ผู้ว่าฯ กทม. เผยในรอบ 20 วันเกิดฝนตกคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำฝน กทม. ทั้งปี

ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เขียนบทความชี้แจงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ว่าเนื่องมาจากฝนตกในรอบ 20 วัน มีปริมาณถึง 1 ใน 3 ของปริมาณฝนที่ตกทั้งปี หรือเท่ากับครึ่งหนึ่งของน้ำในเขื่อนป่าสัก ชี้การที่สามารถระบายน้ำภายใน 1-3 ชั่วโมง และไม่มีน้ำท่วมขัง เป็นผลมาจากการที่ข้าราชการ และลูกจ้างกรุงเทพมหานครทำงานหนัก ชี้ผู้ว่าฯ โอซาก้ายังบอกว่าถ้าฝนตกเกิน 60 มม. ก็มีปัญหาเหมือนกัน

ผู้ว่าราชการ กทม. ตรวจอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบ

วันนี้ (25 ก.ย.) วอยซ์ทีวีรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจระบบการทำงานของอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบ เพื่อตรวจสอบการระบายน้ำเส้นคลองหลักตะวันออก เช่น คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองบางเขน  ส่วนสถานการณ์การพร่องน้ำในคลองสายหลักขณะนี้ ได้พร่องน้ำในคลองแสนแสบอยู่ระดับต่ำกว่าน้ำทะเลปานกลาง 60 -80 เซนติเมตร จาก ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 20 เซนติเมตร โดยจากการระบายน้ำ ที่เกิดจากฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตร  ทางกทม.ได้เดินเครื่อบสูบน้ำเต็มที่แล้ว เช่นที่อุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบ เปิดเครื่องสูบน้ำ  4 เครื่อง ระบายน้ำได้ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถระบายน้ำฝนได้ถายใน 2-3  ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่รอบอุโมงค์ 50 ตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า กทม. ทำงานระบายน้ำอย่างหนัก และประสานกรมชลประทานในการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำฝั่งตะวันออกและตะวันตกเป็น 2 เท่า  โดยให้น้ำออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่นักวิชาการ ออกมาระบุว่า กทม.ควรเร่งพร่องน้ำให้มากกว่านี้นั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่า ขณะนี้ได้เร่งพร่องน้ำแล้ว ซึ่งมีปัญหากับการเดินเรือในคลองแสนแสบ และบ้านเรือนประชาชนริมฝั่งคลอง ดังนั้นหากใครไม่รู้เรื่องนี้อย่างแท้จริง ก็ขอให้อย่าออกมาแสดงความคิดเห็น

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รับฟังสถานการณ์น้ำที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 23 ก.ย. 55 (ที่มา: เฟซบุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)

 

เขียนบทความเรื่อง "สถานการณ์น้ำทั่วไป" เผยปริมาณฝนในรอบ 20 วันเท่ากับ 1 ใน 3 ของทั้งปี

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เขียนบทความ "สถานการณ์น้ำทั่วไป" เผยแพร่ในเฟซบุคของตนมีรายละเอียดดังนี้

 

สถานการณ์น้ำทั่วไป

วันนี้มารับฟังสถานการณ์น้ำทั่วไปนะครับ จากการรายงานก็สรุปสั้นๆ คือ “น้ำเยอะ แต่ยังไม่มีปัญหามากนัก ยกเว้นในพื้นที่กรุงเทพตะวันออก นอกคันกั้นน้ำนะครับ ซึ่งอาจมีปัญหาถ้าในสัปดาห์นี้มีฝนตกเพิ่มเติม”

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น สืบเนื่องมาจากฝนตกหนัก ปีๆ นึงจะมีฝนตกประมาณ 1,500 มิลลิเมตรต่อปีนะครับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 4 กันยายนมีฝนตกประมาณ 800 มิลลิเมตร วันที่ 4 กันยายนถึงวันที่ 23 กันยายน มีฝนตกมากกว่า 500 มิลลิเมตรครับ เท่ากับ 1 ใน 3 ของปริมาณฝนที่ตกปีต่อปี ภายใน 20 วันเท่านั้นนะครับ 

ถ้าจะดูกันในแง่ของปริมาตรน้ำที่ลงในพื้นที่กรุงเทพมหานครใน 20 วันเท่ากับ 444 ล้านลูกบาศ์กเมตร เท่ากับเขื่อนป่าสักครึ่งเขื่อนนะครับ ถ้าเขื่อนป่าสักเต็มจะเท่ากับ 900 ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ 444 ล้านลูกบาศก์เมตร หมายความว่า “ภายใน 20 วันนั้นเอาน้ำครึ่งหนึ่งของเขื่อนป่าสักครึ่งมาลงที่กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าต้องถึงว่าเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากนะครับ ที่ไม่มีน้ำท่วมขังเกิน 1-2 วัน และเส้นทางหลักนั้นสามารถระบายได้ภายใน 1-3 ชั่วโมงทั้งสิ้น” 

“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์นะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ข้าราชการ และลูกจ้างกรุงเทพมหานครทำงานหนัก และเป็นผลสืบเนื่องมาจากในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ทุ่มเทงบประมาณในการที่จะพัฒนาระบบป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด”

ผมยังยืนยันครับว่า “ในขณะนี้ถ้าพูดถึงน้ำฝนตกหนัก หรือน้ำล้นตลิ่ง กรุงเทพมหานครยังรับมือได้ครับ” ขอเรียนตอกย้ำนะครับว่า “ถ้าฝนตกเกิน 60 มิลลิเมตรนั้น ต้องขอเวลาในการระบายน้ำ จะระบายในทันที่ไม่ได้”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสพบผู้ว่าราชการจังหวัดโอซาก้า จากประเทศญี่ปุ่น ท่านพูดสิ่งนึงที่ผมต้องจำไว้ครับ ท่านบอกว่า “ที่โอซาก้า ถ้าฝนตกเกิน 60 มิลลิเมตร ก็มีปัญหาเหมือนกันครับ” อย่าลืมนะครับว่าโอซาก้าเป็นเมืองที่มีระบบระบายน้ำที่ดีมาก โดยปกติแล้วเป็นเมืองที่มีฝนตกน้อยกว่ากรุงเทพมหานคร ท่านยังพูดอย่างนี้เลยครับ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับ ถ้าเขื่อนป่าสักครึ่งเขื่อนหล่นมาทับกรุงเทพฯ แล้วในบางช่วงเวลาได้เกิดน้ำท่วมบ้าง เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนบ้าง ซึ่ง “ผมต้องกราบขออภัยจริงๆนะครับ” แต่ว่าลองดูนะครับว่า เอาเขื่อนป่าสักครึ่งเขื่อนมาทิ้งลงที่กรุงเทพฯอะไรจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจ คือ การทำงานของข้าราชการ ลูกจ้างกรุงเทพมหานครนะครับ และต่อจากนี้ไปผมคิดว่า ในขณะนี้เรากำลังดำเนินการไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้วนะครับ ระดับเจ้าหน้าที่ ระดับเทคนิค คนของกรุงเทพมหานคร กับกรมชลประทานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดครับ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ก็มีการประชุมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน ก็มีการตกลงกันว่า จะช่วยผันน้ำลงแม่น้ำบางปะกง และลงอ่าวไทยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรมชลประทานได้เพิ่มศักยภาพในการสูบน้ำเท่าตัว และเพิ่มการผลักดันน้ำในพื้นที่ที่เป็นคอขวดในจุดต่างๆ นะครับ

ในขณะนี้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ผมเข้าใจครับ ถ้าในบางครั้ง บางกรณี พี่น้องประชาชนต้องประสบกับความเดือดร้อน ต้องกราบขออภัยจริงๆ ครับ “แต่ว่ากรุงเทพมหานครทำทุกอย่างดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นนั้นมีน้อย หรือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”

สัปดาห์นี้ผมคิดว่า ฝนตกหนักยังคงมีอยู่นะครับ ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ แต่ผมคิดว่าคงอาจจะไม่ถึง วันที่ 4 กันยา ถึง 23 กันยาครับ 500 กว่ามิลลิเมตรนะครับเยอะมากจริงๆ ครับ ดังที่ผมได้กล่าวไว้ “เหมือนเอาน้ำในเขื่อนป่าสักครึ่งเขื่อนมาทิ้งไว้ที่กรุงเทพมหานครภายใน 20 วัน” พื้นที่ที่ยังเป็นห่วง และกังวล คือพื้นที่คลองทวีวัฒนา ซึ่งระดับน้ำตรงนั้นสูง ถ้าเป็นไปได้ ถ้าฝนไม่ตกหนัก ผมอยากจะช่วยระบายน้ำให้พี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี ไม่เดือดร้อนเกินไปนักนะครับ 

ผมคิดว่าที่เราทำอยู่ในขณะนี้ดีที่สุดแล้วนะครับ มันเป็นการประสานงานของเจ้าหน้าที่ การประสานงานในเรื่องของเทคนิค แล้วมีการผ่อนบ้าง ดึงบ้างตามสถานการณ์นะครับ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดึงอย่างเดียว หรือผ่อนอย่างเดียว ผ่อนบ้างดึงบ้าง แต่เป็นการตกลงกันที่เข้าใจกันล่วงหน้าว่า เมื่อไหร่จะผ่อน เมื่อไหร่จะดึง นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดนะครับ

ดังนั้นผมก็ยังยืนยัน อยากเรียนตอกย้ำว่า “อย่าให้การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องของการทำงานเชิงเทคนิคนี้ ไม่อยากเอาการเมืองเข้ามาใส่ในสมการน้ำ เพราะว่าเมื่อเอาการเมืองเข้ามาใส่ในสมการน้ำเมื่อไหร่ จะเกิดปัญหาทันทีนะครับ”

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์