กองทัพคะฉิ่นระบุทหารพม่าใช้ปืนใหญ่ยิงใส่หมู่บ้านพลเรือน

สถานการณ์สู้รบในรัฐคะฉิ่นที่ดำเนินมากว่า 1 ปีนั้น ล่าสุดมีรายงานว่าทหารพม่าเคลื่อนเข้าใกล้ที่มั่นใหญ่ของฝ่ายกบฎ ในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างกองทัพคะฉิ่นและรัฐบาลพม่าสะดุดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ด้านโฆษก UNHCR ระบุเจ้าหน้าที่จีนเริ่มผลักดันผู้ลี้ภัยจากรัฐคะฉิ่นกลับพม่า ทั้งๆ ที่ในพื้นที่ยังมีการสู้รบอยู่

กองทัพอิสรภาพคะฉิ่น (Kachin Independence Army - KIA) แถลงว่ากองทัพพม่าได้ใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าใส่พื้นที่ของพลเรือนที่อยู่รายรอบฐานที่มั่นที่เมืองลายซา ของกองทัพ KIA

KIA ระบุว่ากองพันทหารปืนใหญ่ที่ 364 และ 370 ภายใต้กองบัญชาการทหารปืนใหญ่พม่าได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มม. เข้าใส่ฐานที่มั่นของ KIA ทางตอนเหนือของพม่าตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน

ลา นาน โฆษกขององค์กรอิสรภาพคะฉิ่น (Kachin Independence Organization - KIO) ซึ่งเป็นปีกทางการเมืองของ KIA แถลงว่ากองทัพพม่ายิงปืนใหญ่ใส่หมู่บ้านที่ KIA ควบคุมทุกๆ คืน "ทำให้เราประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับแผนสันติภาพ"

ลา นาน เปิดเผยด้วยว่า ทหารรัฐบาลพม่าได้เคลื่อนเข้าใกล้ฐานที่มั่นใหญ่ของฝ่ายคะฉิ่น ที่ซึ่งมีพลเรือนชาวคะฉิ่นหลายพันคนหลบภัยอยู่ ทั้งยังไม่มีสัญญาณว่าท่าทีอันเป็นปฏิปักษ์เช่นนี้จะยุติ ในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างผู้นำ KIO และรัฐบาลเองก็ยังคงถูกระงับ

ลา นาน กล่าวด้วยว่า KIO ได้ติดต่อล่าสุดกับผู้แทนพม่าจากเนปิดอว์เมื่อเดือนกรกฎาคม และหลังจากนั้นเป็นต้นมาการสู้รบระหว่างทหารคะฉิ่นกับทหารพม่าก็ทวีความเข้มข้นมากขึ้น

ทั้งนี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีทหารพม่าอย่างน้อย 50 รายเสียชีวิตเนื่องจากเกิดเหตุระเบิดของกระสุนครกเกิดตกใส่อาคารเก็บวัตถุระเบิดและเชื้อเพลิง ที่เขตชารองข่า ในเมืองผาคาน รัฐคะฉิ่น ในขณะที่มีรายงานด้วยว่าขณะนี้รัฐบาลพม่าได้ห้ามไม่ให้ส่งความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เข้าไปให้ผู้ลี้ภัยชาวคะฉิ่น ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของทหารคะฉิ่น

วิเวียน ตัน โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำภูมิภาคเอเชีย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอิระวดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมนี้ ผู้ลี้ภัยชาวคะฉิ่นกว่า 5,000 คน ถูกเจ้าหน้าที่จีนบังคับให้อพยพกลับเข้าไปในรัฐคะฉิ่นซึ่งยังมีการสู้รบอยู่ ทั้งนี้ UNHCR ได้ร้องขอทางการจีนให้ยุติการส่งผู้ลี้กลับไปยังรัฐคะฉิ่น

ทั้งนี้ UNHCR ไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวคะฉิ่นซึ่งอาศัยตามแนวชายแดนจีนได้ แม้จะขออนุญาตจากทางการจีนหลายต่อหลายครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของ UNHCR สามารถเข้าไปในพม่าผ่านทางเมืองลวยเจ (Lwe Je) เพื่อกระจายสิ่งของช่วยเหลือและประเมินความต้องการของผู้อพยพที่ต้องอพยพกลับเข้าพม่า

ทั้งนี้ UNHCR ได้แจกสิ่งของช่วยเหลือ ประกอบด้วย ผืนผ้าใบ ผ้าห่ม มุ้ง ชุดทำครัว และอุปกรณ์อาบน้ำ ให้กับผู้อพยพ 1,200 คน ในค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDP) ที่ลวย เจ

สำหรับกองทัพอิสรภาพคะฉิ่น หรือ KIA ได้ทำสัญญาหยุดยิงกับกองทัพพม่าตั้งแต่ปี 2537 และได้พื้นที่ปกครองตนเองบริเวณชายแดนรัฐคะฉิ่นติดกับจีน อย่างไรก็ตาม เกิดเหตุตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่ปี 2553 หลัง KIA ปฏิเสธเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (Border guard force - BGF) ตามคำสั่งของกองทัพพม่า และได้เกิดการปะทะกันเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ปี 2554 เมื่อทหารพม่ามากกว่า 200 นาย ได้ข้ามมายังเขตควบคุมของ KIA และโจมตีฐานของทหารคะฉิ่น โดยจากข้อมูลของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยแล้วกว่า 90,000 คน

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

KIA Claims Howitzer Mortar Shelling on Villages, By SAW YAN NAING / THE IRRAWADDY| September 11, 2012 http://www.irrawaddy.org/?slide=kia-claims-howitzer-mortar-shelling-on-villages

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์