ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีญาติฟ้องแพ่ง กรณี "พลทหารวิเชียร" ถูกครูฝึกลงโทษซ้อมจนเสียชีวิต

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ส่งใบแจ้งข่าว กรณีนางประเทือง เผือกสม มารดาของพลทหารวิเชียร เผือกสม ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องที่ศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหม กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหาย กรณีที่ถูกครูฝึกทหารใหม่ได้ลงโทษพลทหารวิเชียร ด้วยการทำร้ายร่างกายโดยทรมานทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้พลทหารวิเชียรถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

วันนี้ (1 ต.ค.55) เวลา 9.00 น. ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งคดีเข้าสู่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลย เนื่องจากคดีมีโอกาสเจรจาตกลงกันได้ เพื่อประโยชน์ของคู่ความทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09.00 น. และเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่ 18 ธันวาคม 2555 เวลา 9.00-16.00 น. ด้วย

อนึ่ง พลทหารวิเชียร เผือกสม ได้เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุและศึกษาจนจบชั้นปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ผลการเรียนเกียตินิยมอันดับ 1 และสำเร็จระดับปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลการเรียนดีเยี่ยม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 พลทหารวิเชียรได้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารและเข้าฝึกที่หน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2554 เจ้าหน้าที่ทหาร 10 นาย ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียร โดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้าย โดยอ้างว่าพลทหารวิเชียร เผือกสม หลบหนีการฝึก ทำให้พลทหารวิเชียร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตในวันที่ 5 มิถุนายน 2554 โดยสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากไตวายเฉียบพลันจากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่า ในส่วนของคดีอาญาที่นางประเทืองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูฝึกทหารใหม่และทหารที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียรจนถึงแก่ความตายนั้น ยังมีความล่าช้าอย่างมาก ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ของกระทรวงยุติธรรม แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การลงโทษโดยทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการทารุณโหดร้าย นอกจากจะเป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งแล้ว ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ม.32 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล และละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีพันธกรณีให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาฯดังกล่าวด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์