาก ปตท. เพื่อผลิตไฟฟ้า
 
นายศิริศักดิ์  วิทยอุดม
รองปลัดกระทรวงพลังงาน
กรรมการบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ ปตท. ประกอบกิจการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร มีโรงกลั่นน้ำมัน กำลังการกลั่น 215,000 บาร์เรล/วัน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
 
นายทรงภพ  พลจันทร์
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
กรรมการบริษัท ปตท เคมิคอล จำกัด(มหาชน)  บริษัทในเครือ ปตท. ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ครบวงจร
 
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
กรรมการบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือ ปตท. ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมัน มีกำลังการกลั่นมากที่สุดในประเทศไทย 280,000 บาร์เรล/วัน
 
นายวีระพล  จิรประดิษฐกุล
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
กรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือ ปตท. เป็นผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยและต่างประเทศ จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ คอนเดนเสทให้แก่ ปตท.
 
นายไกรฤทธิ์  นิลคูหา
อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กรรมการบริษัท ปตท จำกัด(มหาชน)
และกรรมการบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือ ปตท. ที่มีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศไทย มีกำลังการกลั่น 120,000 บาร์เรล/วัน
 
 
ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบฟอร์มร่วมลงชื่อได้ที่ เว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (คลิก)
 
ทั้งนี้ มาตราที่ 100 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (กฎหมาย ป.ป.ช.) อยู่ในหมวด 9 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม (มาตราที่ 100-103) โดยบทบัญญัติมาตรา 100 มีข้อความดังนี้
 
มาตรา 100 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดดำเนินกิจการดังต่อไปนี้
 
(1) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจ กำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี
 
(2) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญา กับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี
 
(3) รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเข้าเป็นคู่สัญญา กับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือ เข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว
 
(4) เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่หรือ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ ทางราชการหรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น
 
เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
ให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับคู่สมรสของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามวรรคสอง โดยให้ถือว่าการดำเนินกิจการของคู่สมรสดังกล่าว เป็นการ ดำเนินกิจการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์