มหากาพย์เหมืองหินสุวรรณคูหา 'คนดงมะไฟ' เดินหน้าฟ้องศาลถอนใบอนุญาตใช้ที่ป่าทำเหมือง

ชาวดงมะไฟรวมเดินขบวนยื่นฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่งอนุญาตเอกชนทำเหมืองแร่หินในพื้นที่ป่าสงวนฯ ชี้กระบวนการไม่ถูกต้องขาดการมีส่วนร่วม หลังสู้ค้านเหมืองหินยาวนานกว่า13 ปี อายุประทานบัตรหมดจนได้ต่อใบอนุญาตใหม่ แต่ปัญหายังอยู่

 
วันนี้ (19 ก.ย.55) เวลาประมาณ 10.30 น. ณ ศาลปกครองอุดรธานีชาวบ้าน ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู จำนวนกว่า 200 คน เดินขบวนเข้ายื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้เอกชนทำเหมืองแร่หินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 
 
ตัวแทนชาวบ้านจำนวน 78 คน พร้อมด้วยนายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ตัวแทนสภาทนายความ และโครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้แทน ยื่นฟ้องรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำเลยที่ 1 อธิบดีกรมป่าไม้ จำเลยที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู จำเลยที่ 3 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของหน่วยงานรัฐดังกล่าวซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังทำให้ชาวบ้านได้รับความเสียหายอันไม่อาจประเมินค่า และขอให้ศาลปกครองคุ้มครองการทำเหมืองแร่หิน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด 
 
ภาพโดย: โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ EnLAW 
 
 
ล่าสุด ศาลปกครองอุดรธานีแผนกคดีสิ่งแวดล้อมประทับรับฟ้องเพื่อพิจารณาไต่สวนแล้ว
 
 
การฟ้องคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อปลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐดังกล่าวมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง ในท้องที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นเวลา 10 ปี โดยไม่ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน
 
สำหรับข้อสังเกตในการฟ้องคดีประกอบด้วย 1.ใบอนุญาตดังกล่าว ขัดกับระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2548 เนื่องจากเป็นการอนุญาตทั้งที่ยังมีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่และองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟไม่ได้ให้ความเห็นชอบ
 
2.ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามออกใบอนุญาตให้เอกชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดี ประชาชนและชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกระบวนการต่างๆ เป็นการละเมิดต่อสิทธิในการมีส่วนร่วมของผู้ฟ้องคดีตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 66 และ มาตรา 67 ได้รับรองและคุ้มครองไว้
 
3.การออกใบอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองแร่หิน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี ทั้งที่เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางพรรณไม้และพืชสมุนไพร เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ และมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่าทางโบราณคดีนั้น ได้ส่งผลให้ชุมชนไม่อาจเข้าใช้ประโยชน์ ในด้านการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งต้นน้ำและแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่เหมือนเช่นในอดีต อันเป็นการทำลายวิถีชีวิตของชุมชนที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้ฟ้องคดี ประชาชนและชุมชนยิ่งกว่าประโยชน์ที่รัฐได้รับ 
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2542 ชาวบ้าน ต.ดงมะไฟได้ต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-ป่านากลางเรื่อยมา แม้บางคนจะล้มตาย บางคนต้องกลายเป็นจำเลย แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมแพ้ 
 
เมื่อปี 2543 อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ป่าไม้จังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ประกาศให้เขตพื้นที่ ภูผารวก ผาจันได เขาเหล่าใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ได้รับประทานบัตรให้ทำการขุดเจาะเพื่อสร้างโรงโม่หิน โดยตั้งแต่ เดือนก.ย.2543-ก.ย.2553 เป็นระยะเวลา 10 ปี
 
ในปี 2544 ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนประทานบัตรการทำเหมืองแร่ของเอกชน แม้สุดท้ายศาลปกครองสูงสุดจะยกฟ้อง แต่อายุประทานบัตรก็หมดอายุลงพอดี เป็นเหตุให้เอกชนต้องเริ่มขอต่อใบอนุญาต รวมถึงการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อเข้าทำเหมืองแร่ในพื้นที่อีกครั้ง
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์